โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไปออแพร์ที่ไหนดี? รวม 5 ประเทศยอดฮิตสำหรับโครงการพี่เลี้ยงเด็กที่คนไทยนิยมไป

Dek-D.com

อัพเดต 28 มิ.ย. 2566 เวลา 11.10 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2566 เวลา 06.14 น. • DEK-D.com
โอกาสดีๆ สำหรับคนที่อยากไปทำงาน+เรียนภาษาที่ต่างประเทศ (ค่าโครงการถูกมากก!)

สวัสดีชาว Dek-Dทุกคนค่ะ มีน้องๆ คนไหนที่อยากใช้ Gap Year หรือเด็กจบใหม่ที่กำลังหาลู่ทางไปเปิดประสบการณ์ในต่างประเทศอยู่บ้าง! นอกจากโครงการสุดฮอตอย่าง Work and Travel หรือ Working Holiday ที่คนไทยนิยมไป วันนี้พี่ครีมมีข้อมูลอีกโครงการที่น่าสนใจไม่แพ้กันมาฝาก นั่นก็คือ “ออแพร์ (Au Pair)”หรือโครงการพี่เลี้ยงเด็กในต่างประเทศมาให้ลองเก็บเป็นอีกตัวเลือกกันค่ะ

โครงการออแพร์ที่ว่านี้คืออะไร? เหมาะกับเรามั้ย? ต้องเตรียมค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่? แล้วคนไทยชอบไปประเทศไหนกันบ้าง? ตามมาเก็บข้อมูลกันเลยค่า~

Au Pair คืออะไร?

ออแพร์ (Au Pair)ป็นโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมรูปแบบหนึ่งที่ผ่านการรับรองและอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐอย่างถูกกฎหมาย เปิดโอกาสให้วัยรุ่นช่วง 18-30 ปี สามารถสมัครทำงานเป็น “พี่เลี้ยงเด็ก” และพักอาศัยกับครอบครัวอุปถัมน์ (Host Family) เป็นระยะเวลา 1-2 ปีออแพร์จะได้รับค่าตอบแทนตามที่กฎหมายประเทศนั้นๆ กำหนด รวมถึงทุนการศึกษา $500 (ประมาณ 17,600 บาท) ให้เลือกเรียนได้ตามความสนใจ **ไม่ใช่โครงการจัดหางานนะคะ

Au Pair ทำหน้าที่อะไรบ้าง?

หลักๆ จะครอบคลุมการดูแลเด็กทุกอย่างตามชื่อโครงการเลยค่ะ เช่น

  • เป็นพี่เลี้ยงคอยเล่นและดูแลความปลอดภัยของเด็กๆ
  • ดูแลกิจวัตรประจำวันของเด็กทั้งหมด ตั้งแต่จัดเตรียมอาหาร ช่วยเด็กอาบน้ำ ดูแลเรื่องสุขอนามัย ส่งเด็กเข้านอน เป็นต้น
  • สอนการบ้าน หรือพัฒนาทักษะด้านอื่นๆ ให้กับเด็ก
  • ขับรถรับ-ส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนหรือไปทำกิจกรรมอื่นๆ
  • ทำความสะอาดสิ่งของหรือบริเวณที่เกี่ยวข้องกับเด็ก เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องนอน เสื้อผ้า ของเล่น ของใช้ เป็นต้น
  • ช่วยเหลืองานบ้านอื่นๆ เช่น จัดโต๊ะอาหาร ล้างจาน ดูแลสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

ลักษณะการทำงานของ Au Pair

  • จำนวนชั่วโมงการทำงานขึ้นอยู่กับกฎหมายของประเทศโฮสต์ ส่วนใหญ่ไม่เกิน 10 ชม. ต่อวัน หรือไม่เกิน 45 ชม. ต่อสัปดาห์
  • ปกติจะมีวันหยุด 1.5-2 วันต่อสัปดาห์และลาหยุดได้อีก 4 วันในช่วงระยะเวลา 12 เดือน **ช่วงวันหยุด ออแพร์จะได้เข้าร่วมกิจกรรมหรือเรียนคอร์สภาษาเพิ่ม ภายใต้การสนับสนุนของโฮสต์
  • ควรตกลงเรื่องขอบข่ายหน้าที่และตารางการทำงานกับทางครอบครัวโฮสต์ฯ ให้เรียบร้อยก่อนตกลงเริ่มงาน

