โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พม. - กห. ผนึกกำลัง เร่งเดินหน้า “บ้านมั่นคงชายแดน” ชูยุทธศาสตร์ชุมชนชายแดนเข้มแข็ง พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน 26 จว. 752 ชุมชน พร้อมครอบครัวทหารผ่านศึก

สวพ.FM91

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พม. - กห. ผนึกกำลัง เร่งเดินหน้า “บ้านมั่นคงชายแดน” ชูยุทธศาสตร์ชุมชนชายแดนเข้มแข็ง พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน 26 จว. 752 ชุมชน พร้อมครอบครัวทหารผ่านศึก

วันที่ 18 กันยายน 2569 นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ร่วมประชุมหารือกับ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กห.) และคณะผู้บริหารกระทรวง กห. เพื่อวางกรอบความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกระทรวง พม. และ กห. สำหรับการยกระดับความมั่นคงของมนุษย์ควบคู่กับความมั่นคงของชาติ โดยมุ่งสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนในพื้นที่ชายแดนและกำลังพลผู้เสียสละ ณ ห้องภาณุรังษี ชั้น 3 ในศาลาว่าการกลาโหม กระทรวงกลาโหม กรุงเทพฯ
นายนิกร เปิดเผยว่า การประชุมหารือครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง "ฝ่ายพัฒนาสังคม" โดยกระทรวง พม. และ "ฝ่ายความมั่นคง" โดยกระทรวง กห. โดยมุ่งเน้นการตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายหลัก 3 กลุ่มอย่างตรงจุดในพื้นที่ชายแดน ดังนี้

1. ประชาชนและชุมชนตามแนวชายแดนใน 26 จังหวัด 752 ชุมชน/หมู่บ้าน 259,037 ครัวเรือน โดยสร้าง “ชุมชนชายแดนเข้มแข็ง” พร้อมความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเปลี่ยนแนวกันชนให้เป็นชุมชนเข้มแข็ง , ยกระดับยุทธศาสตร์การป้องกันชายแดนเชิงรุก ผ่านแนวคิด “ชุมชนชายแดนเข้มแข็ง” ด้วยการสนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนหลัง มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ปลอดภัย และมีอาชีพที่ยั่งยืน ถือเป็นกลไกเฝ้าระวังและรักษาอธิปไตยที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และ ปลดล็อกการใช้ที่ดินความมั่นคง โดยทั้งสองหน่วยงานร่วมพิจารณาแนวทางบูรณาการการใช้ประโยชน์ที่ดินในกำกับดูแลของฝ่ายความมั่นคง เพื่อนำมาจัดสรรและพัฒนาเป็นโครงการ “บ้านมั่นคงชายแดน” โดย สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. จะเข้ามาร่วมวางผังและสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน และหน่วยทหารร่วมลงแรงพัฒนา ดึงศักยภาพและความเชี่ยวชาญของ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) และ กรมการทหารช่าง ร่วมกับกิจการพลเรือน ลงพื้นที่สนับสนุนเครื่องจักร วัสดุ และกำลังพลในการก่อสร้าง ปรับปรุงบ้านเรือน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของชาวบ้าน

2. ครอบครัวทหารผ่านศึกและทหารพรานยากจน ด้วยการดูแลสิทธิประโยชน์ คืนเกียรติยศและสวัสดิการแก่กำลังพลผู้ปิดทองหลังพระ โดย 2.1 การเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการอย่างแท้จริง ซึ่งกระทรวง พม. และ กห. เล็งเห็นถึงความเสียสละของนักรบชุดดำ (ทหารพราน) และทหารผ่านศึกที่ปลดประจำการแล้ว ซึ่งครอบครัวจำนวนมากยังประสบปัญหาความยากจนและไม่มีบ้านเป็นของตนเอง และ 2.2 แพ็กเกจดูแลเฉพาะกลุ่ม ด้วยการบูรณาการฐานข้อมูลเพื่อสำรวจและส่งมอบความช่วยเหลือรายครัวเรือน ทั้งการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านที่ทรุดโทรม การส่งเสริมทุนประกอบอาชีพสำหรับคู่สมรส และสวัสดิการ สุขภาพองค์รวม เพื่อให้ครอบครัวของผู้เสียสละสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างสมศักดิ์ศรี

3. ทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากภัยสงครามและกลุ่มเปราะบาง โดย 3.1 ระบบฟื้นฟูเยียวยาแบบไร้รอยต่อ ด้วยการ กำหนดแนวทางดูแลทหารกล้าที่ได้รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือสูญเสียอวัยวะจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศชาติ โดยกระทรวง พม. จะนำนวัตกรรมและบริการด้านคนพิการเข้ามาเสริม ทั้งกายอุปกรณ์ การปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้รองรับ Universal Design (อารยสถาปัตย์) และการฟื้นฟูสภาพจิตใจ และ 3.2 ส่งเสริมอาชีพใหม่รองรับการใช้ชีวิต ด้วยการเปิดช่องทางฝึกอบรมทักษะอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย เพื่อให้สามารถกลับมาสร้างรายได้และเป็นเสาหลักให้แก่ครอบครัวได้อีกครั้ง ควบคู่กับการดูแลกลุ่มเปราะบางอื่นๆ ในพื้นที่ติดชายแดน เช่น ผู้สูงอายุติดเตียง และเด็กด้อยโอกาส

ทั้งนี้ มีเป้าหมายระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2570-2574 โดยได้กำหนดกิจกรรมสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชนการเตรียมความพร้อมชุมชนและการพัฒนายกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง , การอุดหนุนที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคพื้นที่ความมั่นคงพื้นที่ปลอดภัยและการจัดการทรัพยากรข้ามแดน , การบริหารจัดการ โดยสำหรับในปี 2570 จะดำเนินการนำร่องใน 5 จังหวัด 21 ชุมชน/หมู่บ้าน 4,563 ครัวเรือน ประกอบด้วย จังหวัดสระแก้ว อุบลราชธานี สุรินทร์ บุรีบุรีรัมย์ และศรีสะเกษ

“หลังจากนี้ ทั้งสองฝ่ายจะมีมติร่วมกันในการเร่งจัดตั้ง คณะทำงานร่วม (Joint Working Group) เพื่อกำหนดแผนงาน กรอบงบประมาณ และพื้นที่นำร่องให้ชัดเจน โดยจะรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการบูรณาการดังกล่าว เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบ ในการอนุมัติกรอบความร่วมมือ การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อความมั่นคง และการจัดสรรงบประมาณบูรณาการข้ามกระทรวง เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบาย “ความมั่นคงทางทหารเคียงคู่ความมั่นคงของมนุษย์” เกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไป” นายนิกร กล่าวท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...