โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ต้อม รัชนีกร” น้ำตาคลอ! ขอบคุณความยุติธรรม ปลดล็อกชีวิต 3 ปี

tvpoolonline.com

อัพเดต 07 ส.ค. เวลา 20.22 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. เวลา 13.22 น. • TV Pool

“ต้อม รัชนีกร” น้ำตาคลอ! ขอบคุณความยุติธรรม ปลดล็อกชีวิต 3 ปี หลังศาลสั่งชดใช้ 7.7 ล้าน ลั่น! “หน้าคือชีวิตและอาชีพ”

ข่าวที่น่าสนใจ

3 ปีที่ต้องสู้ วันนี้เหมือนได้หายใจเต็มปอดอีกครั้ง!สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่ “ต้อม รชนีกร”หลังศาลจังหวัดนนทบุรีมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีที่เจ้าตัวฟ้องโรงพยาบาลศัลยกรรมและแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด กรณีผลจากการศัลยกรรมที่เจ้าตัวระบุว่าส่งผลกระทบต่อใบหน้า การใช้ชีวิต และการทำงานในวงการบันเทิง

คดีนี้ “ต้อม” เรียกค่าเสียหายรวม 50 ล้านบาท พร้อมฟ้องประเด็นการนำภาพและคลิประหว่างการผ่าตัดไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับความยินยอม โดยศาลมีคำสั่งให้ แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดและโรงพยาบาลร่วมชดใช้ค่าเสียหาย 7.7 ล้านบาทขณะที่ “ปิ่น พิศพรรณ”ในฐานะเจ้าของโรงพยาบาลและกรรมการบริหาร ศาลมีคำสั่งยกฟ้อง

ล่าสุด ต้อมออกมาเปิดใจทั้งน้ำตา ยอมรับว่าตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางกระแสโจมตีและคำต่อว่ามากมาย จนวันนี้รู้สึกเหมือนได้ “ปลดล็อกชีวิต”เพราะสิ่งที่ต้องการมาตลอดคือการได้พูดข้อเท็จจริงในมุมของตัวเอง

เจ้าตัวยังย้ำว่า แม้จำนวนเงินที่ศาลพิจารณาให้ชดใช้จะอยู่ที่ 7.7 ล้านบาท จากที่เรียกไป 50 ล้านบาท แต่สำหรับเธอแล้ว เงินไม่สามารถชดเชยสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตได้ทั้งหมด เพราะปัจจุบันยังต้องรักษาและทำกายภาพ มีปัญหาเรื่องการอ้าปาก การเคี้ยว รวมถึงอาการปวดเมื่ออ้าปากนาน ๆ

ที่เจ็บไม่แพ้กันคือเรื่องงาน เพราะ ใบหน้าคือเครื่องมือทำมาหากินของนักแสดง และต้อมเผยว่าตั้งแต่เกิดเรื่องก็ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ขณะที่อาการทางใจยังทำให้หวาดกลัวการรักษา เพียงเห็นชุดพยาบาลหรือภาพแพทย์ในชุดผ่าตัดก็เกิดอาการแพนิกแล้ว แม้จะมีโรงพยาบาลทั้งในไทยและเกาหลีติดต่อเสนอแนวทางแก้ไข แต่เจ้าตัวยังต้องใช้เวลาในการรับมือกับความกลัว

ส่วนการกลับมารับงานในวงการบันเทิง ต้อมยอมรับว่ายังไม่มั่นใจ เพราะการพูดบางคำยังทำได้ไม่เต็มที่ มีอาการชาและพูดเร็วไม่ได้เหมือนเดิม ซึ่งกระทบโดยตรงกับบทบาทที่เคยได้รับ โดยเฉพาะบทตัวร้ายที่ต้องพูดเร็วและมีพลัง

ด้านทนาย “สิทธิชัย”ระบุว่า คดีนี้ถือเป็นคดีที่พิสูจน์ได้ยาก โดยเฉพาะประเด็นทางการแพทย์ แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าความประมาทเกิดจากแพทย์ ส่วนอีกฝ่ายจะยื่นอุทธรณ์ก็เป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย และทีมทนายยังมั่นใจในพยานหลักฐานของฝ่ายตน

จากนี้จะเดินหน้าต่ออย่างไร ต้องรอติดตามกันยาว ๆ แต่หนึ่งประโยคจาก “ต้อม” ที่ชัดเจนมากคือ วันนี้เธอรู้สึกว่าได้กลับมายืนในจุดของตัวเองอีกครั้งหลังต้องร้องไห้กับเรื่องนี้มานานถึง 3 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...