โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

Entertainment Complex เมกะโปรเจกต์ใหญ่ กับคำถาม “การลงทุนคุ้มค่าหรือไม่?”

Share2Trade

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 06.33 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 08.00 น. • Share2Trade
Entertainment Complex_S2T (เว็บ) copy.jpg

เมื่อศูนย์รวมความบันเทิง (Entertainment Complex) กำลังจะเป็นอีกหนึ่งความหวังของรัฐบาลไทย ที่จะผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายให้ขึ้นแท่นเป็นอันดับ 3 ของโลกในด้าน Entertainment Complex ภายใน 10 ปีรองจากลาสเวกัสและมาเก๊า

แต่มีคำถามใหญ่ คือ การลงทุนจะคุ้มค่าไหม? ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ม.ย.2568 รัฐบาลไทยได้ยืนยันว่าร่างกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์รวมความบันเทิง (Entertainment Complex) ได้จัดทำเสร็จสมบูรณ์ และกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

โดยตั้งเป้าให้สามารถผ่านความเห็นชอบภายในรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งไฮไลต์สำคัญอยู่ที่แนวคิดการพัฒนา เมกะโปรเจกต์ ที่รวมคาสิโนแบบถูกกฎหมาย, โรงแรมระดับลักชัวรี, สวนสนุก และแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ ภายใต้ระบบ “super licenses” ที่เปิดให้เฉพาะกลุ่มกิจการร่วมค้าเข้าประมูล

พร้อมกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำเริ่มต้น 1 แสนล้านบาทต่อโครงการ ความคาดฝันระยะยาวของโครงการ คือ การผลักดันไทยให้ขึ้นแท่นเป็น อันดับ 3 ของโลกในด้าน Entertainment Complex ภายใน 10 ปีรองจากลาสเวกัสและมาเก๊า

สิ่งที่รัฐบาลคาดหวังจากการทำโครงการนี้

1.สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ 1.19–2.38 แสนล้านบาท/ปี

2.เพิ่มรายได้ภาครัฐสูงถึง 3.9 หมื่นล้านบาท/ปี

3.กระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เพิ่มขึ้น 5–20% จากฐานเดิม และช่วยจัดการอุปสงค์เรื่อง Low Season

4.สร้างงานกว่า 15,000 ตำแหน่ง/โครงการ

5.ยกระดับการใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวเป็น 70,000 บาทต่อราย

โดยทำเลที่พอมีศักยภาพ เป็นข่าว และอาจเกิดขึ้นได้ (Potential Location) เช่น EEC (เมืองการบินอู่ตะเภา),กรุงเทพฯ (เช่น ท่าเรือคลองเตยเป็น Smart City), เมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ อุดรธานี เป็นต้น (ต้องติดตามจากรัฐบาลต่อ)

แม้ภาพรวมจะดูดี แต่ก็มีคำถามใหญ่ คือ การลงทุนจะคุ้มค่าไหม? โดยเฉพาะ เมื่อพิจารณาจากเงื่อนไขที่ต้องมีเงินฝากในบัญชีเงินฝากประจำไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท สำหรับคนไทยที่ต้องการเล่นในคาสิโน ซึ่งตามข้อมูลของ ธปท. อาจจะมีแค่ 1% ของบัญชีเงินฝาก ทำให้หากต้องการแตะเป้าหมายที่ 5 ล้านราย/ปี ต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก ซึ่งก็ยังมีตัวเลือกจากคู่แข่งมากมายทั้ง สิงคโปร์ มาเก๊า และญี่ปุ่น

นอกจากนี้ ได้จัดทำประมาณการทางการเงินเชิงลึก โดยสมมติว่าจะมีการออกใบอนุญาตทั้งหมด 3 ฉบับ และมีรายได้จากกิจการคาสิโน (Gross Gaming Revenue: GGR) รวมที่ 7.5 หมื่นล้านบาท (ใช้ประมาณครึ่งหนึ่งของสิงคโปร์ก่อน) และให้เข้า 3 แห่งเท่าๆ กัน และมีสัดส่วนรายได้ non-gaming อยู่ที่ 30% เหมือนกัน

โดยคาดว่าแต่ละแห่งอาจสร้างกำไรสุทธิราว 4.6 พันล้านบาท/ปี (อัตรากำไรสุทธิ 17%, EBIT margin 29%) ซึ่งแม้กรณีศึกษานี้จะเป็นแบบอนุรักษ์นิยม และดูไม่ใช่กำไรในระดับมหาศาล แต่สามารถขยายขนาดได้ในระยะยาว

หุ้นที่อาจได้ประโยชน์

1.ผู้เล่นหลักที่มีกระแสข่าว: ผู้ที่เคยมีข่าวว่าจะลงทุนในโครงการที่เกี่ยวเนื่อง เช่น BTS, VGI, BA, STECON, MBK, AWC

2.กลุ่มเกี่ยวโยงการวางโครงสร้างพื้นฐานโครงการ และการลงทุนต่อเนื่อง CK, STECON, CPN, SIRI, MCOT, ROCTEC, BA, BTS, BBL, KBANK, KTB

3.กลุ่มที่จะได้ประโยชน์หลังเปิดดำเนินการ อาทิ สื่อ อีเวนต์ โฆษณา VGI, PLANB, WORK กลุ่มค้าปลีก/ห้างสรรพสินค้า: CRC, MBK สายการบิน: BA, AAV โรงแรม: AWC, MINT, CENTEL กลุ่มสาธารณูปโภค: ไฟฟ้า น้ำ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเป้าหมายระยะยาวของรัฐในการพัฒนา Entertainment Complex ยังมุ่งเป็น เครื่องยนต์ใหม่ของการท่องเที่ยวแบบตลอดทั้งปี ลดการพึ่งพานักท่องเที่ยวช่วงไฮซีซันอย่างเดียว หนุนการเติบโตระยะยาวของกลุ่มสายการบิน โรงแรม และค้าปลีกโดยเฉพาะในช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว

Entertainment Complex_S2T (เพจ) copy.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...