โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เต้ อาชีวะ เคลื่อนไหวทันที! หลังปมตำรวจไม่รับแจ้งความ

มุมข่าว

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • neen
เต้ อาชีวะ พากลุ่มไทยไม่ทนเข้าติดตามข้อเท็จจริงปมตำรวจไม่รับแจ้งความ ตำรวจ สภ.ลาดหญ้าแจงขั้นตอนดำเนินการ ขณะที่เต้ อาชีวะ ย้ำสื่ออย่าเหมารวมผู้ก่อเหตุเป็นชาวเมียนมาทั้งหมด หากยังไม่มีข้อเท็จจริงยืนยัน หวั่นกระทบหลายด้าน

จากกรณีเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นางสาวบัวงาม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ผ่าน พ.ต.ต.พงศ์พิพัฒน์ พึ่งพงษ์ สารวัตรอำนวยการ ภ.จว.กาญจนบุรี หลังอ้างว่าถูกกลุ่มบุคคลประมาณ 10 คน บุกเข้ามาภายในบริเวณบ้านพัก พร้อมมีอาวุธมีดและข่มขู่คุกคาม แต่เมื่อเดินทางไปแจ้งความกลับไม่ได้รับการรับแจ้งความตามที่ร้องขอ

ผู้เสียหายระบุว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ภายในพื้นที่หมู่ 8 ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุได้เข้ามาด่าทอ กล่าวหาว่าตนเป็นผู้แจ้งตำรวจให้เข้าตรวจสอบร้านขายลูกชิ้นและร้านขายของชำที่อยู่ใกล้เคียงบ้าน ก่อนจะแสดงพฤติกรรมข่มขู่ จนสร้างความหวาดกลัวให้กับตนเองและสมาชิกในครอบครัว

หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้โทรศัพท์แจ้งสายด่วน 191 ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหญ้า จะเดินทางมาตรวจสอบ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง กลุ่มผู้ก่อเหตุได้แยกย้ายหลบหนีไปแล้ว อย่างไรก็ตาม หลังตำรวจเดินทางกลับ ได้มีกลุ่มบุคคลนั่งรถกระบะจำนวนประมาณ 6 คน กลับมาตะโกนด่าทอ พร้อมข่มขู่ว่า คืนนี้มึงเจอกูแน่ จะเอาให้ตายทั้งครอบครัว ทำให้ผู้เสียหายตัดสินใจเข้าแจ้งความ แต่เห็นว่าการดำเนินการของพนักงานสอบสวนเป็นไปอย่างล่าช้าและไม่ได้ตรวจสอบคลิปหลักฐาน จึงเข้าร้องเรียนต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี

ต่อมาเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 น. นายอัครวุธ หรือ เต้ อาชีวะ พร้อมคณะจาก กลุ่มไทยไม่ทน ได้เดินทางไปยัง สถานีตำรวจภูธรลาดหญ้า ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อเข้ารับฟังข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าไม่รับแจ้งความจากผู้เสียหาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ชี้แจงว่า ในวันที่เข้าระงับเหตุ กลุ่มผู้ก่อเหตุได้แยกย้ายออกจากพื้นที่ไปแล้ว เมื่อสอบถามผู้เสียหายในขณะนั้น ผู้เสียหายยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินคดีหรือไม่ จึงได้แจ้งให้ทราบว่า หากประสงค์จะดำเนินคดี สามารถเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความได้ภายหลัง

เจ้าหน้าที่ยังยืนยันว่า มีพยานหลักฐานและข้อมูลการปฏิบัติหน้าที่ครบถ้วน พร้อมระบุว่า ในวันต่อมาผู้เสียหายได้เดินทางกลับมาที่สถานีตำรวจอีกครั้ง เพื่อแจ้งความในข้อหาบุกรุก

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากคดีบุกรุกจำเป็นต้องตรวจสอบสิทธิในครอบครองพื้นที่ จึงได้ขอเอกสารประกอบ เช่น เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน หรือเอกสารแสดงสิทธิในบ้านพัก รวมถึงข้อมูลผู้ครอบครอง เพื่อใช้ประกอบการรับแจ้งความและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย

ในระหว่างที่เอกสารยังไม่ครบถ้วน ผู้เสียหายได้ขอให้เจ้าหน้าที่ลงบันทึกประจำวันไว้ก่อน โดยให้เหตุผลว่าเกรงความไม่ปลอดภัย หากกลุ่มผู้ก่อเหตุย้อนกลับมาก่อเหตุซ้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการลงบันทึกประจำวันไว้ตามคำร้อง

ภายหลังรับฟังคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายอัครวุธ หรือ เต้ อาชีวะ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในขณะนี้ พบว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ใช่การรวมตัวของชาวเมียนมา ตามที่มีการเผยแพร่ในช่วงแรก แต่เป็น คนไทยและกลุ่มเพื่อนของบุคคลดังกล่าว จึงขอให้สื่อมวลชนช่วยนำเสนอข้อมูลใหม่ให้ตรงกับข้อเท็จจริง

พร้อมย้ำว่า ประเทศไทยเป็นรัฐที่ยึดหลักนิติธรรม การกล่าวหาว่าชาวเมียนมารวมตัวก่อเหตุ โดยยังไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศได้

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า หากประชาชนพบเบาะแสเกี่ยวกับแรงงานต่างชาติที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือประกอบอาชีพที่กฎหมายสงวนไว้สำหรับคนไทย สามารถแจ้งข้อมูลมายังเจ้าหน้าที่ได้ทันที โดยตำรวจพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...