โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กัมพูชา ปิดด่านฝั่งจันทบุรี เช้านี้ ส่งผลรถตกค้าง

JS100

อัพเดต 13 มิ.ย. 2568 เวลา 04.45 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 04.44 น. • JS100:จส.100
กัมพูชา ปิดด่านฝั่งจันทบุรี เช้านี้ ส่งผลรถตกค้าง

เพจ NBT Chanthaburi รายงานว่า #จันทบุรี วุ่นหนัก ประตู รั้วข้ามแดน ฝั่งกัมพูชา จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ปิดโดยไม่แจ้ง รถตกค้าง งง หน้าด่าน คนรอข้ามพรมแดน หยุดชะงัก ที่สำคัญช่วงเช้ารถสินค้าจากฝั่งไทยข้ามแดนไปส่งของ ยังกลับเข้าประเทศไม่ได้ ล่าสุดเปิดประตูเล็กช่องทางสำหรับคนเดิน

ก่อนหน้านี้ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียถึงมาตรการ 6 ข้อ เพื่อกดดันฝั่งไทยว่า กรณีที่ฝ่ายไทยไม่ยอมเปิดด่านชายแดนที่ปิดไปฝ่ายเดียว กัมพูชาต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

1.ประกาศระงับการนำเข้าสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดกัมพูชา หมายความว่า หยุดใช้สินค้าไทยและเปลี่ยนไปใช้สินค้าในประเทศ หรือสินค้าจากประเทศอื่นที่ไม่ใช่ไทยแทน

2.เตรียมความพร้อมในการซื้อสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่ชาวกัมพูชาเคยส่งออกมายังประเทศไทย โดยแสวงหาตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างจริงจัง

3.ส่งผู้ป่วยที่เคยเข้ารับการรักษาในประเทศไทย ไปยังโรงพยาบาลในประเทศ หรือสถาบันการแพทย์ในประเทศอื่น

4.เตรียมความพร้อมในการรับและจัดการโอกาสการจ้างงานสำหรับแรงงานที่จะเดินทางกลับจากประเทศไทย ปัจจุบันกัมพูชากำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานหลายหมื่นตำแหน่งในภาคอุตสาหกรรม เกษตร และก่อสร้าง แรงงานกัมพูชาอาจเลือกที่จะเดินทางกลับโดยสมัครใจก่อนที่ประเทศไทยจะส่งตัวกลับประเทศ

5.กองกำลังติดอาวุธทั้งหมด ต้องอยู่ในภาวะเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมที่จะตอบโต้และป้องกันในกรณีที่เกิดการรุกราน

6.จังหวัดใกล้ชายแดนต้องเตรียมอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย และจัดหาอาหาร ยารักษาโรค และวัสดุจำเป็นอื่นๆ ให้เพียงพอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...