คุณสมบัติเบื้องต้น

  • อายุ 17-30 ปี*แต่ละประเทศกำหนดต่างกัน สามารถตรวจสอบได้เลยค่า
  • จบการศึกษาขั้นต่ำ ม.6 หรือกำลังเรียนระดับปริญญา *แต่ละประเทศกำหนดต่างกัน
  • สถานภาพโสด (ไม่เคยแต่งงานหรือมีบุตร)
  • สามารถสื่อสารในชีวิตประจำวันด้วยภาษาอังกฤษหรือภาษาของประเทศโฮสต์ได้ บางประเทศอาจต้องใช้หลักฐานคะแนนสอบวัดระดับภาษา (Language Certificate)หรือต้องลงคอร์สภาษาเพื่อนำใบรับรองมายื่นขอวีซ่า เช่น ประเทศเยอรมนี กำหนดภาษาเยอรมันขั้นต่ำ A1
  • อุปนิสัยรักเด็ก ใช้เวลาอยู่กับเด็กได้
  • มีประสบการณ์เกี่ยวกับเด็กอย่างน้อย 200 ชม. และมีเอกสารรับรอง
  • มีใบอนุญาตขับขี่และสามารถขับรถยนต์ได้ หรือกรณีที่ขับรถไม่ได้ สามารถสมัครออแพร์ประเทศที่เดินทางด้วยจักรยาน เช่น เนเธอร์แลนด์
  • สุขภาพดี ไม่เป็นโรคติดต่อ ไม่มีประวัติอาชญากรรม
  • หากไม่สูบบุหรี่จะช่วยให้หาโฮสต์ได้ง่ายขึ้น

Note: บางกรณีโฮสต์แฟมิลี่อาจขอใบรับรองหรือเอกสารอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อยืนยันความสามารถ

ค่าใช้จ่าย

ในส่วนของค่าใช้จ่ายโครงการออแพร์ค่อนข้างเป็นมิตรกับคนที่มีงบจำกัดสำหรับการเดินทางจะขึ้นอยู่กับการตกลงกันกับทางโฮสต์แฟมิลี่ ซึ่งไม่ได้มีกฎชัดเจนว่าทางโฮสต์จะต้องออกค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้ ดังนั้น ผู้เข้าร่วมออแพร์ควรมีเงินที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในส่วนนี้สำรองไว้ หรือควรตกลงกับทางโฮสต์ให้เรียบร้อยก่อน

Note:

  • ข้อดีของออแพร์ที่แตกต่างจากโครงการอื่นๆ คือ ผู้สมัครไม่ต้องยื่นหลักฐานทางการเงิน(Financial Statement)
  • ถ้าหากสมัครผ่านเอเจนซีจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจสูงกว่าการดำเนินการสมัครด้วยตนเอง

สรุปจุดเด่น & ข้อควรระวังก่อนสมัครออแพร์

ข้อดี

  • มีวุฒิ ม.6 ก็สมัครไปได้เลย เหมาะกับน้องๆ หรือใครที่อยากใช้ Gap Year เพื่อเปิดประสบการณ์ต่างประเทศ
  • ไม่ต้องแสดงหลักฐานการเงิน (Financial Statement) ในการสมัคร
  • ค่าใช้จ่ายเข้าร่วมโครงการถูก เนื่องจากสามารถสมัครเองได้และส่วนใหญ่โฮสต์จะเป็นฝ่ายออกให้
  • ได้กินฟรี-อยู่ฟรีในบ้านของครอบครัวโฮสต์
  • ได้อัปสกิลภาษาอื่นๆ เพิ่มนอกจากภาษาอังกฤษ (และก็เรียนฟรีด้วย)
  • ถ้าไปออแพร์ประเทศในยุโรปจะได้เชงเก็นวีซ่า ทำให้สามารถเที่ยวประเทศอื่นๆ ในยุโรปได้ง่ายขึ้น
  • ออแพร์ในบางประเทศจะได้วีซ่าให้เที่ยวต่อเป็นเวลา 1 เดือน เช่น สหรัฐอเมริกา

