โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

"ศุภจี" ถอดรหัสภาษี 301 สหรัฐฯ ได้สินค้ายกเว้นกว่า 2 พันรายการ คลุมส่งออก 50%

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลไทยเดินหน้าเจรจากับสหรัฐฯ ต่อเนื่อง หลังการไต่สวนตามมาตรา 301 กำหนดอัตราภาษีเบื้องต้น 12.5% แต่มีสินค้ายกเว้นภาษีกว่า 2,120 รายการ ครอบคลุมสินค้าเกษตร อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็น 50% ตั้งเป้ารักษาภาษีรวมไม่เกิน 19% เพิ่มรายการสินค้ายกเว้นภาษี และย้ำไม่ยอมรับเงื่อนไขที่กระทบเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคไทย

ย้ำภาษี 12.5% ยังไม่ใช่ข้อสรุป

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้าการเจรจากับสหรัฐฯ เกี่ยวกับมาตรการภาษี ว่า สหรัฐฯ ได้มีการเปิดไต่สวนภายใต้มาตรา 301 ใน 2 ประเด็น ได้แก่ การใช้แรงงานบังคับ และกำลังการผลิตส่วนเกิน ซึ่งในประเด็นแรงงานบังคับ สหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีเบื้องต้นไว้ที่ 12.5% ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

โดยไทยได้ยื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน และเดินทางไปชี้แจงด้วยวาจาเพิ่มเติมในเดือนพฤษภาคม เพื่อแสดงข้อเท็จจริงต่อสหรัฐฯ ทั้งสองประเด็น

ทั้งนี้ อัตราภาษี 12.5% ไม่ใช่เรื่องใหม่ และยังไม่ใช่บทสรุปสุดท้าย เพราะยังมีการพิจารณาในประเด็น Excess Capacity ซึ่งอาจมีการกำหนดอัตราภาษีเพิ่มเติม ก่อนนำมาคำนวณแบบสะสม

ดังนั้น รัฐบาลจึงมีเป้าหมายให้ภาษีรวมทั้งหมดไม่สูงกว่า 19% ตามกรอบเดิมและไม่สูงกว่าประเทศคู่แข่งของไทย พร้อมทั้งยื่นคำอุทธรณ์และชี้แจงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

"บางฝ่ายเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าไทยถูกเพิ่มภาษีจาก 10% เป็น 12.5% ทั้งที่ข้อเท็จจริง คือ ไทยเคยเผชิญกรอบภาษี 36% ก่อนเจรจาลดเหลือ 19% ส่วนอัตรา 10% เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวตามมาตรา 122 และ 12.5% เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกระบวนการมาตรา 301 ซึ่งยังอยู่ระหว่างการเจรจา"

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

แจงโต้ข้อกล่าวหาการผลิตส่วนเกิน

ขณะเดียวกันในประเด็น Excess Capacity (กำลังการผลิตส่วนเกิน) ไทยได้ชี้แจงต่อสหรัฐฯ ว่าอุตสาหกรรม 3 กลุ่มที่ถูกตรวจสอบ ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน ยางและผลิตภัณฑ์ยาง รวมถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 75-90% ไม่ได้ต่ำกว่า 60% ตามข้อกล่าวหา และไทยมีข้อมูลสนับสนุนครบถ้วน พร้อมชี้แจงเพิ่มเติมหากสหรัฐฯ ขอข้อมูลเพิ่ม

สำหรับเป้าหมายการเจรจาของไทยมี 3 ประการ คือ ให้อัตราภาษีรวมไม่เกิน 19% ไม่เสียเปรียบประเทศคู่แข่ง และขยายรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีให้มากขึ้น

ได้ยกเว้นภาษีกว่า 2,120 รายการ

โดยปัจจุบันไทยได้รับการยกเว้น2,120 รายาร คลอบคลุมสัดส่วน 62% ของสินค้าส่งออกไปสหรัฐ คิดเป็นมูลค่า 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยเบื้องต้นครอบคลุมดังต่อไปนี้

  • กลุ่มสินค้าเกษตร และอาหาร อาทิ ยางธรรมชาติ แป้งมันส่าปะหลัง สับปะรดสดและ แปรรูป - ผลไม้สดและแห้ง มะพร้าวสด น้ำมะพร้าว น้ำตาล วัตถุดิบอาหารสัตว์และเมล็ดพันธุ์
  • กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ วงจรรวม แผงวงจร หน่วยเก็บข้อมล (HDD) อุปกรณ์อัดเก็บ ข้อมูล อุปกรณ์ผลิต เซมิคอนดักเตอร์
  • กลุ่มอุตสาหกรรมและวัตถุดิบ อาทิ ปุ๋ย วัตถุดิบยาฆ่าแมลง หนังสัตว์ ผลิตภัณฑ์ไม้ เหล็กหล่อ และ เศษโลหะ
  • กลุ่มอากาศยาน อุปกรณ์การแพทย์ อาทิ ชิ้นส่วน อากาศยาน ยา และส่วน ประกอบของยา
  • สินค้าอื่น ๆ อาทิ เสื้อผ้าใช้แล้ว งานศิลปะ ของสะสม และโบราณวัตฤ

