โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นักวิชาการ คาดแนวโน้มจีดีพีไทยไตรมาส 2 อาจโตได้แค่ 1%มีความเสี่ยงเกิดเงินฝืด จากตัวเลขเงินเฟ้อเริ่มติดลบ กำล้งซื้ออ่อนแอ ให้จับตาการเจรจาภาษีสหรัฐฯ

BTimes

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 18.01 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 11.01 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ไทยยังมีความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะเงินฝืด เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อเดือน เม.ย. และ พ.ค.เริ่มติดลบ แม้ว่าจะเกิดจากปัจจัยราคาน้ำมันที่ปรับลดลง แต่เมื่อพิจารณาตัวเลขเงินเฟ้อพื้นฐานจะเห็นว่าอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 1% เช่นกัน ชี้ให้เห็นว่ากำลังซื้ออ่อนแอ ซึ่งหากเศรษฐกิจไทยชะลอแบบถลำลึกไทยอาจจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืดได้

ทัเงนี้ มองแนวโน้มเศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 คาดว่าจะโตเพียง 1% ส่วนครึ่งปีแรกอาจโต 2% แต่หากช่วงครึ่งปีหลังรัฐบาลไม่สามารถผลักดันให้เศรษฐกิจโตได้ 2% อาจฉุดให้จีดีพีไทยทั้งปีนี้โตต่ำกว่า 2% โดยมองว่ารัฐบาลจะต้องเร่งใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.75 แสนล้านบาท, เร่งฟื้นตลาดท่องเที่ยวจีนผลักดันให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ไม่ต่ำกว่า 35 ล้านคน ขณะที่ ธปท.จะต้องใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย ลดดอกเบี้ยลงอีก 0.5% ภายในปีนี้ รวมทั้งแก้ปัญหาการเมือง เพื่อไม่ให้เกิดการยุบสภา เพราะจะส่งผลต่อการใช้งบกระตุ้นเศรษฐกิจล่าช้าออกไปอีก ซึ่งหากทำได้ คาดว่าจีดีพีไทยปีนี้น่าจะโตได้ 1.5-2 %ตามเป้าเดิม

อย่างไรก็ตามยังต้องจับตามาตรการภาษีตอบโต้ “Reciprocal Tariff” ของสหรัฐอ ซึ่งกำลังจะครบกำหนดผ่อนผัน และจะ มีผลบังคับใช้ในวันที่ 7 ก.ค.2568 ซึ่งจากที่ติดตามสถานการณ์พบว่ายังไม่มีประเทศคู่ค้าสหรัฐใดที่มีการเจรจาจนได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งหากไทยและประเทศต่างๆ เจรจาไม่สำเร็จ และสหรัฐฯประกาศใช้ภาษีตอบโต้ทุกประเทศทั่วโลกคาดว่าจะส่งผลกระทบฉุดให้จีดีพีไทยลดลง 2% และอาจทำให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้โตต่ำกว่า 1%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...