โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สงคราม เงินเฟ้อ และ AI ฉุดโลกผันผวน ทองคำกระจายเสี่ยงลดความเปราะบางพอร์ตลงทุน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักลงทุนทั่วโลกกำลังเผชิญความผันผวนจากสงคราม เงินเฟ้อ หนี้สาธารณะ และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จึงควรแยกข่าวร้ายระยะสั้นออกจากปัจจัยสร้างมูลค่าระยะยาว โดยพิจารณาผลิตภาพ กระแสเงินสด หนี้ และความสามารถรักษากำไรของบริษัท พร้อมกระจายพอร์ตให้รับมือความไม่แน่นอนได้ ทั้งนี้ ทองคำมีบทบาทช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตในช่วงที่เงินเฟ้อ ค่าเงิน หรือภูมิรัฐศาสตร์ผันผวน แม้ไม่สร้างกระแสเงินสดด้วยตัวเอง

เมื่อโลกกำลังเปลี่ยน นักลงทุนควรมองอะไร

แก่นของการลงทุนไม่ใช่การมองโลกดีหรือร้ายเกินไป แต่คือการแยกให้ออกว่าอะไรเป็นเสียงรบกวนระยะสั้น และอะไรคือแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าในระยะยาว ทุกครั้งที่โลกเปลี่ยน ผู้คนมักกังวลว่าอนาคตจะแย่ลง ไม่ว่าจะเป็นยุคเครื่องจักร อินเทอร์เน็ต หรือวันนี้ที่โลกเผชิญ AI สงคราม เงินเฟ้อ หนี้สาธารณะ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

นายวราวุธ เบญจาพุทธารักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด เปิดมุมมองว่า ข่าวร้ายเกิดขึ้นแทบทุกวัน จนทำให้นักลงทุนจำนวนมากเห็นความเสี่ยงมากกว่าโอกาส แต่ในประวัติศาสตร์ ช่วงที่คนส่วนใหญ่กังวลมักเป็นช่วงที่ราคาสินทรัพย์บางประเภทสะท้อนความเสี่ยงไว้สูง และเปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้าใจพื้นฐานเศรษฐกิจและบริหารความเสี่ยงได้ดีสร้างผลตอบแทนระยะยาว

การลงทุนจึงไม่ใช่การรอวันที่ทุกอย่างชัดเจน เพราะเมื่อทุกอย่างชัดเจน ตลาดมักปรับราคาไปก่อนแล้ว โอกาสที่แท้จริงเกิดจากส่วนต่างระหว่างมูลค่าพื้นฐานกับราคาที่สะท้อนความกลัวหรือความคาดหวังไว้แล้ว นักลงทุนจึงต้องถามเสมอว่าผลตอบแทนคาดหวังคุ้มกับความเสี่ยงที่รับอยู่หรือไม่

ข่าวร้ายระยะสั้น หรือแรงขับเคลื่อนมูลค่าระยะยาว

ในทางเศรษฐศาสตร์ ความมั่งคั่งของโลกเกิดจากหลายปัจจัย เช่น แรงงาน ทุน สถาบัน คุณภาพนโยบาย และเทคโนโลยี แต่ปัจจัยสำคัญระยะยาวคือผลิตภาพ เพราะเป็นตัวกำหนดว่าเศรษฐกิจสามารถสร้างสินค้า บริการ รายได้ และกำไรได้มากขึ้นเพียงใดจากทรัพยากรเดิม นี่คือเหตุผลที่ AI ได้รับความสนใจอย่างมาก คุณค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ความน่าตื่นเต้นของเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ศักยภาพในการเพิ่มผลิตภาพของทั้งระบบเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนไม่ควรมองเฉพาะด้านบวก โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น ความขัดแย้งระหว่างประเทศรุนแรงขึ้น ห่วงโซ่อุปทานแบ่งเป็นหลายขั้ว และภาครัฐมีภาระหนี้เพิ่มขึ้น สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และความผันผวนอยู่ในระดับสูงกว่าที่นักลงทุนคุ้นเคย

ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีกระแสเงินสดแข็งแรง หนี้ไม่สูงเกินไป อำนาจกำหนดราคา และความสามารถในการรักษาอัตรากำไร มากกว่าการไล่ซื้อสินทรัพย์ที่เติบโตเร็วแต่ต้องพึ่งเงินทุนราคาถูกต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจึงควรระวังการตัดสินใจตามกระแสข่าว ข่าวมีอายุเพียงไม่กี่วัน แต่แนวโน้มสำคัญของโลกอาจดำเนินต่อเนื่องเป็นสิบปี ตลาดอาจตอบสนองต่อเหตุการณ์วันนี้ แต่ความมั่งคั่งมักถูกสร้างจากการเปลี่ยนแปลงในอีกหลายปีข้างหน้า

ทองคำสินทรัพย์เชิงป้องกันความเสี่ยง

ท้ายที่สุด หน้าที่ของนักลงทุนไม่ใช่การทำนายอนาคตให้ถูกต้องทุกครั้ง แต่คือ การสร้างพอร์ตที่แข็งแกร่งพอจะรับมือกับความไม่แน่นอน ไม่พึ่งพาฉากทัศน์เดียว มีวินัยพอจะไม่ไล่ตามอารมณ์ตลาด และยืดหยุ่นพอที่จะเติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลก

ในบริบทดังกล่าว ทองคำสามารถทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์เชิงป้องกันความเสี่ยงและเครื่องมือกระจายพอร์ต โดยเฉพาะในช่วงที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง ค่าเงินผันผวน หรือความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น

แม้ทองคำไม่สร้างกระแสเงินสดเหมือนหุ้นหรือพันธบัตร แต่คุณค่าของทองคำอยู่ที่บทบาทในการรักษามูลค่าและลดความเปราะบางของพอร์ตเมื่อความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินหรือสกุลเงินหลักลดลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...