ข้อควรระวัง

  • เงินเดือนอาจไม่ได้เยอะมาก เหมาะกับคนที่ต้องการไปหาประสบการณ์ ไม่เน้นเงินเก็บ
  • ไม่สามารถทำงานเสริมได้ (เป็นกฎของโครงการ)
  • ต้องมีใจรักเด็กจริงๆ สามารถทนอยู่กับเด็กได้เวลาที่เด็กไ่ม่รับฟังหรือมีปัญหา
  • อาจเจอปัญหากับครอบครัวโฮสต์ ต้องเผื่อใจเอาไว้และต้องตกลงกันดีๆ
  • กรณีเปลี่ยนโฮสต์ จะต้องหาโฮสต์ใหม่ภายใน 2 อาทิตย์เท่านั้น
  • การใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศมีค่าครองชีพค่อนข้างสูง ดังนั้นควรใช้จ่ายอย่างประหยัด
  • เนื่องจากต้องอาศัยอยู่ในบ้านของโฮสต์ ดังนั้นควรขีดเส้นกั้นระหว่างงานกับความเป็นส่วนตัวให้ดี

พาส่อง 5 ประเทศสุดฮิตที่คนไทยชอบไปออแพร์

สหรัฐอเมริกา

เริ่มที่ประเทศยอดฮิตของคนไทยที่ชอบไปเรียนและทำงานกันอย่าง ‘สหรัฐอเมริกา’ซึ่งเป็นประเทศศูนย์กลางของโลก มีอิสระเสรี และมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสูง และที่สำคัญไม่จำเป็นต้องมีทักษะภาษาที่สามก็สามารถไปออแพร์ได้โดยการไปออแพร์จะต้องใช้วีซ่านักเรียนประเภท J1 (Cultural Exchange Visitor Visa) ค่ะ

คุณสมบัติ

  • อายุ 18-26 ปี
  • สำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาหรืออนุปริญญา
  • สามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษและใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาได้อย่างน้อย 1 ปี
  • สถานภาพโสด (ไม่เคยแต่งงานหรือมีบุตร)
  • มีประสบการณ์เกี่ยวกับเด็กอย่างน้อย 200 ชม.

ออแพร์ที่อเมริกาจะได้รับค่าตอบแทนเป็นรายสัปดาห์ เฉลี่ยจะอยู่ที่สัปดาห์ละ $195.75(ประมาณ 6,800 บาท) โดยทำงานไม่เกิน 45 ชม.ต่อสัปดาห์และมีวันหยุด 1.5-2 วันต่อสัปดาห์ แต่ต้องโน้ตไว้สักนิดว่าถ้าใครเล็งๆ ไปออแพร์ที่อเมริกาต้องรีบหน่อยนะคะ เพราะว่าเค้าจำกัดอายุไม่เกิน 26 ปีเท่านั้น ถ้าช้ากว่านี้อาจต้องเปลี่ยนไปประเทศอื่นแทนค่า

เนเธอร์แลนด์

ต่อกันที่ดินแดนแห่งทุ่งทิวลิปอย่าง ‘เนเธอร์แลนด์’ก็เป็นหนึ่งในประเทศที่หลายคนแนะนำให้ไปออแพร์ เพราะว่ามีทั้งบรรยากาศที่สงบเรียบง่าย ธรรมชาติสวยงามที่ตราตรึงใจจนไม่อยากกลับ นอกจากนี้ยังเป็นประเทศศูนย์กลางสามารถเดินทางไปเที่ยวประเทศใกล้เคียงในแถบยุโรปตะวันตกอย่างเยอรมนีและเบลเยียมได้สะดวกอีกด้วย! ใครจะไปออแพร์เตรียมเรียนภาษาดัตซ์ไว้เลยย

