โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

T-VER ลดโลกร้อนด้วยคาร์บอนเครดิต ฟันเฟืองสำคัญสู่ความยั่งยืน

77kaoded

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 22.04 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 04.09 น. • 77Kaoded

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกของเราเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นคลื่นความร้อน ไฟป่า พายุที่ทวีความรุนแรง น้ำท่วมในพื้นที่ที่ไม่เคยประสบมาก่อน และการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศทั่วโลก ซึ่งสัญญาณเหล่านี้อยู่ใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของมนุษย์ทั่วโลก วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้หลายประเทศกำหนดมาตรการเพื่อควบคุมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยหนึ่งกลไกสำคัญ คือ “ตลาดคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit Market Mechanism)” ที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการลดโลกร้อน โดยสร้างระบบชดเชยคาร์บอนเพื่อให้ผู้ปล่อยก๊าซฯ สามารถลงทุนในโครงการลดก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการรับรอง

สำหรับประเทศไทย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ได้พัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย(Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) เพื่อเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนสังคม และเศรษฐกิจสีเขียวสู่ความยั่งยืน

T-VER กลไกสร้างแรงจูงใจช่วยโลกลดก๊าซเรือนกระจก

อุตสาหกรรมหลายประเภทไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยการชดเชยผ่านการซื้อคาร์บอนเครดิตจากผู้ที่สามารถลดก๊าซฯได้ ซึ่งโครงการ T-VER เปิดกว้างสำหรับทุกภาคส่วนตั้งแต่ชุมชนไปจนถึงองค์กรภาคธุรกิจที่มีโครงการที่สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้ การใช้พลังงานหมุนเวียน หรือการใช้เทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในโรงงาน โครงการลดก๊าซเรือนกระจกทผ่านการรับรองจาก อบก. จะได้รับคาร์บอนเครดิต ซึ่งนอกจากสะท้อนถึงความตั้งใจในการดูแลสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังสามารถนำไปขายเพื่อสร้างรายได้ และสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ร่วมขับเคลื่อนการลดก๊าซเรือนกระจก ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของ T-VER ที่ต้องการสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนและพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตไทยให้เติบโตและยั่งยืน

กฟผ. ร่วมผลักดันพลังงานสะอาด และอนุรักษ์ป่าไม้ ตอบรับ T-VER

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาโครงการที่ได้รับการรับรองภายใต้ T-VER มาตั้งแต่ปี 2557 โดยปัจจุบัน มีโครงการที่เข้าร่วมและได้รับการรับรองหลากหลายรูปแบบ อาทิ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน จากโครงการโรงไฟฟ้าบางปะกงทดแทน ชุดที่ 1-2 ที่เน้นปรับปรุงและพัฒนาโรงไฟฟ้าด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้า ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โครงการเปลี่ยนหลอดไฟเป็นหลอด LED เพื่อส่งเสริมการลดใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาพลังงานทดแทน จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เช่น เขื่อนนเรศวร เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน เขื่อนคลองตรอน โรงไฟฟ้าพลังลม เช่น โรงไฟฟ้ากังหันลมลำตะคอง และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) เช่น เขื่อนสิรินธร และเขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อเพิ่มสัดส่วนของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยในปัจจุบัน กฟผ. มีคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรองแล้วกว่า 940,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมที่จะจัดจำหน่ายให้กับองค์กรภายในประเทศทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน ให้ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการที่สามารถลดหรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ในอนาคต กฟผ. ยังมีแผนที่จะนำพื้นที่จากโครงการปกปักษ์รักษาป่า ใน 8 พื้นที่เขื่อน กฟผ. รวมเป็นพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ ตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ของ กฟผ. ขึ้นทะเบียนเป็นโครงการ T-VER ซึ่งถือเป็นการสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสร้างแหล่งดูดซับคาร์บอนระยะยาวให้กับประเทศ

กฟผ. ในฐานะผู้นำด้านพลังงาน และเป็นหนึ่งในผู้พัฒนาโครงการ T-VER ร่วมส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด พลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เล็งเห็นว่า T-VER เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญที่เชื่อมโยง เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม เข้าไว้ด้วยกัน ไม่เพียงตอบโจทย์นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจในรูปแบบใหม่ ที่จะนำพาประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดก๊าซเรือนกระจกกับ กฟผ. ติดต่อ ฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ กองบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก หมายเลขโทรศัพท์ 0-2436-0846

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...