โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุก 3 ปี ‘หมอเหรียญทอง’ โพสต์หมิ่นร้านบะหมี่แนวร่วมอริราชศัตรู เจ้าตัวลั่นขออุทธรณ์สู้มั่นใจชนะ

ไทยโพสต์

อัพเดต 28 สิงหาคม 2569 เวลา 22.20 น. • เผยแพร่ 56 นาทีที่แล้ว

ศาลอาญาสั่งจำคุก "หมอเหรียญทอง" 3 ปี รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 3 แสน ปมโพสต์กล่าวหาเจ้าของร้านบะหมี่ตั้งฮกกี่ เป็นแนวร่วมอริราชศัตรู

28 สิงหาคม 2569 - ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ที่ห้องพิจารณาคดี 911 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีที่ ร้าน "ตั้งฮกกี่ บะหมี่กวางตุ้ง" เป็นโจทก์พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากกรณีที่ นพ.เหรียญทอง ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยกล่าวหาข้อความว่าเป็น “แนวร่วมอริราชศัตรู” ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและธุรกิจของโจทก์อย่างมาก

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 จำเลยใช้บัญชีเฟซบุ๊กดังกล่าวเผยแพร่ข้อความพาดพิงถึงโจทก์หลายข้อความ โดยกล่าวหาว่าโจทก์เป็น “แนวร่วมอริราชศัตรู” เป็น “เด็กอยากดัง” รวมทั้งแชร์โพสต์ของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นประมาทระหว่างโจทก์กับจำเลย

โจทก์ระบุว่า ข้อความดังกล่าวทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าโจทก์เป็นผู้ต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นคนชั่วหรือคนเลว และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง เกียรติคุณ อาชีพ ตลอดจนความน่าเชื่อถือของร้านอาหาร ทำให้ลูกค้าและบุคคลทั่วไปอาจไม่ต้องการคบค้าหรือใช้บริการ

โจทก์ยังอ้างว่า จำเลยเป็นบุคคลสาธารณะและมีผู้ติดตามเฟซบุ๊กจำนวนมาก การเผยแพร่ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์จึงสามารถแพร่กระจายไปยังบุคคลจำนวนมากและถูกนำไปเผยแพร่ต่อได้ ส่งผลให้ความเสียหายยากต่อการเยียวยา

จึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 326, 328, 332 และ 393 พร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 400,000 บาท และดอกเบี้ยตามกฎหมาย รวมทั้งขอให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาของศาลและข้อความขอโทษโจทก์ผ่านเฟซบุ๊กของจำเลยเป็นระยะเวลา 60 วัน

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ประกอบมาตรา 326 และมาตรา 393 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่หนักที่สุดเพียงบทเดียวตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุกกระทงละ 1 ปี ปรับกระทงละ 100,000 บาท จำนวน 3 กระทง รวมจำคุก 3 ปี ปรับ 300,000 บาท การกระทำความผิดของจำเลยนับว่าร้ายแรง

อย่างไรก็ดียังมีถ้อยคำบางส่วนที่แสดงออกถึงความห่วงใยบ้านเมือง แสดงให้เหตุเจตนาที่ดีของจำเลยอยู่บ้าง เมื่อปรากฎข้อเท็จจริงว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอไว้มีกำหนดลงโทษ 2 ปี ให้จำเลยลบข้อความที่หมิ่นประมาทในบัญชีแอพลิเคชั่นเฟซบุ๊คทั้งหมด ให้จำเลยโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อลงในหนังสือพิมพ์ที่แพร่หลาย 2 ฉบับเป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน กับโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อทางเว็บไซต์ข่าวออนไลน์ที่เผยแพร่ 2 เว็บไซต์ โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์เป็นผู้ดำเนินการแทน โดยให้จำเลยเป็นผู้ชำระค่าโฆษณาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 ต่อปี

ล่าสุด นพ.เหรียญทอง โพสต์เฟซบุ๊กว่า คดีบะหมี่ คดีที่ 1 ศาลชั้นต้นให้ผมชนะ เจ้าของบะหมี่ขออุทธรณ์ ไม่เห็นมีสำนักข่าวลงข่าวกันเลย

คดีบะหมี่ คดีที่ 2 ศาลชั้นต้นให้ผมแพ้ ผมก็ขออุทธรณ์สิครับ แต่เห็นการเผยแพร่ข่าวอย่างกับคดีถึงที่สุดจนถึงศาลฎีกาไปแล้ว

คำพิพากษาศาลชั้นต้นมีประเด็นไม่ถูกต้องมากมายที่ผมต้องขออุทธรณ์และผมมั่นใจเสียด้วยว่าศาลอุทธรณ์-ศาลฎีกาจะกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นเสียด้วยซ้ำ

ผมถูกอดีต สส. เป็นโจทก์ฟ้องผมมากถึง 4 คดี ศาลชั้นต้นให้ผมแพ้ 3 คดี ลงโทษจำคุกผมรวม 3 คดีทั้งสิ้น 10 ปี ปรับทั้งสิ้น 6 แสนบาท จ่ายค่าเสียหายอีก 3 แสนบาท …ผมก็ขออุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา

2 คดีมีการกลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ยกฟ้องไปแล้ว 2 คดี ไม่ต้องจำคุก ได้คืนเงินค่าปรับ 5 แสนบาท ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายใดๆทั้งสิ้นให้แก่โจทก์

ส่วนอีก 1 คดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ หากผมแพ้ผมก็ขอฎีกามันก็แค่นั้นเอง

กระบวนการต่อสู้ในคดีต่างๆบนศาล มันก็มีแพ้ มีชนะ หากผมหรือคู่กรณีไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาก็อุทธรณ์-ฎีกาสู้กันไป มันก็เหมือนกีฬานั่นแหละครับ

แพ้ยก 1 จะแพ้หรือชนะยก 2 ก็ต้องสู้กันจนแพ้หรือชนะยก 3 เท่านั้นมันจึงจะถึงที่สุดครับ
ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ผมก็ยังเป็นตาแป๊ะหลักสี่ คนธรรมดาๆ ที่ยังคงปฏิบัติตามคำถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลเหมือนเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...