คุณสมบัติ

  • อายุ 18-25 ปี
  • สถานภาพโสด (ไม่เคยแต่งงานหรือมีบุตร)
  • มีประสบการณ์ในการดูแลเด็กอย่างน้อย 200 ชม.
  • สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษหรือภาษาดัตช์ได้
  • ไม่เคยมีใบอนุญาตผู้พักอาศัย (Resident Permit)ในเนเธอร์แลนด์มาก่อน

รายได้ออแพร์ในเนเธอร์แลนด์อยู่ที่ 300-340 ยูโรต่อเดือน(ประมาณ 11,400-13,000 บาท) ทำงานไม่เกิน 8 ชม.ต่อวันหรือไม่เกิน 30 ชม.ต่อสัปดาห์ และมีวันหยุด 2 วันเต็มต่อสัปดาห์ ใครที่อยากไปเผื่อเวลาในการเตรียมตัวด้วยนะคะ เนื่องจากต้องทำเรื่องขอใบอนุญาตผู้พักอาศัย (Residen Permit) และวีซ่า MMV (วีซ่าอยู่ในประเทศนานกว่า 90 วัน)

สวิตเซอร์แลนด์

ใครอยากไปสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ทุ่งหญ้าป่าเขาในสวิตเซอร์แลนด์ประเทศนี้ก็เข้าร่วมโครงการออแพร์ด้วยเช่นกันค่ะ แต่ต้องขอโน้ตไว้ก่อนนะคะว่าผู้สมัครควรมีทักษะภาษาที่สามที่สี่ติดตัวมาด้วยเพราะว่ามีภาษาทางการถึง 3 ภาษา (ขึ้นอยู่กับโซนของประเทศ) อาจต้องใช้คะแนนภาษาและส่งผลต่อการหาโฮสต์ด้วยค่ะ

คุณสมบัติ

  • อายุ 18-25 ปี
  • สถานภาพโสด (ไม่เคยแต่งงานหรือมีบุตร)
  • สามารถสื่อสารภาษาใดภาษาหนึ่งได้เป็นอย่างดี ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน หรือภาษาอิตาเลียน
  • มีประสบการณ์ในการดูแลเด็กอย่างน้อย 200 ชม.
  • สามารถลงคอร์สเรียนภาษาเพิ่มเติมได้ (ภาษาที่เรียนขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ออแพร์อาศัยอยู่)

ส่วนของรายได้ที่สวิตเซอร์แลนด์อยู่ที่ SFr500 - 800 ต่อเดือน(ประมาณ 20,000-31,000 บาท) ทำงานไม่เกิน 30 ชม.ต่อสัปดาห์และมีวันหยุดอย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ ถ้าใครสนใจไปออแพร์จะรอช้าไม่ได้แล้วนะคะ เพราะใช้เวลายื่นขอ Resident Permit ในแต่ละเมืองค่อนข้างนาน ซึ่งเอเจนซีส่วนใหญ่จะเปิดรับถึงอายุ 24 เท่านั้นค่ะ

สวีเดน

หลายประเทศทางแถบสแกนดิเนเวียก็เข้าร่วมโครงการออแพร์เช่นกัน หนึ่งในนั้นก็มี “สวีเดน” ที่ขึ้นชื่อเรื่องนวัตกรรม คุณภาพชีวิตที่ดี มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และยังเปิดกว้างเรื่องเพศอีกด้วย แต่ต้องขอบอกไว้ก่อนว่าประเทศนี้เหมาะกับคนที่สนใจเรียนภาษาสวีดิชหรือพอมีพื้นฐานอยู่แล้วเนื่องจากต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่านั่นเองง

