โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ผู้เสียหายกว่า 50 รายถูกหลอกพาทำงานเกาหลีใต้ สูญเงินคนละ 7 หมื่นบาท

สยามรัฐ

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 16.44 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 16.44 น.

ผู้เสียหายเชียงราย-เชียงใหม่กว่า 50 ราย ร้องตำรวจไซเบอร์ ถูกแก๊งตุ๋นหลอกพาทำงานเกาหลีใต้ผ่านเฟสบุ๊ค สูญเงินคนละ 7 หมื่น สุดท้ายไม่ได้ไป

พ.ต.อ.คมสัน มีภักดี ผกก.4 บก.สอท.4 เปิดเผยว่าได้รับเรื่องร้องทุกข์จากกลุ่มผู้เสียหายจากจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่รวมตัวกันกว่า 50 คน เดินทางนำหลักฐานเข้าแจ้งความที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 หรือ บก.สอท.4 จ.เชียงใหม่ หลังถูกแก๊งหลอกลวงที่มีพฤติกรรมเป็นนายหน้าเถื่อนหลอกลวงทางออนไลน์ผ่านเฟสบุ๊ค อ้างว่าสามารถพาไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้อย่างถูกกฏหมาย สุดท้ายฝันสลายจ่ายเงินไปคนละเกือบ 7 หมื่นบาทแต่ไม่มีใครได้เดินทางแม้แต่คนเดียว ผู้เสียหายเดือดร้อนหนักไม่ได้บินแถมยังต้องแบกหนี้ที่กู้มาจ่ายให้


" จากการสอบปากคำและข้อมูลหลักฐานเบื้องต้นพบเป็นการฉ้อโกงประชาชนโดยการหลอกลวงให้ไปทำงานต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ หลังจากนี้จะสอบปากคำผู้เสียหาย อายัดบัญชีของผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้อง และ สืบสวนขยายผลไปถึงผู้ทีร่วมขบวนการทั้งหมด โดยล่าสุดพบว่าผู้กระทำผิดยังอยู่ในประเทศไทย 2 ราย หลบหนีไปต่างประเทศ 1 ราย ยืนยันว่าตำรวจไซเบอร์จะเร่งรัดดำเนินคดีเพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมโดยเร็วที่สุด"พ.ต.อ.คมสัน กล่าว
ด้านนายวุฒิชัย ตัวแทนผู้เสียหาย กล่าวว่า ในช่วงปี 2566 มีชายอายุประมาณ 35 ปี โพสต์เชิญชวนในเฟซบุ๊กอ้างพาคนไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้อย่างถูกกฎหมาย โดยอ้างว่าหลายปีก่อนหน้าเคยไปเรียนศาสนาและเรียนภาษาที่เกาหลีใต้ ก่อนจะกลับมาทำงานที่แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย โดยบอกว่ารู้จักกับคนในกระทรวงแรงงานของไทยและผู้บริหารในนิคมอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ สามารถช่วยให้เข้าทำงานได้อย่างถูกกฎหมายด้วยวีซ่า E-9


ทั้งนี้ด้วยความที่เป็นบุคคลสำคัญทำให้ผู้เสียหายจำนวนมากที่เกือบทั้งหมดหลงเชื่อ พากันติดต่อสอบถามหวังเดินทางไปทำงานหาเงิน จากนั้นชายดังกล่าวจะไปพบและพูดคุยด้วยตัวเอง ก่อนจะดึงเข้าไลน์กลุ่มที่จะมีแอดมินเข้ามาให้รายละเอียด โดยแอดมินระบุค่าดำเนินการทั้งหมด เป็นเงิน 63,000 แบ่งเป็นค่าแปลเอกสารและเดินเรื่องทำวีซ่า 23,000 บาท ส่วนอีก 40,000 บาท เป็นเงินประกันการทำงาน จะได้คืนเมื่อทำงานครบ 1 ปี ขณะที่วีซ่าสามารถทำงานในเกาหลีใต้ได้ 3 ปี และ ต่ออายุได้อีก 1 ปี พร้อมการันตีรายได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 55,000 บาท

โดยผู้เสียหายทั้งหมดต่างหลงเชื่อเพราะไม่คิดว่าชายดังกล่าวจะหลอกลวง พากันโอนเงินให้บาทหลวงคนละ 10,000 บาท เป็นค่าจองสิทธิ์ ส่วนที่เหลือโอนเข้าบัญชีแอดมิน แอดมินบอกใช้เวลาเดินเรื่องและจะได้บินไปเกาหลีใต้อีกประมาณ 4 – 6 เดือนให้หลัง
แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีใครได้เดินทางไปจริง เมื่อสอบถามทางแอดมินจะอ้างว่าเอกสารมีปัญหา , มีการตรวจสอบภายการทุจริตในของกระทรวงแรงงาน ทำให้การอนุมัติล่าช้าและขอเลื่อนการเดินทางไปอีกสามถึงสี่เดือน หลายคนก็รอด้วยความหวัง แต่สุดท้ายก็มีใครได้ไป จนกระทั่งเดือนมกราคม 2568 ชายดังกล่าวได้เสียชีวิตลง จากนั้นแอดมินก็ออกจากกลุ่มและหายตัวไป

ทั้งนี้การหลอกลวงทำเป็นขบวนการ มีชายดังกล่าวและภรรยาทำหน้าที่ชักชวนหาคน โดยอาศัยความน่าเชื่อถือและความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้เสียหายที่เกือบทั้งหมดเป็นกลุ่มชาติพันธ์ ส่วนแอดมินที่เป็นสองสามีภรรยาทำหน้าที่หลอกลวงในการให้ข้อมูล โดยดังกล่าวจะได้เงินส่วนแบ่งรายละประมาณ 10,000 บาท ส่วนที่เหลือเป็นของทีมแอดมินที่อยู่เบื้องหลัง

โดยเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้ผู้เสียหายเดือดร้อนหนัก เพราะส่วนใหญ่กู้เงินมาจ่าย ด้วยความหวังจะมีงานมีรายได้มาส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง เมื่อมาโดนหลอกลวงก็ต้องแบกหนี้สิน หลายคนโดนเจ้าหนี้ตามทวงจนเครียดหนัก กลุ่มผู้เสียหายเท่าที่รวบรวมกันได้ล่าสุดมีประมาณ 100 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 6 ล้านบาท และเชื่อว่าจะยังมีอีกหลายคนที่ตัดใจไม่แจ้งความเพราะไม่อยากเสียเวลาและทำใจแล้วว่าคงไม่ได้เงินคืน


อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายสามารถแจ้งสายด่วน 1441 อายัด ระงับบัญชีธนาคารมิจฉาชีพ ร้องเรียน ขอคำแนะนนำ ปรึกษาแจ้งความออนไลน์ : https://www.thaipoliceonline.go.th เท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...