ป.ป.ช.เร่งขยายผลทุจริตสอบท้องถิ่นปี 68 พบเชื่อมโยงคดีปี 64 จากหลักฐานผู้กระทำผิดสูงสุดขณะนี้ แค่ระดับอธิบดี 2 คน ยังไม่ถึงฝ่ายการเมือง
วันนี้ (25 ส.ค.2569) นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงความคืบหน้ากรณีทุจริตดำเนินการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ว่า หลังจาก ป.ป.ช.รับเรื่องร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เข้าไปมีส่วนในการทุจริตการสอบแข่งขันข้าราชการปี 2568 ได้มีการไต่สวนใน 2 ประเด็น
ประเด็นแรก คือการล็อคสเปค ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) มีการกำหนดเงื่อนไข และขอบเขต TOR เอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคาดำเนินการสอบรายหนึ่งรายใดโดยไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ประเด็นที่ 2 คือการทุจริตแอบอ้างและเรียกรับเงิน กรณีที่มีการสอบบรรจุบุคคลเข้าเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น
ขณะนี้ทาง ป.ป.ช.ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วย โดยเฉพาะการตรวจสอบเส้นทางการเงิน เราได้ประสานทาง ปปง. และธนาคาร เพื่อขอข้อมูลในส่วนของเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกทั้งระบบ
ในส่วนของการลงพื้นที่ขณะนี้ ได้แบ่งเจ้าหน้าที่ไต่สวนลงไปดำเนินการในส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะประเด็นดำเนินการช่วงนี้คือ เราต้องดำเนินการเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงว่า บุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง บุคคลใดเป็นเหยื่อ บุคคลใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดชัดเจน เพื่อการวินิจฉัยในอนาคต ในส่วนนี้ค่อนข้างใช้เวลามาก เพราะผู้เกี่ยวข้องมีมากกว่า 6,000 ราย
นายเกียรติศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ระหว่างดำเนินการ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานทางดิจิทัล และวิเคราะห์หลักฐานในคอมพิวเตอร์ที่ยึดได้ครั้งก่อน ซึ่งในไฟล์เอกสารมีบัญชีรายชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ บัญชีเครือข่ายที่ตรงกับปี 2568 นอกจากนี้ รายชื่อและเครือข่ายเหล่านี้ ยังเกี่ยวข้องกับการสรรหาพนักงานเทศบาลข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และพนักงานเมืองพัทยา ให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564 ด้วย จากหลักฐานที่บ่งชี้ว่า เครือข่ายนี้ทำงานเป็นขบวนการหลายปีต่อเนื่องกัน คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติให้ไต่สวน และรับคดีปี 2564 เป็นคดีพิเศษ และรับไว้ดำเนินการเช่นเดียวกัน
นายเกียรติศักดิ์ เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มแรก คือระดับนโยบาย กลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้บริหารระดับสูง และเจ้าหน้าที่ กลุ่มที่ 3 คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการทำระบบประเมินผล และกลุ่มที่ 4 ผู้ที่เรียกรับเงิน รวมถึงผู้ที่ได้รับการบรรจุด้วย
ส่วนกรณีที่ คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่ามีเส้นเงิน กว่า 9,000 ล้านบาท ป.ป.ช.ยังไม่ได้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ แต่ยืนยันว่า แม้เส้นทางการเงินไม่ถึง แต่เส้นเงินเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าใครผิดถูก ต้องประกอบด้วยหลักฐานอย่างอื่นด้วย ส่วนเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับนักการเมืองระดับสูงหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ข้อสรุป ขอให้อดใจรออีกนิด เรื่องตัดตอน ในป.ป.ช.ไม่มีแน่นอน ซึ่งกรอบระยะเวลาในการไต่สวนวางไว้ 6 เดือน และมีการประชุมกันทุกสัปดาห์ จะสามารถสรุปเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ในแต่ละกลุ่ม เพื่อนำเข้าคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณา หลังจากนั้นจะเป็นกระบวนการในการตรวจสอบและชี้แจงข้อกล่าวหาต่อไป
ส่วนคดีนี้จะสาวถึงระดับรัฐมนตรีหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ยืนยันว่า กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ว่าจะสาวถึงใครได้บ้าง ซึ่งมีทั้งพยานคำบอกเล่า และพยานที่หนักแน่นที่ระบุถึงเส้นทางการเงิน ก็จะสามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบหลักฐานในส่วนนี้
ส่วนจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาในกลุ่มภูมิภาคใดได้เร็วที่สุด นายเกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐานในแต่ละภูมิภาค ซึ่งความยาก คือ ต้องแยกมีผู้เกี่ยวข้องระดับล่าง ว่าเป็นผู้กระทำความผิดหรือเป็นเหยื่อ ส่วนความคืบหน้าการตรวจกระดาษคำตอบทั้ง 860,000 แผ่น ขณะนี้ยังไม่เสร็จ จะใช้เวลาดำเนินการ 10 วันหลังจากที่ได้เครื่องตรวจกระดาษคำตอบมา แต่ขณะนี้ยังไม่ได้เครื่องมา เพราะอยู่ระหว่างการหาเครื่องตรวจที่มีความแม่นยำ
สำหรับการคุ้มครองพยาน ตามหลักการแล้ว ป.ป.ช. จะมีการคุ้มครองพยาน เพราะถ้อยคำอาจส่งผลกระทบต่อชีวิต ซึ่งจะมีการจัดมาตรการคุ้มกัน และมีมาตรการในการกันไว้เป็นพยาน เป็นเรื่องที่ผู้กระทำความผิดหรือมีส่วนร่วม ยินยอมมาให้ข้อมูลและเปิดเผยข้อเท็จจริง จนสามารถนำไปสู่การลงโทษตัวการใหญ่ได้ ก็จะไม่มีการดำเนินคดี โดยเฉพาะกลุ่มคนตัวเล็กตัวน้อย ยืนยันว่าทุกอย่างดำเนินการตามกฎหมาย
ส่วนการตรวจสอบการทุจริตการสอบท้องถิ่นที่มีการขยายผลย้อนหลังไปถึงปี 2564 ที่เกี่ยวข้องกับเทศบาลเมืองพัทยา ป.ป.ช.พบว่า มีผู้เกี่ยวข้อง 10 คน สูงสุดเป็นระดับอธิบดี สถ.ในขณะนั้น มีพฤติกรรมกระทำความผิดแก้ไขคะแนนสอบเหมือนกับปี 2568 และเป็นกลุ่มคนเดียวกัน ขณะนี้ ป.ป.ช.ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้าราชการระดับอธิบดีไปแล้ว 2 คน คือนายนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. กับอดีตอธิบดี สถ.เมื่อปี 2564 ต้องมีการตรวจสอบและขยายผลว่ามีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องหรือไม่ หลักฐานขณะนี้สามารถเอาผิดบุคคลได้สูงสุดอยู่ที่ระดับอธิบดี ยังไม่ถึงฝ่ายการเมือง แต่ยืนยันว่า ป.ป.ช.จะสอบไปให้ได้สุดทาง เพื่อให้ไปถึงตัวการ ซึ่งขณะนี้ได้แค่ตัวการระดับหนึ่ง แต่จะไปถึงระดับที่เป็นข่าวหรือไม่ ขอดูหลักฐานก่อน
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ที่ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในช่วงเวลาปี 2564 คือ นายประยูร รัตนเสนีย์