คุณสมบัติ

  • อายุ 18-30 ปี
  • สถานภาพโสด (ไม่เคยแต่งงานหรือมีบุตร)
  • สามารถเข้าร่วมโครงการได้เป็นระยะเวลาสูงสุด 1 ปี
  • สามารถใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาสวีดิชได้ดี
  • สามารถลงคอร์สเรียนภาษาสวีดิชได้ เนื่องจากต้องใช้ยื่นขอวีซ่า
    **ค่าใช้จ่ายในการลงคอร์สจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลหรือโฮสต์แฟมิลี่

ในส่วนของรายได้ออแพร์ในสวีเดนจะอยู่ที่ 5,250 SEK ต่อเดือน(ประมาณ 17,430 บาท) โดยจะทำงานไม่เกิน 25 ชม.ต่อสัปดาห์และไม่เกิน 6 วันต่อสัปดาห์ (ช่วงเวลาในการทำงานสามารถยืดหยุ่นได้) ใครยังไม่พร้อมไปออแพร์ตอนนี้ จดประเทศสวีเดนไว้ในลิสต์ก่อนได้นะคะ เพราะเค้าเปิดรับถึงอายุ 30 ปีเลย~

เดนมาร์ก

ประเทศที่ผู้คนมีความสุขมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และใช้ภาษาอังกฤษได้ดีที่สุดในกลุ่มประเทศที่ใม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่อย่าง“เดนมาร์ก”ก็เข้าร่วมโครงการออแพร์เช่นกันค่ะ โดยผู้ที่สนใจจะต้องสัมภาษณ์วีซ่าเป็นภาษาอังกฤษ และลงเรียนคอร์สภาษาเดนนิชด้วย// ถ้าใครพอมีพื้นฐานหรือตั้งใจจะเรียนภาษานี้เพิ่มอยู่แล้ว โอกาสนี้เหมาะสุดๆ เพราะทางโฮสต์กับทางรัฐบาลจะออกค่าใช้จ่ายในการลงเรียนให้ค่า

คุณสมบัติ

  • อายุ 18-29 ปี
  • สถานภาพโสด (ไม่เคยแต่งงานหรือมีบุตร)
  • สามารถพูดและเข้าใจภาษาอังกฤษ ภาษาเดนนิช ภาษาสวีดิช ภาษานอร์เวย์ หรือภาษาเยอรมันได้ในระดับปานกลาง (ขึ้นอยู่กับพื้นที่ของประเทศ)
  • มีวุฒิติการศึกษาต่ำสุดอย่างน้อย ม.3 หรือเทียบเท่าเกรด 9 ในระดับการศึกษาของเดนมาร์ก
  • ไม่เคยมีใบอนุญาตผู้พักอาศัย (Resident Permit)ในเดนมาร์กมาก่อน

รายได้ออแพร์ในเดนมาร์กอยู่ที่ 4,550 DKK ต่อเดือน(ประมาณ 23,000 บาท) โดยทำงาน 5–6 ชั่วโมงต่อวันหรือสูงสุด 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์และทำงานไม่เกิน 6 วันต่อสัปดาห์ สำหรับคนที่สนใจหรือเล็งประเทศเดนมาร์กไว้สามารถอ่านรายละเอียดได้เลยค่า

Note:นอกจาก 5 ประเทศข้างต้น ยังมีอีกหลายประเทศทั่วโลกที่เปิดรับผู้เข้าร่วมโครงการออแพร์เช่นกัน เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก ออสเตรีย เป็นต้น

อยากไปออแพร์ต้องเริ่มยังไง?

มาถึงตรงนี้แล้ว มีใครเริ่มสนใจไปออแพร์บ้างไหมคะ? ถ้าใครสนใจลองเลื่อนดูวิธีการเตรียมตัวด้านล่างได้เลยยย

เช็กคุณสมบัติของการเป็นออแพร์

อย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่าเกณฑ์การรับออแพร์แต่ละประเทศแตกต่างกัน ทางผู้สมัครควรศึกษาข้อมูลและเช็กคุณสมบัติของแต่ละที่ให้ชัดเจน เช่น ข้อจำกัดเรื่องของอายุ ภาษา การศึกษา เป็นต้น โดยสามารถเช็กคุณสมบัติคร่าวๆ ตามที่ลิสต์ไว้ข้างบนได้เลยหรือเข้าหรือไปเช็กคุณสมบัติแต่ละประเทศทางลิงก์นี้ก็ได้ค่า >> https://www.aupairworld.com/en/au-pair-programs<<

หาประสบการณ์ดูแลเด็กอย่างน้อย 200 ชม.

