โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เทคนิค “การขอสินเชื่อ” อย่างไร...ให้ผ่านง่ายดาย ?

Wealthy Thai

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2566 เวลา 07.16 น. • กิตติภัต แสงประดับ

Wealth EZ: หลายคนอาจมีประสบการณ์ใน “การขอสินเชื่อ” จากธนาคาร มีทั้งสมหวัง และผิดหวัง จนมีข้อสงสัยว่า ทำไมการขอสินเชื่อถึงได้ยุ่งยากมากนัก เจ้าหน้าที่ธนาคารก็ตั้งคำถามมากมาย ทั้งเรื่องธุรกิจและเรื่องส่วนตัว อย่างไรก็ตามการพิจารณาให้สินเชื่อของธนาคาร จะมีหลักเกณฑ์การวิเคราะห์ เรียกว่า “5C3P”
หลักเกณฑ์การวิเคราะห์สินเชื่อด้วย “5 C” เป็นหลักเกณฑ์พื้นฐานเบื้องต้นที่จะใช้ในการวิเคราะห์ โดยใช้หลักในการดู

1.Character (บุคลิก อุปนิสัย และความตั้งใจจริงของผู้กู้)

จะพิจารณาจากภาพลักษณ์ที่บ่งบอกถึงบุคลิกลักษณะทั่วไป ประวัติการทำงานหรือหน้าที่การงาน ประสบการณ์ การใช้เงินกู้หรือการผ่อนชำระเดิม (ถ้ามี) บางครั้งอาจรวมถึงแนวคิดทางสังคม ซึ่งส่วนมากจะใช้ข้อมูลที่มาจากเครดิตบูโร เป็นสำคัญ

2.Capacity (ความสามารถในการทำกำไรและการชำระหนี้)

จะดูจากยอดขายหรือแหล่งที่มาของรายได้ เช่น เงินได้จากกิจการ หรือเงินเดือนประจำ ซึ่งจะต้องแสดงให้เห็นถึงความแน่นอนของรายได้ และความสามารถในการทำกำไร จากนั้นถึงเอามาดูกระแสเงินสดสุทธิคงเหลือว่ามีเพียงพอกับการผ่อนชำระหรือไม่ คำแนะนำตามหลักวิชาชีพของนักวางแผนการเงิน ไม่ควรเกิน 45% ของรายได้ ถึงจะแสดงให้เห็นว่ามีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้คืน ข้อสังเกตรองลงไป หากผู้ขอกู้เป็นเจ้าของกิจการ จะต้องพิจารณาเพิ่มเติมถึง เป้าหมายของกิจการและ ศักยภาพในการแข่งขัน ในกลุ่มธุรกิจแบบเดียวกัน

3.Capital (เงินทุนของผู้ขอกู้เอง)

จะพิจารณาจากแหล่งเงินสำรอง หรือ สินทรัพย์อื่น ๆ นอกเหนือจากที่ขอกู้ หากกู้เงินก็ต้องแสดงเงินทุนของตัวเองด้วย เช่น ต้องการกู้เงินเพื่อซื้อบ้านในโครงการมูลค่า 1 ล้านบาท ควรที่จะขอเงินกู้ที่ 7 - 8 แสนบาท ส่วนที่เหลือควรจะเป็นเงินทุนของผู้ขอกู้เอง หรือหากจะขอกู้ในสัดส่วนที่มากกว่านี้ ก็ควรที่จะแสดงแหล่งเงินทุนหรือทรัพย์สินอื่นเข้ามาประกอบการพิจารณา

4.Collateral (หลักทรัพย์ค้ำประกัน)

หลักประกันเป็นเพียงการช่วยลดความเสี่ยงทางการเงิน เพื่อป้องกันหนี้มีปัญหาในอนาคต หรือการปล่อยสินเชื่อซ้ำในหลักประกันเดียวกัน สถาบันการเงินจะขอให้มีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ โดยจะพิจารณาจากราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นผู้ค้ำประกัน บางครั้งหลักประกันอาจจะหมายรวมถึงการโอนสิทธิรับเงินจากสัญญาจ้างงานเพื่อเป็นหลักประกันได้เช่นเดียวกัน

5.Condition (สภาวะแวดล้อมทางธุรกิจ)

วิเคราะห์ถึงภาวะเศรษฐกิจและการเงินที่เป็นภาพรวมของประเทศ รวมถึงแผนการป้องกันหรือลดความเสี่ยงด้วย โดยทั่วไปจะดูว่าสภาวะทางเศรษฐกิจและสังคมทั่วไปเป็นอย่างไร ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
หลักเกณฑ์การวิเคราะห์สินเชื่อด้วย “3P” จะใช้ในการวิเคราะห์ เพิ่มเติม ประกอบไปด้วย
1.Purpose (วัตถุประสงค์ในการกู้เงิน)

จะต้องบอกได้ว่าจะนำเงินกู้ไปทำอะไร เกี่ยวกับกิจการหรือไม่ หากเกี่ยวข้องกับกิจการจะช่วยให้กิจการมีกำไรมากขึ้นหรือไม่ วัตถุประสงค์ในการขอเงินกู้ควรเป็นสิ่งที่ดี ไม่ผิดกฎหมายหรือจารีตศีลธรรม และ ไม่มีความเสี่ยงที่สูงเกินไป

2.Payment (การชำระเงินกู้)

เป็นหัวใจการพิจารณาให้สินเชื่อ เป็นการพิจารณาว่ามีความสามารถที่จะชำระหนี้คืน ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากเกิดภาวะวิกฤติหรือเศรษฐกิจตกต่ำยังสามารถชำระคืนได้ตามกำหนดหรือไม่ โดยจะประมาณการสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จากพื้นฐานของข้อมูลในปัจจุบัน

3.Protection (การป้องกันความเสี่ยง)

ต้องแสดงให้เห็นถึงมีแผนการป้องกันหากเกิดการผิดพลาดทั้งภายในและภายนอก เช่นมีความสามารถในการเพิ่มทุนหรือเพิ่มหลักประกัน หรือไม่หากเกิดภาระขาดทุนหรือรายได้ไม่เพียงพอติดต่อกัน ซึ่งจะมองจากตัวผู้กู้เอง และมองถึงบุคคลภายนอกที่จะเข้ามารับผิดชอบหนี้สิน
เมื่อทราบถึงหลักเกณฑ์ทั้ง “5C3P” แล้ว ให้ลองนำไปวิเคราะห์ตนเองก่อนที่จะไปขอสินเชื่อธนาคารเพื่อหาแนวทางในการตอบคำถามที่ทางเจ้าหน้าที่จะถามเพื่อวิเคราะห์ทั้งสองหลักเกณฑ์ หากได้เตรียมตัวไว้ก่อนตามหลักเกณฑ์ทั้งสอง ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการขอสินเชื่อ
อ้างอิง :บทความรอบรู้ธุรกิจ ธนาคารกสิกรไทย
:บทความการวิเคราะห์งบการเงินธนาคารพาณิชย์ ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน (TSI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
:กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
ติดตามความรู้และข่าวสารสมาคมนักวางแผนการเงินไทย ได้ที่ LINE@cfpthailand, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย Facebook Fanpageและ www.tfpa.or.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...