เร่งเจรจา ART ย้ำไม่นำเข้าเนื้อสัตว์ที่ใช้สารเร่งเนื้อแดง

สำหรับการเจรจาเรื่อง ART รัฐบาลยืนยันว่าจะเร่งสรุปให้เร็วที่สุด แต่จะไม่ยอมรับเงื่อนไขที่กระทบต่อ คุณภาพชีวิต สิทธิประโยชน์ของประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะประเด็นการนำเข้าเนื้อสัตว์ที่ใช้สารเร่งเนื้อแดง ซึ่งถือเป็นเส้นแดงที่ไทยไม่สามารถยอมรับได้ แม้ว่าหลายประเทศเพื่อนบ้านจะยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ไทยพร้อมยอมรับมาตรการอำนวยความสะดวกทางการค้าในหลายด้าน เช่น การกำหนดกรอบเวลาการตรวจสอบสินค้าและการตอบกลับที่ชัดเจน ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ไทยกำลังเจรจากับสหภาพยุโรป (EU) และความตกลงการค้าเสรีอื่น ๆ โดยย้ำว่าจะไม่แก้ไขกฎหมายใดที่กระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศ

เร่งดันกฎหมายแรงงานบังคับ (HRDD)

ในข้อกังวลเรื่องแรงงานบังคับ รัฐบาลกำลังผลักดันกฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับ (HRDD) โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบหลักการแล้ว และมีการตั้งคณะกรรมการที่มีกระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานหลัก และกระทรวงแรงงานเป็นฝ่ายเลขานุการ เพื่อเร่งเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาในการเปิดสมัยประชุมเดือนสิงหาคม ซึ่งไทยได้แจ้งความคืบหน้าดังกล่าวต่อสหรัฐฯ แล้ว

นอกจากการเจรจาทางการค้า ไทยยังใช้ความร่วมมือในมิติอื่นประกอบการเจรจา ทั้งการยืนยันแผนนำเข้าสินค้าเกษตร พลังงาน และเครื่องบินจากสหรัฐฯ ตามกรอบความตกลงเดิม รวมถึงสนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยลงทุนในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น

โดยปัจจุบันภาคเอกชนไทยลงทุนในสหรัฐฯ แล้วประมาณ 19,300 ล้านดอลลาร์ และมีแผนลงทุนเพิ่มอีก 5,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะช่วยสร้างการจ้างงานและลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ได้

นอกจากนี้ ไทยยังชี้แจงต่อฝ่ายสหรัฐฯ ว่า กว่า 30% ของการขาดดุลการค้าที่สหรัฐฯ มีกับไทย มาจากบริษัทสหรัฐฯ ที่เข้ามาผลิตสินค้าในประเทศไทยแล้วส่งกลับไปยังตลาดสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นข้อมูลใหม่ที่ฝ่ายสหรัฐฯ รับทราบและนำไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจ

มั่นใจส่งออกปีนี้โต 8%

สำหรับภาพรวมการส่งออกนั้น แม้ไทยจะเผชิญมาตรการภาษีของสหรัฐฯ แต่รัฐบาลได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการส่งออกปีนี้จากเดิมที่คาดว่าจะทรงตัว เป็นเติบโตในระดับ 8% เนื่องจากการส่งออกครึ่งปีแรกขยายตัวได้ดี โดยมองว่าผลกระทบในปีนี้ยังอยู่ในวงจำกัด

ในระยะยาวรัฐบาลจะเร่งดำเนินการ 4 เรื่องสำคัญ ประกอบด้วย

  • การผลักดันกฎหมายแรงงานบังคับ
  • การเร่งสรุปการเจรจา ART
  • การเพิ่มรายการสินค้ายกเว้นภาษี
  • การดูแลผู้ส่งออกไทยให้สามารถปรับตัวต่อมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ได้

การเจรจาทั้งหมดดำเนินการภายใต้ความร่วมมือของทีมไทยแลนด์ มีเป้าหมายร่วมกัน คือ รักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย ทำให้อัตราภาษีไม่สูงกว่าคู่แข่ง ไม่เกินกรอบ 19% และเพิ่มรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีให้มากที่สุด เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...