ก่อนสมัครออแพร์เราต้องมีใบรับรองประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องมาก่อนด้วย โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครดูแลเด็กได้ตามศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียนใกล้บ้าน หรือนายจ้างที่ต้องการให้เราดูแลลูกให้ โดยมีกำหนดขั้นต่ำที่ 200 ชม.(ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละประเทศ) และอย่าลืมขอเอกสารรับรองการทำงานด้วยนะคะ สำคัญมากกก!

Note:มีการเปิดรับพี่เลี้ยงเด็กสำหรับเก็บชั่วโมงออแพร์โดยเฉพาะในบางแห่ง สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมทางอินเทอร์เน็ตหรือทางกลุ่มเฟซบุ๊กออแพร์ได้เลยค่ะ

เตรียมเอกสารและใบสมัครการเป็นออแพร์

ผู้สมัครควรตรวจสอบและเตรียมเอกสารที่ต้องใช้เข้าประเทศที่เลือกล่วงหน้า เช่น รูปถ่าย, เอกสารรับรองการศึกษาและการทำงาน, Transcript (ภาษาอังกฤษ), เอกสารตรวจสุขภาพ, ใบรับรองประวัติอาชญากรรม, ใบรับรองการดูแลเด็ก, สำเนาใบขับขี่, จดหมายถึงครอบครัวอุปถัมภ์, แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า, หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งาน และสัมภาษณ์วัดระดับภาษา เป็นต้น

P.S. เอกสารที่ต้องเตรียมแตกต่างกันไปตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศหรือแต่ละเอเจนซีค่ะ

สมัครออแพร์ยังไงดี?

การสมัครออแพร์สามารถดำเนินการสมัครด้วยตัวเองหรือดำเนินการผ่านทางเอเจนซีก็ได้ค่ะ

[ สมัครออแพร์ด้วยตัวเอง ] ใครอยากเซฟงบและลุยเดี่ยวด้วยตัวเองก็สามารถสมัครผ่านทางเว็บไซต์ Aupairworld หรือ Airpair.com ได้เลยค่ะ (สมัครใช้งานฟรี)ซึ่งจะต้องสมัครสมาชิกกับทางเว็บก่อน โดยจะมีให้กรอกประวัติและตอบคำถามต่างๆ เพื่อให้โฮสต์รู้จักและแมตช์กับเราง่ายขึ้น ทางเว็บจะมีส่วน Find fimilyเพื่อให้เราหาโฮสต์แฟมิลี่และทำการติดต่อพูดคุยกับทางโฮสต์ด้วยตัวเองค่ะ

นอกจากนี้ผู้สมัครยังสามารถหาโฮสต์แฟมิลี่ทางกลุ่มเฟซบุ๊กออแพร์ต่างๆ ได้เช่นกัน แต่ต้องเช็กประวัติให้ดีๆ นะคะ เพราะว่าบางคนก็อาจเป็นมิจฉาชีพแอบแฝงนั่นเองค่ะ

[ สมัครออแพร์กับทางเอเจนซี ] ตอนนี้มีหลายเอเจนซีที่เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการออแพร์ ถ้าใครสนใจสามารถติดต่อไปทางเอเจนซีที่ต้องการได้เลยค่ะ โดยส่วนใหญ่จะช่วยดำเนินการหาโฮสต์แฟมิลี่และช่วยจัดการเรื่องของเอกสารให้แบบครบทุกขั้นตอนเลย ใครที่ไม่ค่อยมีเวลาเตรียมตัวหรืออยากลดความกังวล ก็ลองเลือกปรึกษากันได้เลยค่าา

P.S.ในบางประเทศมีกฎให้เข้าร่วมออแพร์ผ่านทางเอเจนซีเท่านั้นเช่น สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้น **ไม่จำเป็นต้องเป็นเอเจนซีไทย ถ้าใครหาโฮสต์เอง ทางโฮสต์จะติดต่อกับทางเอเจนซีของประเทศโฮสต์ให้ค่ะ

สมัครออแพร์สมัครเอเจนซีไหนดีนะ?

