โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“แนน บุณย์ธิดา”หารือ “กองทัพภาคที่ 2″ยกระดับโครงข่ายสื่อสารในพื้นที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา

เดลินิวส์

อัพเดต 12 ก.ย เวลา 15.29 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย เวลา 08.29 น. • เดลินิวส์
รมช.ดีอี ถกกองทัพภาคที่ 2 ยกระดับสัญญาณสื่อสารชายแดนไทย-กัมพูชา อุดช่องโหว่ เสริมโครงข่ายดิจิทัลหนุนแนวหน้า

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานการประชุมเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการสื่อสารทางยุทธการและสัญญาณการสื่อสาร บริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ร่วมกับกองทัพภาคที่ 2 เพื่อหารือแนวทางเสริมความแข็งแกร่งของโครงข่ายสื่อสารในพื้นที่ชายแดน ให้พร้อมรองรับสถานการณ์ทุกรูปแบบ

โดยการประชุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากข้อจำกัดที่หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนเผชิญมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะสัญญาณโทรศัพท์ที่ยังไม่ครอบคลุมทั่วถึงในหลายจุด และช่องว่างการประสานงานระหว่างภาคประชาชน หน่วยงานรัฐ และกำลังพลในพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อความรวดเร็วในการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ประชุมจึงร่วมกันวางแนวทางพัฒนาระบบสื่อสารที่เชื่อมทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน

“พื้นที่ชายแดนคือจุดที่พิสูจน์ชัดที่สุดว่าสัญญาณสื่อสารไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวก แต่คือเส้นเลือดของความปลอดภัย เมื่อสัญญาณขาด การประสานงานก็สะดุดตามไปด้วย และในภาวะวิกฤตแม้เพียงไม่กี่นาทีที่ติดต่อกันไม่ได้ ก็อาจสร้างความเสียหายได้มหาศาล กระทรวงดีอี จึงมองภารกิจนี้ไม่ใช่แค่การวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แต่คือการเติมเต็มจุดที่ยังเป็นช่องโหว่ ให้กำลังพลในพื้นที่ รวมไปถึงประชาชนสามารถสื่อสารถึงกันได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะปกติหรือสถานการณ์เร่งด่วน”

น.ส.แนน บุณย์ธิดา กล่าวต่อว่า แนวทางที่หารือร่วมกันมุ่งพัฒนาระบบวิทยุสื่อสารความปลอดภัยสูง ที่เชื่อมโยงการทำงานระหว่างกำลังทหารในพื้นที่ชายแดนกับภาคประชาชน ทั้งฝ่ายปกครอง อปท. สาธารณสุข ตำรวจ และอาสาสมัครในพื้นที่ ให้สามารถสื่อสารผ่านช่องทางเดียวกันได้อย่างปลอดภัยผ่านการเข้ารหัสความปลอดภัย ครอบคลุมพื้นที่อับสัญญาณที่โทรศัพท์เข้าไม่ถึง โดย ระบบดังกล่าวจะช่วยร่นระยะเวลาการประสานงาน ลดความสูญเสียที่อาจเกิดจากความล่าช้าในการสื่อสาร และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนว่าจะได้รับการดูแลอย่างทันท่วงทีในทุกสถานการณ์

อย่างไรก็ตามการวางโครงข่ายสื่อสารที่มั่นคงและตรวจสอบได้ในพื้นที่ชายแดน ยังมีนัยสำคัญอีกด้าน คือการปิดช่องว่างที่เครือข่ายมิจฉาชีพและแก๊งคอลเซ็นเตอร์มักอาศัยความไม่ครอบคลุมของสัญญาณตามแนวชายแดนเป็นช่องทางแทรกซึม ลักลอบใช้สัญญาณหรืออุปกรณ์เถื่อน เพื่อใช้ในการหลอกลวงประชาชน เมื่อโครงข่ายหลักมีความมั่นคง ควบคุมได้ และตรวจสอบย้อนกลับได้ ก็จะเป็นการตัดโอกาสของขบวนการเหล่านี้ไปพร้อมกัน ถือเป็นการเสริมความมั่นคงให้ประเทศทั้งในมิติด้านความมั่นคงทางทหารและมิติการป้องกันภัยไซเบอร์จากมิจฉาชีพข้ามชาติไปในคราวเดียว

"เราไม่ได้มองว่าเรื่องนี้เป็นภาระของหน่วยงานความมั่นคงหน่วยใดหน่วยหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมของทุกภาคส่วน กระทรวงดีอีพร้อมสนับสนุนเพื่ออุดช่องโหว่และเสริมความแกร่งในส่วนนี้ เพราะการสื่อสารที่มั่นคง คือรากฐานสำคัญของความมั่นคงในพื้นที่ และคือหลักประกันความปลอดภัยของประชาชน กระทรวงดีอีจะเดินหน้าสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชามีโครงข่ายสื่อสารที่แข็งแกร่ง พร้อมรับมือทุกสถานการณ์" รมช.ดีอี กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...