โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“หมาก” ราคาวูบหนักสต๊อกอ่วม “อินเดีย-เมียนมา” หยุดซื้อถกขายจีนเพิ่ม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 มิ.ย. 2566 เวลา 08.06 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2566 เวลา 08.02 น.

“หมาก” ราคาร่วงหนักเหลือ 7-8 บาท/กก. เหตุ “อินเดีย-เมียนมา” หยุดรับซื้อ เผยเกษตรกรผู้ปลูกหมากในอินเดียร้องรัฐบาลห้ามนำเข้า ขณะที่เมียนมามีเหตุความไม่สงบทางการเมือง กระทบพ่อค้าแบกสต๊อกหมากแห้งอ่วมหลายพันตัน ด้านชาวสวนตัดใจปล่อยร่วงทิ้ง วอนรัฐบาลเร่งเจรจาเปิดตลาดหมากสุก-หมากแห้งในประเทศจีนให้กว้างขึ้น

ดร.สมบัติ ชนะสิทธิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการค้าและส่งออกหมากพลู และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้ราคาหมากตกต่ำลงมาไม่ถึง 10 บาท/กก. เนื่องจากไม่สามารถส่งออกไปประเทศอินเดีย

เพราะถูกเกษตรกรผู้ปลูกหมากของประเทศอินเดีย ทำการคัดค้านไปยังรัฐบาล ห้ามนำเข้าหมากจากต่างประเทศ เพราะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกหมากอินเดีย จึงมีการเจรจากับประเทศจีน เพื่อส่งออกหมากแห้งไป

ดังนั้น ภายในเดือนมิถุนายน 2566 ตนและคณะประกอบด้วยสมาคมส่งเสริมการค้าและส่งออกหมากพลู สหกรณ์โคเนื้อศรีวิชัย จำกัด และกลุ่มผลไม้จะเดินทางไปเจรจากับบริษัทเอกชนของประเทศจีน เพื่อหาแนวทางส่งออกสินค้าหมาก ปศุสัตว์ และผลไม้ เพื่อทำเอ็มโอยูในขั้นตอนต่อไป

“ได้รับการประสานงานมาจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถึงเรื่องดำเนินการประสานงานกับกลุ่มประเทศจีน เรื่องการส่งเสริมการค้าหมาก ขณะนี้ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการค้าหมากจากนครอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ แล้ว”

นายจิระวัฒน์ ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกณรงค์ หมากไทย จำกัด อ.ระโนด จ.สงขลา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ราคาหมากซีกตากแห้งที่ 7-8 บาท/กก. เนื่องจากไม่มีหน่วยงานลงมาดูแลเกษตรกร ทั้งที่ตลาดต่างประเทศทั้งอินเดีย จีน ยังมีความต้องการหมากจำนวนมาก ดังนั้น รัฐบาลใหม่ควรจะต้องลงมาดูแลเรื่องหมาก เพราะเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญเช่นกัน

ตาราง หมาก

นายณรงค์สิชญ์ สุธาทิพย์ เจ้าของแผงหมากแห้งส่งออก อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี และสมาชิกสภาเกษตรกร อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้พ่อค้าที่รับซื้อหมากเพื่อส่งออกตลาดต่างประเทศได้ชะลอการรับซื้อลง 50-70% และมีบางรายหยุดรับซื้อไปแล้ว เนื่องจากตลาดส่งออกหลัก 2 ประเทศทั้งเมียนมา และอินเดีย ต่างมีปัญหา

โดยเฉพาะเมียนมามีปัญหาสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ ขณะที่ตลาดอินเดียมีจัดเก็บภาษีหมากในอัตราที่สูงมาก ส่งผลกระทบทำให้พ่อค้าที่รับซื้อหมากต้องแบกรับสต๊อกจำนวนมาก คาดว่าเฉพาะใน จ.จันทบุรีมีสต๊อกอยู่หลายพันตัน ทำให้ราคาหมากแห้งในตลาดลดต่ำลงมาก หากปลายปี 2566 ราคายังไม่ดีขึ้น คงต้องยอมขายขาดทุนเพื่อระบายสต๊อก

“ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา หมากแห้งราคาดีมาก กิโลกรัมละ 60-80 บาท โดยมีพ่อค้าเมียนมา อินเดีย เข้ามารับซื้อถึงแผงรวบรวมหมาก แต่พอเข้าปี 2565 ราคาหมากส่งออกได้ลดลง จากกิโลกรัมละ 80 บาท ปัจจุบันเหลือกิโลกรัมละ 25-28 บาท”

นายณรงค์สิชญ์กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันมีสต๊อกหมากอยู่จำนวนมาก แต่ยังรับซื้อหมากจากชาวบ้านเล็กน้อย เพื่อเลี้ยงลูกค้าไว้ในราคา 10-13 บาท/กก. มีกำไรเพียง กก.ละ 3-4 บาท ส่วนหมากแห้งที่อยู่ในสต๊อก 50 ตัน คิดเป็นมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 40-50 ล้านบาท

เพราะรับซื้อไว้ช่วงราคาสูง 60-80 บาท/กก. แต่คิดเฉลี่ย ๆ ราคาประมาณ 40-50 บาท/กก. ต้องนำมาอบใหม่เพื่อป้องกันเชื้อรา น้ำหนักจะหายไป 10% ขณะที่ต้นทุนค่าไฟฟ้า ค่าแรงงานเพิ่มสูงขึ้น 5-8%

อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูราคาปลายปีอีกที เพราะปกติราคาหมากจะสูงตั้งแต่เดือนสิงหาคม ถ้าได้ราคา 40 บาท/กก. ต้องยอมขาย แม้จะขาดทุนเป็นล้านบาท เพราะปี 2567 ไม่แน่ใจเรื่องราคาปรับขึ้นหรือไม่ ต้องดูระยะสั้น ๆ

“หากไทยมีตลาดส่งออกไปจีนได้เหมือนผลไม้ โอกาสที่หมากจะเป็นพืชเศรษฐกิจอีกตัวที่สำคัญ ทั้งนี้ ขอให้รัฐบาลรักษาการช่วยเร่งแก้ปัญหาเจรจากับหน่วยงานส่งเสริมการค้าระหว่างไทย-จีน ให้นำเข้าหมากได้” นายณรงค์สิชญ์กล่าว

ทางด้านนางสาวดวงพร เวชสิทธิ์ เกษตรกรผู้ปลูกหมากและรองประธานแปลงใหญ่มังคุดคิชฌกูฏ อ.เขาคิชฌกูฏจ.จันทบุรี กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้ราคาหมากตกต่ำอย่างมาก ไม่มีตลาดรับซื้อทั้งหมากดิบ และหมากแห้ง

จากปกติมีพ่อค้าขาประจำมารับซื้อ ส่งออกไปตลาดเวียดนาม อินเดีย ทำให้ชาวสวนไม่เก็บหมากมาขาย ปล่อยให้สุก หล่นทิ้ง เพราะราคาหมากดิบขายได้เพียง 2-3 บาท/กก. จากราคา 5-6 บาท/กก. ส่วนราคาหมากแก่ จาก กก.ละ 40-50 บาท ตอนนี้เหลือ 10 กว่าบาท

“ปกติเราจ้างแรงงานมาเก็บ และแกะเปลือกออก ตอนนี้เจ้าของสวนต้องเก็บเอง ขายเอง บางรายต้องปล่อยทิ้ง หรือยกให้เป็นรายได้ของแรงงานในสวนเก็บและนำไปขาย ส่งผลให้รายได้ที่เคยได้จากหมากหายหมด”

อนึ่ง สถิติการส่งออกหมากของไทยในช่วง 10 ปี มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องระหว่างปี 2557-2564 (ดูตาราง) ปี 2557 มีมูลค่าส่งออก 787.81 ลบ., ปี 2558 มูลค่าส่งออก 1,043.57 ลบ., ปี 2559 มูลค่าส่งออก 1,252.43 ลบ., ปี 2560 มูลค่าส่งออก 1,178.24 ลบ., ปี 2561 มูลค่าส่งออก 2,193.23 ล้านบาท

ปี 2562 มูลค่าส่งออก 2,074.35 ลบ., ปี 2563 มูลค่าส่งออก 2,316.55 ลบ., ปี 2564 มูลค่าส่งออก 5,236.20 ลบ., ปี 2565 มูลค่าส่งออก 2,554.49 ลบ. และช่วง 4 เดือนแรกปี 2566 (มกราคม-เมษายน) มูลค่าส่งออก 307.67 ลบ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...