SECWatch ประกาศชุมนุม 4 ส.ค. หน้าทำเนียบฯ ทวงคืนรัฐบาลเบี้ยว 3 ข้อตกลง
เครือข่าย SEC Watch ซัด 'อนุทิน' เบี้ยวข้อตกลง ยกเลิก พ.ร.บ.SEC -แลนด์บริดจ์-ทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ ประกาศนัดชุมนุมหน้าทำเนียบฯ 4 ส.ค. ทวงบันทึกข้อตกลง 3 ข้อ
29 ก.ค.2569 - เครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ SEC Watch ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 2 เรื่อง ประกาศชุมนุมจากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เบี้ยวบันทึกข้อตกลง มีใจความว่า ตามที่มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีกับเครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ SEC Watch จำนวน 3 ข้อ คือ การยกเลิก พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ การยกเลิกโครงการแลนด์บริดจ์ การตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้
บัดนี้ข้อเรียกร้องทั้ง3ประการที่ลงนามร่วมกันกลับไม่ได้รับการปฏิบัติจากฝ่ายรัฐบาลดังนี้
1.การเบี้ยวข้อตกลงเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่าสามารถนำโครงการแลนด์บริดจ์กลับคืนมาได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งการกล่าวเช่นนี้เป็นการละเมิดข้อตกลงเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ซึ่งระบุว่า การดำรงอยู่หรือสิ้นสุดโครงการให้ขึ้นอยู่กับมติของกรรมการชุดรองนายกเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และกรรมการชุดการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนภาคใต้ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับความต้องการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี การสื่อสารเช่นนี้เท่ากับว่าบันทึกข้อตกลงนั้นไร้ความหมายสำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล
2.การเบี้ยวข้อตกลงว่าด้วยการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ โดยบันทึกข้อตกลงข้อที่3ระบุให้รัฐบาลต้องตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทภาพรวมการพัฒนาภาคใต้เพื่อสร้างทิศทางการพัฒนาที่ถูกต้องนับตั้งแต่การลงนามในบันทึกข้อตกลงในวันที่30มิถุนายน 2569 จนกระทั่งถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบ1เดือนยังไม่มีการดำนเนินการใดที่แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้
เมื่อข้อตกลง2ข้อถูกเบี้ยวโดยรัฐบาลจึงเป็นไปได้ว่าข้อตกลงข้อที่1เรื่อง พ.ร.บ.SEC จะถูกเบี้ยวจากรัฐบาลได้เช่นกัน เหตุการณ์นี้ทำให้เห็นว่าถึงแม้จะมีบันทึกข้อตกลงอย่างเป็นทางการแต่นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยยังกล้าเบี้ยวข้อตกลงที่ลงนามร่วมกับประชาชน ที่ผ่านมานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ นายพิพัฒฯ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี จากพรรคเดียวกันพูดไม่ตรงกันและแนวโน้มเช่นนี้จะทำให้ข้อเสนอของประชาชนถูกทิ้งร้างอย่างแน่นอน
เครือข่ายSEC Watch ขอสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชนว่า การพัฒนาโครงสร้างการคมนาคมขนส่งจะต้องเกิดขึ้นจากการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาพรวมก่อน จึงจะสามารถตอบคำถามได้ว่า การก่อสร้างเส้นทางขนส่งในรูปแบบไหนที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจภาพรวมของภาคใต้ แต่หากรัฐบาลยังใช้วิธีคิดแบบเดิมนั่นคืออยากสร้างตรงไหนก็เร่งดำเนินการโดยไม่ต้องจัดทำแผนภาพรวม ไม่ต้องตอบคำถามว่าการก่อสร้างเส้นทางขนส่งจะก่อเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประชาชนในภาคใต้อย่างไร แนวทางการทำงานเช่นนี้จะก่อให้เกิดความผิดพลาดเช่นเดิม กรณีโครงการแลนด์บริดจ์จึงควรเป็นโอกาสที่รัฐบาลจะสำนึกว่า การจัดทำโครงการใดต้องเกิดขึ้นจากข้อเท็จริงไม่ใช่ความต้องการทางการเมือง
ถึงเวลาที่การผลิตโครงการในการพัฒนาภาคใต้ต้องเกิดขึ้นจากการจัดทำแผนที่สอดคล้องกับข้อมูลข้อเท็จจริงและศักยภาพของพื้นที่ ฉะนั้นการเกิดขึ้นของโครงการคมนาคมขนส่งในภาคใต้ต้องมาจากแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ในภาพรวม เพื่อให้เส้นทางคมนาคมขนส่งที่จะเกิดขึ้นเป็นประโยชน์กับคนภาคใต้อย่างแท้จริง
เครือข่าย SEC Watch จึงขอให้รัฐบาลกลับมาเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง โดยสิ่งที่รัฐบาลต้องปฏิบัติคือนายกรัฐมนตรีต้องยอมรับบันทึกข้อตกลงข้อที่2และสั่งการให้ทุกหน่วยดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงในการยุติโครงการแลนด์บริดจ์ที่ลงนามกันไว้และนายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ตามที่ตกลงร่วมกัน
เมื่อประชาชนถูกหักหลังจึงไม่มีทางเลือกอื่นเครือข่าย SEC Watch จึงขอประกาศการชุมนุมเพื่อทวงบันทึกข้อตกลงที่ลงนามกันไว้แล้ว โดยขอประกาศการชุมนุมในวันที่ 4 สิงหาคม2569 เป็นต้นไป ณ.ทำเนียบรัฐบาล
ด้วยจิตคารวะ
เครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ SEC Watch
28 กรกฎาคม 2569