โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

4 สิ่งในครัวที่ถูกเรียกว่า "ราชาตับเน่า" มีอยู่แทบทุกบ้าน แต่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน

sanook.com

เผยแพร่ 13 มิ.ย. 2568 เวลา 10.42 น. • Sanook
4 สิ่งในครัวที่ถูกเรียกว่า “ราชาแห่งการทำลายตับ” มีอยู่แทบทุกบ้าน แต่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน

4 สิ่งในครัวที่ถูกเรียกว่า “ราชาแห่งการทำลายตับ” มีอยู่แทบทุกบ้าน แต่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน

ของใช้เล็ก ๆ ที่คุณสัมผัสทุกวัน อาจกำลังทำร้ายตับของคุณโดยไม่รู้ตัว

ขวดใส่เครื่องปรุง เขียง ขวดน้ำมันในครัว สิ่งของเหล่านี้ที่เราใช้เป็นประจำ อาจซ่อนภัยเงียบที่ทำร้ายตับอย่างต่อเนื่อง อย่ามองข้ามตับเพียงเพราะมันไม่แสดงอาการเจ็บชัดเจน เพราะแท้จริงแล้ว ตับคือ “โรงงานเคมี” สำคัญของร่างกาย

4 สิ่งในครัวที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “ราชาผู้ทำลายตับ”

1. เขียงและตะเกียบขึ้นรา

หากสังเกตเห็นจุดดำบนอุปกรณ์ไม้ ต้องระวัง เพราะอาจเป็นเชื้อรา Aspergillus flavus ซึ่งสร้างสารพิษร้ายแรงยิ่งกว่าอาร์เซนิกถึง 68 เท่า สารพิษนี้ทนความร้อนสูงและไม่สามารถล้างออกได้ด้วยวิธีธรรมดา หากร่างกายได้รับสารนี้สะสมไปนาน ๆ จะทำให้ตับทำงานหนักและเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงในอนาคต

2. การใช้น้ำมันทอดซ้ำหลายครั้ง

การนำน้ำมันที่ใช้แล้วกลับมาใช้ซ้ำ โดยเฉพาะในอุณหภูมิสูง จะก่อให้เกิดสารอันตราย เช่น มาลอนไดอัลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ตับต้องทำงานหนักขึ้นในการกำจัด คำแนะนำคือ ไม่ควรใช้น้ำมันทอดซ้ำเกิน 3 ครั้ง และควรเปลี่ยนน้ำมันใหม่ทันทีเมื่อสังเกตว่าสีของน้ำมันเริ่มคล้ำลง

3. ขวดพลาสติกใส่น้ำมันที่ใช้มานานโดยไม่เปลี่ยน

ขวดพลาสติกที่ใช้เกินครึ่งปีมีแนวโน้มปล่อยสารพลาสติกออกมา โดยเฉพาะเมื่อใช้ใส่น้ำมัน ซึ่งอาจละลายสารอันตรายออกมาปะปนกับอาหารได้ แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้ภาชนะที่ทำจากแก้วหรือสแตนเลสในการใส่น้ำมันจะปลอดภัยต่อสุขภาพมากกว่า

4. เครื่องปรุงหมดอายุ

เครื่องปรุงรสและซอสต่าง ๆ ที่เปิดใช้เกินครึ่งปี อาจเกิดเชื้อราและสารปนเปื้อนที่เป็นอันตราย ตับจะต้องทำงานหนักขึ้นในการกำจัดสารพิษเหล่านี้ ทางที่ดีควรเลือกซื้อเครื่องปรุงขนาดเล็ก และใช้ให้หมดภายใน 3 เดือนเพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ

4 หลักสำคัญในการดูแลตับให้แข็งแรง

1. เลือกวิธีปรุงอาหารที่เหมาะสม
การปรุงอาหารด้วยความร้อนต่ำ เช่น การนึ่งหรือลวก จะช่วยรักษาสารอาหารได้ดีที่สุด ขณะปรุงควรควบคุมอุณหภูมิน้ำมัน อย่ารอให้น้ำมันเดือดจนมีควันก่อนใส่อาหารลงไป และควรจัดสรรเวลาให้ตับได้พักบ้าง เช่น งดการสูดควันหรือสารเคมี 2–3 วันต่อสัปดาห์

2. เลือกใช้วัตถุดิบที่ช่วยบำรุงตับอย่างชาญฉลาด
ผักในตระกูลกะหล่ำ เช่น บรอกโคลีและกะหล่ำม่วง มีสารกำมะถันที่ช่วยกระตุ้นเอนไซม์ล้างพิษในตับ ส่วนเบตาอีนในเก๋ากี้ (โกจิเบอร์รี่) ช่วยฟื้นฟูเซลล์ตับ อย่าลืมกินทั้งผลเมื่อแช่น้ำ เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วน

3. ตั้งนาฬิกาชีวิตให้สอดคล้องกับการล้างพิษของตับ
ช่วงเวลา 5 ทุ่มถึงตี 3 เป็นช่วงที่ตับทำหน้าที่ล้างพิษอย่างเต็มที่ ควรนอนหลับลึกในช่วงเวลานี้ และไม่ควรรับประทานอาหารก่อนนอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อลดภาระให้ตับได้พัก

4. ควบคุมอารมณ์ให้สมดุล
ตามหลักแพทย์แผนจีน “ความโกรธทำร้ายตับ” เพราะอารมณ์เครียดจะกระตุ้นฮอร์โมนความเครียดในร่างกาย ควรฝึกหายใจลึกวันละ 10 นาที หรือกดจุด “ไท้ชง” (บริเวณระหว่างกระดูกนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ที่หลังเท้า) เพื่อช่วยลดความเครียดและอาการซึมเศร้า

อย่ามองข้ามสัญญาณเหล่านี้

ดวงตาแห้ง คันบ่อย เล็บมีเส้นแนวตั้ง แผลหายช้า อาจเป็นสัญญาณว่าตับของคุณกำลังขอความช่วยเหลือ หากมีอาการเหนื่อยล้าเรื้อรังหรือเบื่ออาหารร่วมด้วย ควรรีบตรวจสุขภาพตับโดยเร็ว

การดูแลตับซ่อนอยู่ในรายละเอียดเล็ก ๆ ของชีวิตประจำวัน เริ่มต้นง่าย ๆ ตั้งแต่วันนี้ ด้วยการตรวจสอบว่าอุปกรณ์ในครัวหมดอายุหรือยัง และล้างทำความสะอาดอาหารในตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอ อย่าลืมว่า ไม่ว่าการดูแลตับจะดีแค่ไหน ก็ไม่ดีเท่าการป้องกันที่ต้นเหตุ ลดภาระให้ตับวันละเล็กวันละน้อย แล้วร่างกายคุณจะตอบแทนด้วยระบบเผาผลาญที่แข็งแรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...