โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

มันฝรั่งทอดและมันฝรั่งแผ่นกับเหตุผลที่คุณไม่ควรกินมากเกินไป

BT Beartai

อัพเดต 12 มิ.ย. 2566 เวลา 12.17 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2566 เวลา 07.12 น.
มันฝรั่งทอดและมันฝรั่งแผ่นกับเหตุผลที่คุณไม่ควรกินมากเกินไป

มันฝรั่งทอด/มันฝรั่งแผ่นเป็นขนมขบเคี้ยวที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก แม้คนส่วนใหญ่จะรู้ว่าขนมชนิดนี้ไม่ดีต่อสุขภาพ เพราะเป็นของทอดของมัน แต่ก็ยังกินกันอยู่เป็นประจำ เหตุผลหนึ่งก็เพราะความอร่อยที่มาพร้อมกับราคาที่ถูก ส่วนอีกเหตุผลสำคัญ คือ คนเหล่านั้นยังไม่รู้และตระหนักถึงอันตรายที่แท้จริงของการกินมันฝรั่งทอดมากเกินพอดี

Hack for Health เลยเตรียมเหตุผลที่อาจช่วยให้คุณฉุกคิดทุกครั้งก่อนหยิบขนมขบเคี้ยวชิ้นลงจากชั้นวางของในซูเปอร์มาร์เก็ต

เหตุผลทึ่คุณไม่ควรกินมันฝรั่งทอด/มันฝรั่งแผ่นมากเกินไป

เหตุผลต่อไปนี้อาจช่วยให้คุณกินมันฝรั่งทอดน้อยลง

เหตุผลที่ 1: พลังงานสูง แต่คุณค่าทางสารอาหารต่ำ

มันฝรั่งแผ่นทอดกรอบรสออริจินัล (เกลือ) ในปริมาณ 28 กรัมให้พลังงาน 149 กิโลแคลอรี ซึ่งตามมาด้วยสารอาหารที่ร่างกายได้รับจากอาหารในมื้อหลักอยู่แล้ว เช่น คาร์โบไฮเดรต โซเดียม ไขมัน แม้มันฝรั่งทอดจะมีวิตามินบีบางชนิดอยู่บ้าง แต่มีในปริมาณที่น้อยมาก

มันฝรั่งทอดจึงอาจเป็นขนมที่ทำให้รู้สึกอร่อยและได้พลังงาน (ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์) แต่ไม่อยู่ท้องและไม่ได้ให้สารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพนั่นเอง ทำให้โควตาของพลังงานที่คุณควรจะได้รับในแต่ละวันถูกใช้ไปอย่างเปล่าประโยชน์

เหตุผลที่ 2: โซเดียมสูงเสี่ยงโรค

มันฝรั่งแผ่นในปริมาณ 28 กรัมอาจให้โซเดียมราว 200 มิลลิกรัมคิดเป็น 10 เปอร์เซ็นต์ของโซเดียมที่ร่างกายไม่ควรได้รับเกินต่อวัน ซึ่งหากคุณเลือกมันฝรั่งที่มีกลิ่นหรือรสชาติอื่น ๆ ปริมาณโซเดียมก็อาจเพิ่มขึ้นไปตามรสชาติที่เข้มข้นขึ้นยิ่งขึ้น

จากข้อมูลคนไทยได้รับโซเดียมสูงกว่าที่ควรจะได้รับต่อวัน 2–3 เท่า ซึ่งขนมขบเคี้ยวเป็นหนึ่งในตัวการ และการได้รับโซเดียมในปริมาณสูงติดต่อกันอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตได้

เหตุผลที่ 3: ไขมันสูง เสี่ยงโรคอ้วน

ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นมันฝรั่งทอดหรือบางยี่ห้ออาจใช้คำว่าอบกรอบ แต่สุดท้ายแล้วก็ใช้น้ำมันในกระบวนการผลิตอยู่ดี โดยไขมันจากมันฝรั่งทอดในปริมาณข้างต้นอาจกินโควตาของไขมันที่คุณควรได้รับไม่เกินต่อไปวันไปถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับว่าในมื้ออื่น ๆ คุณสามารถกินไขมันได้ในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น

หากได้รับไขมันมากกว่านั้นอาจทำให้ได้รับไขมันเกิน เมื่อเผาผลาญไม่หมด ร่างกายอาจนำไปสะสมภายในร่างกายกลายเป็นไขมันสะสมตามใต้ชั้นผิวหนังที่ทำให้คุณดูอ้วน ไขมันในหลอดเลือดและไขมันในช่องท้องที่ให้เกิดโรคเรื้อรังตามมา นอกจากนี้ กว่าครึ่งของไขมันยังเป็นไขมันอิ่มตัวที่ร่างกายต้องการน้อยมาก ๆ การได้รับมากขึ้นไป ไขมันอิ่มตัวจะเข้าไปในวงจรของไขมันสะสมต่อไป

นอกจากนี้ การศึกษาในคน 100,000 คนกว่า 25 ปี พบว่าคนที่กินของทอด 4–6 ครั้ง/สัปดาห์ เสี่ยงโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นถึง 39 เปอร์เซ็นต์ และความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อกินของทอดถี่ขึ้น

เหตุผลที่ 4: อาจมีสารก่อมะเร็ง

อาหารที่ผ่านการทอดหรืออบด้วยความร้อนสูงเป็นเวลานานมักมีความเสี่ยงที่จะเกิดสารอะคริลาไมด์ (Acrylamide) ที่เป็นสารก่อมะเร็ง ซึ่งมันฝรั่งทอดเป็นเมนูที่เสี่ยงต่อการเกิดสารนี้สูง เพราะมีน้ำฟรักโทสและกลูโคสสูงที่อาจทำปฏิกิริยากับความร้อนจนเกิดสารอะคริลาไมด์

จากข้อมูลพบว่าสารอะคริลาไมด์สามารถทำให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลองได้ แต่ยังไม่มีการยืนยันการเกิดมะเร็งในมนุษย์จากการได้รับอะคริลาไมด์

กินมันฝรั่งทอดแค่ไหนถึงจะพอดี?

ปัจจุบันไม่การยืนยันปริมาณที่ปลอดภัยและไม่ปลอดภัยในการกินมันฝรั่งทอด การลดการกินมันฝรั่งทอดและอาหารในกลุ่มเดียวกันให้ได้มากที่สุดสามารถช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพที่ตามมาได้ แต่ถึงอย่างนั้น มันฝรั่งทอดยังคงเป็นของชอบของใครหลายคน Hack for Health เลยขอแนะนำว่าเน้นการกินในปริมาณเล็กน้อยด้วยการซื้อแค่ซองเล็กเพียง 1 ซองหรือนาน ๆ กินทีก็จะช่วยลดความเสี่ยงได้

มันฝรั่งทอดไม่ใช่คนร้ายเพียงคนเดียวที่คอยทำลายสุขภาพของคุณ แต่ของทอด ของมัน ของหวาน หรืออาหารรสจัดอื่น ๆ หากกินมากเกินไปก็สามารถเล่นงานสุขภาพของคุณได้ไม่ต่างกัน

ที่มา: LiveScience, POBPAD

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...