อย่างที่บอกไปว่าเราสามารถสมัครออแพร์ด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องผ่านเอเจนซี แต่หากมีเวลาจำกัด จับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ต้องหาโฮสต์จากไหน ก็สามารถเลือกใช้บริการเอเจนซีเพื่อให้ทุกขั้นตอนง่ายขึ้น (มีค่าใช้จ่าย) และด้านล่างนี้คือลิสต์ตัวอย่างเอเจนซีของไทยที่รับดูแลการสมัครออแพร์ในประเทศต่างๆ ตามมาส่องรายละเอียดคร่าวๆ และจดลงลิสต์กันเลย~

  • Engenius- บริษัทที่ให้คำแนะนำโครงการแลกเปลี่ยนต่างๆ ในต่างประเทศ และยังครอบคลุมถึงออแพร์ประเทศยอดฮิตอย่างสหรัฐอเมริกาและเยอรมนีด้วย
    เว็บไซต์:https://www.engenius.co.th/
    FB: Engenius International
    Tel: 02 117 4742

  • Cultural Care Au Pair - บริษัทที่ให้คำแนะนำและช่วยเหลือการไปออแพร์ที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ EF (www.ef.co.th)
    เว็บไซต์: https://www.culturalcare.co.th/next-step/faq
    FB: Cultural Care Au Pair
    Tel: 081 733 2256

  • ThaiAupiar.com- บริษัทที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับโครงการออแพร์ในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ ในยุโรป ได้แก่ เบลเยียม เยอรมนี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์และออสเตรเลีย
    เว็บไซต์: https://www.thaiaupair.com/about-us#
    FB: Thaiaupair.com
    Tel: 088 577 0350

  • Au Pair Alternative Thailand- บริษัทให้คำปรึกษาและคอยช่วยเหลือเกี่ยวกับออแพร์ ส่วนใหญ่จะครอบคลุมประเทศฝั่งยุโรป เช่น เดนมาร์ก สวีเดน เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี เป็นต้น
    เว็บไซต์: http://aupair-alt.com/
    FB: Au Pair Alternative Thailand
    Tel: 097 323 3300

  • BTA (Beloved Thailand Au Pair) - บริษัทแนะแนวการศึกษาต่อและโครงการแลกเปลี่ยนต่างประเทศ รวมถึงโครงการออเแพร์ในประเทศฝั่งยุโรป เช่น สหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก สวีเดน ออสเตรีย เป็นต้น
    เว็บไซต์: https://www.belovedthaiaupair.com/
    FB: BTA บีเลิฟด์ไทยออแพร์
    Tel: 089 789 6337

เป็นยังไงกันบ้างคะกับข้อมูล‘โครงการออแพร์’ ที่พี่นำมาฝากในวันนี้ เรียกว่าฉ่ำจัดเต็มสุดๆ แอบกระซิบว่าบางประเทศมีโควตาให้เราเที่ยวต่อหลังจบออแพร์ด้วยนะได้ทั้งทำงาน เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ แถมยังได้ท่องเที่ยว เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมไปพร้อมๆ กันด้วย เลิศมาก! ถ้าใครสนใจรีบศึกษาข้อมูลและเตรียมตัวไว้ก่อนได้เลย เพราะเค้ามีข้อจำกัดเรื่องของอายุนะคะ (ระวังพลาดประเทศที่อยากไปกันนะ) // ส่วนวันนี้ไม่ขอช้าง ไม่ขอม้า แต่ขอลาไปเตรียมตัวก่อนค่า ><

[อ่านรีวิวประสบการณ์พี่เลี้ยงในสวีเดนเพิ่มเติมได้]

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...