โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ จับตาเจรจาการค้า สหรัฐกับจีน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 04.54 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 11.56 น.

เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ ปิดตลาดที่ระดับ 32.66/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จับตาเจรจาการค้า ระหว่างสหรัฐกับจีน นักวิเคราะห์คาดการเจรจาดังกล่าวไม่น่าจะมีความคืบหน้ามากนัก เชื่อเฟดคงดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า 17-18 มิ.ย. 68

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 10 มิถุนายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/6) ที่ระดับ 32.62/64 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ (9/6) ที่ระดับ 32.66/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

โดยในคืนที่ผ่านมาค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่นักลงทุนซื้อขายอย่างระมัดระวัง ก่อนรู้ผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่กรุงลอนดอน ทั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าการเจรจาดังกล่าวไม่น่าจะมีความคืบหน้ามากนักในการแก้ไขความขัดแย้งทางการค้าและภาษีศุลกากรที่พุ่งเป้าไปยังอุตสาหกรรมหลายประเภท นับตั้งแต่เทคโนโลยีและแร่ธาตุสำคัญไปจนถึงการผลิตและการเกษตร

โดยเควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติประจำทำเนียบขาวของสหรัฐ เปิดเผยว่า คณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐตั้งเป้ารื้อฟื้นการส่งออกแร่ธาตุสำคัญให้กลับมาเป็นปกติ ในการพบปะกับฝ่ายจีนเพื่อเจรจาการค้ารอบใหม่ หลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ กล่าวหาจีนว่าชะลอและจำกัดการส่งออกแร่ธาตุสำคัญ ซึ่งถือว่าไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการค้าที่ตกลงกันไว้ที่เจนีวา

นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยผลสำรวจพบว่า ผู้บริโภคชาวสหรัฐคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อในเดือน พ.ค. หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศลดอัตราภาษีศุลกากรที่เรียกเก็บจากประเทศคู่ค้า ทั้งนี้ ผู้บริโภคชาวสหรัฐคาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับช่วง 1 ปีข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 3.2% ลดลงจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือน เม.ย.ที่ระดับ 3.6% และได้คาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับช่วง 3 ปีข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 3.0% ลดลงจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือน เม.ย.ที่ระดับ 3.2%

ส่วนการคาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับช่วง 5 ปีข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 2.6% ลดลงจากตัวเลขคาดการณ์ในเดือน เม.ย.ที่ระดับ 2.7% อย่างไรก็ดี ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อดังกล่าวยังคงสูงกว่าเป้าหมายของเฟดที่ระดับ 2%

ทั้งนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ในวันที่ 17-18 มิ.ย.นี้ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะประกาศคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังคงกดดันอย่างหนักให้นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็ตาม ในขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในปีนี้ โดยจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน และธันวาคม

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือน พ.ค.ในวันพุธ (11/6) โดยผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 2.5% ในเดือน พ.ค. จากระดับ 2.3% ในเดือน เม.ย.

ในส่วนของดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าจะปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือน พ.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.8% ในเดือน เม.ย. และเมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือน พ.ค. จากระดับ 0.2% ในเดือน เม.ย.

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ สภาพัฒน์ เผยหนี้สินครัวเรือนในไตรมาส 4/67 อยู่ที่ระดับ 88.4% ของ GDP โดยเป็นการชะลอลงต่อเนื่อง ขณะที่คุณภาพสินเชื่อของครัวเรือนลดลง ด้านสถานการณ์แรงงานไตรมาส 1/68 อัตราการว่างงาน อยู่ที่ 0.88% ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้า ด้านการจ้างงานภาคเกษตรลดลงต่อเนื่อง ส่วนนอกภาคเกษตรขยายตัวได้เล็กน้อย ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.62-75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ 32.66/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/6) ที่ระดับ 1.1422/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (9/6) ที่ระดับ 1.1425/27 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยค่าเงินยูโเคลื่อนไหวในกรอบแคบแถวระดับ 1.14 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวตามค่าเงินหลักสกุลอื่น ๆ ในขณะที่ตลาดรอดูความคืบหน้าการเจรจาของสหรัฐ กับจีน

ด้านปีเตอร์ คาซิมีร์ ผู้กำหนดนโยบายจาก ECB กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ECB ใกล้จะสิ้นสุดการปรับลดอัตราดอกเบี้ยแล้ว และควรเฝ้าดูข้อมูลเศรษฐกิจต่อไปเพื่อพิจารณาว่าจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกหรือไม่ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1372-1.1435 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1410/11 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/6) ที่ระดับ 145.16/18 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (9/6) ที่ระดับ 144.09/10 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ

โดยกระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดผยข้อมูลเบื้องต้นเมื่อวานนี้ (9/6) ว่า ญี่ปุ่นมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 2.26 ล้านล้านเยน (1.56 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือน เม.ย.เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบรายปี โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขาดดุลการค้าที่ลดลง ซึ่งรายงานระบุว่า ดุลการค้าสินค้าขาดดุล 3.28 หมื่นล้านเยน เป็นผลจากยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้น 4.0% เมื่อเทียบรายปี แตะระดับ 8.77 ล้านล้านเยน ส่วนยอดนำเข้าลดลง 2.9% สู่ระดับ 8.80 ล้านล้านเยน

ด้านรายได้ปฐมภูมิ (Primary Income) ซึ่งสะท้อนรายได้ของญี่ปุ่นจากการลงทุนในต่างประเทศ ลดลง 9.6% เมื่อเทียบรายปี แตะระดับ 3.59 ล้านล้านเยน

นอกจากนี้ สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นปรับเพิ่มประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1 เป็นหดตัวเพียง 0.2% เมื่อเทียบรายปี จากตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ระบุว่าหดตัว 0.7% โดยได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคและสต๊อกสินค้าคงคลังของภาคเอกชนที่แข็งแกร่งเกินคาด

อย่างไรก็ดี แม้ทางการญี่ปุ่นได้ปรับเพิ่มประมาณการตัวเลข GDP ในไตรมาส 1 แต่เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงอยู่ในภาวะหดตัว ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในเมื่อวานนี้ (9/6) ว่า นายเรียวเซ อาคาซาวะ รัฐมนตรีกระทรวงการฟื้นฟูเศรษฐกิจญี่ปุ่น และหัวหน้าคณะเจรจาการค้า เตรียมเดินทางเยือนสหรัฐในสัปดาห์นี้ เพื่อเข้าร่วมการเจรจาการค้ารอบที่ 6 โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรลุข้อตกลงในกาทำให้สหรัฐยกเว้นมาตรการเก็บภาษีนำเข้า

โดยสำหรับการเจรจารอบที่ 5 นั้น อาคาซาวะได้แถลงต่อสื่อมวลชนหลังเดินทางกลับถึงกรุงโตเกียวในวันอาทิตย์ (8/6) ว่า การหารือในประเด็นภาษีนำเข้ามีความคืบหน้า แต่ทั้งสองฝ่าย “ยังหาจุดร่วมไม่ได้” โดยเขาให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าเจรจาอย่างเข้มข้นในประเด็นการขยายการค้าอุปสรรคที่มิใช่ภาษี และความร่วมมือทวิภาคีด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ขณะที่คาดว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังคงนโยบายปกป้องตลาดภายในประเทศต่อไป

ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในระหว่าง 144.38-145.29 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 144.64/66 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมเดือน พ.ค. จากสหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (10/6), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน พ.ค. (11/6), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (11/6), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (12/6) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน พ.ค. (16/6), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน มิ.ย. จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (13/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap Point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.1/7.9 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -6.3/-5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ จับตาเจรจาการค้า สหรัฐกับจีน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...