ไขมันในช่องท้องอันตรายกว่าที่คิด! เช็กสัญญาณเตือน - วิธีตรวจ DEXA Scan
หลายคนอาจเคยได้ยิน“ไขมันในช่องท้อง”หรือ“Visceral Fat”แต่รู้หรือไม่ว่าไขมันชนิดนี้แตกต่างจากไขมันใต้ผิวหนังทั่วไปและเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าที่คิดเพราะมันสะสมอยู่รอบอวัยวะสำคัญภายในร่างกายของเราเช่นตับตับอ่อนและลำไส้การมี Visceral Fat สูงเกินไปนั้น ทำให้เพิ่มความเสี่ยงของโรคร้ายแรงหลายชนิด
ไขมันในช่องท้อง อันตรายแค่ไหน?
- โรคหัวใจและหลอดเลือด Visceral Fat ส่งผลโดยตรงต่อระดับคอเลสเตอรอลและความดันโลหิต ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคหัวใจ
เช็กเกณฑ์ 10 อาการออฟฟิศซินโดรม หากเกิน 5 ข้อควรรีบดูแลก่อนลุกลาม
เปิดลิสต์อาหารลด "ไขมันพอกตับ" ลดการอักเสบ ช่วยฟื้นฟูตับ
- เบาหวานประเภท 2 ไขมันชนิดนี้ทำให้เซลล์เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลได้ยากขึ้น
- ไขมันพอกตับ (NAFLD) เป็นภาวะที่ไขมันสะสมอยู่ในตับมากเกินไป ซึ่งเพิ่มโอกาสในการเกิดภาวะตับแข็งในอนาคต
- ความดันโลหิตสูงและหลอดเลือดอุดตัน Visceral Fat กระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูงและปัญหาหลอดเลือด
สัญญาณเตือนอาจมีไขมันในช่องท้องสูง
แม้ไม่ได้มีรูปร่างอ้วนทั้งตัวแต่ก็อาจมีไขมันในช่องท้องสูงได้ลองสังเกตสัญญาณเหล่านี้:
- รอบเอวขยายออก แม้ว่าน้ำหนักตัวอาจจะยังคงเดิมหรือไม่เปลี่ยนแปลงมาก
- น้ำหนักขึ้นง่าย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องหรือที่เรียกกันว่า "อ้วนลงพุง"
- มีภาวะดื้ออินซูลิน หรือตรวจพบระดับน้ำตาลในเลือดสูง
- ความดันโลหิตเริ่มสูง สูงขึ้นผิดปกติ
DEXA Scan คืออะไร? ทำไมต้องใช้ตรวจ Visceral Fat?
DEXA Scan (Dual-Energy X-ray Absorptiometry) เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถวิเคราะห์องค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition Analysis) ได้อย่างละเอียดแม่นยำ รวมถึงการวัดระดับไขมันในส่วนต่างๆ
DEXA Scan มีความสำคัญในการตรวจ Visceral Fat
- มีความละเอียดสูง สามารถวัดไขมันในช่องท้องได้โดยตรงและแม่นยำแตกต่างจากเครื่องชั่งน้ำหนักทั่วไปที่ประเมินจากค่า BMI
- แยกประเภทไขมันได้ชัดเจน ระบุปริมาณระหว่างไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) กับไขมันในอวัยวะภายในได้อย่างชัดเจน
- ช่วยประเมินความเสี่ยงของโรคผลลัพธ์ที่ได้จาก DEXA Scan เป็นข้อมูลสำคัญที่แพทย์ใช้ประกอบในการประเมินความเสี่ยงของโรค และวางแผนดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล
DEXA Scan เหมาะสำหรับใคร?
- ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักและวางแผนออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพ
- ผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุงหรือมีประวัติโรคเรื้อรังในครอบครัว
- ผู้ที่ต้องการติดตามผลการดูแลสุขภาพหรือโปรแกรมลดไขมันอย่างละเอียดและแม่นยำ
ไขมันในช่องท้องควรจัดการอย่างไร?
- ควบคุมอาหารหลีกเลี่ยงน้ำตาล ไขมันทรานส์ และอาหารแปรรูป เน้นการบริโภคผัก ผลไม้ โปรตีนไม่ติดมัน และธัญพืชไม่ขัดสี
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอการทำคาร์ดิโอเช่นวิ่งเดินเร็วปั่นจักรยานและการเวทเทรนนิ่งจะเป็นตัวช่วยลดไขมันในช่องท้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ตรวจสุขภาพเป็นประจำใช้ DEXA Scan เพื่อติดตามระดับไขมันอย่างแม่นยำ และปรับแผนการดูแลสุขภาพให้เหมาะสมอยู่เสมอ
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล เกษตร