โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สุดพีก! หนุ่มจีนหวนเจอหมอผู้เคยช่วยชีวิตเมื่อ 19 ปีก่อน ในฐานะลูกศิษย์-อาจารย์

Khaosod

อัพเดต 06 ก.ย เวลา 11.26 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย เวลา 11.26 น.
หนุ่มจีนตามรอยเข้าสายการแพทย์ ก่อนหวนเจอศัลยแพทย์ผู้เคยช่วยชีวิตเขาเมื่อ 19 ปีก่อน ในฐานะอาจารย์คนแรก - ภาพจาก Xinhua

เหมือนฟ้าลิขิต! หนุ่มจีนเคยได้รับการช่วยชีวิตจากศัลยแพทย์ในวัยเด็ก 19 ปีต่อมา ตามรอยเข้าสายการแพทย์ ก่อนหวนเจอหมอคนเดิมในฐานะอาจารย์คนแรก

เรื่องราวสุดประทับใจของ หวง หงซิน ชายหนุ่มชาวจีนวัย 23 ปี กำลังได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์ หลังเส้นทางชีวิตพาเขากลับมายังโรงพยาบาลที่เคยช่วยชีวิตตัวเองเมื่อเกือบ 2 ทศวรรษก่อน แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้กลับมาในฐานะผู้ป่วย เพราะล่าสุดหวงได้เข้าศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษาในภาควิชาศัลยกรรมประสาท ที่โรงพยาบาลเซียงหย่า ในสังกัดมหาวิทยาลัยเซ็นทรัลเซาท์

ย้อนกลับไปเมื่อ 19 ปีก่อน หวงซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในมณฑลเจียงซี ป่วยเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด โดยมีทั้งภาวะหลอดเลือดแดงปอดตีบและรูเปิดระหว่างหัวใจห้องบน ซึ่งโรงพยาบาลแห่งอื่นประสบความยากลำบากในการรักษา ครอบครัวจึงพาเขาเดินทางมายังโรงพยาบาลเซียงหย่า ในมณฑลหูหนาน ก่อนทีมของศาสตราจารย์หลง หลง และศาสตราจารย์หู ชิงหัว จะสามารถผ่าตัดรักษาเขาได้สำเร็จ และทำให้หวงเติบโตขึ้นมาใช้ชีวิตได้เหมือนเด็กทั่วไป

เวชระเบียน

เวชระเบียนระบุว่า หวง หงซิน เคยเข้ารับการรักษาโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่โรงพยาบาลเซียงหย่า เมื่อปี 2007 - ภาพจาก CCTV

เมื่ออายุมากขึ้น หวงเริ่มเข้าใจว่าการผ่าตัดในวันนั้นมีความหมายต่อชีวิตของตัวเองมากเพียงใด โดยเจ้าตัวกล่าวถึงแพทย์ที่รักษาเขาว่า “คุณหมอช่วยชีวิตผม และมอบชีวิตใหม่ให้กับผม” ความรู้สึกขอบคุณที่มีต่อทีมแพทย์จึงค่อย ๆ กลายเป็นแรงบันดาลใจ และจุดประกายให้เขาสนใจเส้นทางสายการแพทย์อย่างจริงจัง

เรื่องราวของครอบครัวหวงกับโรงพยาบาลเซียงหย่ายังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะในปี 2024 คุณย่าของเขาต้องเข้ารักษาตัวที่ภาควิชาศัลยกรรมประสาท หลังตรวจพบภาวะหลอดเลือดสมองโป่งพอง โดยได้รับการรักษาจากทีมของศาสตราจารย์หวง จวิน ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพทางการแพทย์และวางแผนการผ่าตัดอย่างละเอียด จนสามารถรักษาเธอได้สำเร็จและช่วยป้องกันภาวะเลือดออกในสมองที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

การได้เห็นแพทย์ช่วยเหลือทั้งตัวเองและคนในครอบครัวยิ่งทำให้หวงแน่ใจในเส้นทางที่เลือก เขามุ่งมั่นเตรียมตัวสอบเข้าศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษา ก่อนจะสอบเข้าโรงพยาบาลเซียงหย่าได้สำเร็จ และปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ภายใต้การดูแลของศาสตราจารย์หวง จวิน แพทย์ผู้เคยรักษาคุณย่าของเขา

แต่จุดพีกของเรื่องเกิดขึ้นระหว่างการฝึกปฏิบัติงานทางคลินิก ซึ่งนักศึกษาต้องหมุนเวียนไปเรียนรู้ในแผนกต่าง ๆ เมื่อแผนกแรกที่หวงได้รับมอบหมายกลับเป็น “ศัลยกรรมหัวใจและหลอดเลือด” และอาจารย์แพทย์คนแรกที่เขาต้องฝึกด้วยก็คือ ศาสตราจารย์หลง หลง ศัลยแพทย์คนเดียวกับที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้เมื่อ 19 ปีก่อน จากเด็กชายที่เคยนอนเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล วันหนึ่งจึงได้กลับมายืนเคียงข้างแพทย์ผู้ช่วยชีวิตตัวเองในชุดของบุคลากรทางการแพทย์

แรงผลักดัน

เมื่อเติบโตขึ้น หวงเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการผ่าตัดช่วยชีวิตในครั้งนั้น จนกลายเป็นแรงผลักดันให้เขามุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียน - ภาพจาก CCTV

หวงระบุว่า เขาจะตั้งใจทำงานและพัฒนาทักษะทางวิชาชีพของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยหวังว่าวันหนึ่งจะสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปช่วยดูแลผู้ป่วยคนอื่น ๆ ได้มากขึ้น เช่นเดียวกับที่ครั้งหนึ่งเขาและครอบครัวเคยได้รับโอกาสจากบรรดาแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งนี้

ขณะเดียวกัน ภาพของหวงที่ถ่ายคู่กับศาสตราจารย์หลง หลง โดยทั้งสองสวมชุดผ่าตัดอยู่เคียงข้างกัน ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้คนบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตรายหนึ่งถึงกับกล่าวว่า “วิธีแสดงความขอบคุณที่ดีที่สุด คือการเติบโตขึ้นมาเป็นเหมือนคุณ” ขณะที่อีกคนมองว่า เรื่องราวนี้เปรียบเสมือน “การส่งต่อชีวิต และการสืบทอดความมุ่งมั่นจากรุ่นสู่รุ่น”

ที่มา: scmp

อ่านข่าวเพิ่มเติม: ศัลยแพทย์จีนเปิดใจชีวิตสุดกดดัน ตารางงานแน่น ไม่มีเวลาพักผ่อน จนน้ำหนักพุ่ง 150 กก. สุขภาพทรุด ท่ามกลางเสียงตั้งคำถามต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สุดพีก! หนุ่มจีนหวนเจอหมอผู้เคยช่วยชีวิตเมื่อ 19 ปีก่อน ในฐานะลูกศิษย์-อาจารย์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...