โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เอชไพโลไร (H.pylori) ต้นตอมะเร็งกระเพาะอาหาร เผยสาเหตุและการรักษา

PPTV HD 36

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 02.24 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 02.14 น.
ชวนรู้จัก เชื้อเฮลโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter pylori) หรือ เอชไพโลไร ต้นตอโรคกระเพาะอาหาร เพิ่มโอกาสเสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร เผยอาการหลังติดเชื้อ วิธีการรักษาและป้องกัน

เชื้อเฮลโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter pylori) หรือ เอชไพโลไร (H.Pylori) เป็นแบคทีเรียที่มีผลกระทบกับโรคกระเพาะอาหารเป็นอย่างมาก หากตรวจพบเชื้อและไม่รับการรักษาอย่างต่อเนื่องจนสามารถกำจัดเชื้อได้หมดจะทำให้ไม่สามารถรักษาโรคกระเพาะให้หายขาด ยังเพิ่มโอกาสเป็นแผลในกระเพาะอาหาร และเชื้อชนิดนี้ยังเพิ่มโอกาสให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร หนึ่งในมะเร็งทางเดินอาหารได้อีกด้วย

หมอเตือน! ตู้เย็นแหล่งเพาะเชื้อ H.pylori ต้นตอ “มะเร็งกระเพาะอาหาร”

สัญญาณอันตรายเสี่ยง “มะเร็งทางเดินอาหาร” ต้องรีบพบแพทย์

เอชไพโลไร คืออะไร?

ในปี พ.ศ. 2526 แพทย์ชาวออสเตรเลีย Barry Marshall และ Robin Warren สามารถเพาะเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไรได้ และพบว่าเชื้อสัมพันธ์กับการเกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบ สำหรับเรื่องของเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไร นั้นมีการศึกษามาโดยตลอดหลายปีจนถึงปัจจุบันเป็นที่ยอมรับว่าเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไรเป็นสาเหตุให้เป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร

อาการหลังติดเชื้อเอชไพโลไร

คนส่วนใหญ่แล้วการติดเชื้อชนิดนี้จะไม่ได้มีอาการแสดงออก แต่บางกรณีจะมีอาการไม่แตกต่างจากโรคกระเพาะอาหาร เช่น ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย จุก แน่นท้อง เป็นต้น สำหรับกรณีที่อักเสบมากเกิดมีแผลในกระเพาะอาหารหรือในลำไส้เล็กส่วนต้น ด้านของผู้ที่เป็นมะเร็งกระเพาะอาหารที่มีสาเหตุจากเชื้อเอชไพโรไลนั้นอาการของกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรังและรุนแรงมากขึ้น

ทราบได้อย่างไรว่าติดเชื้อเอชไพโลไร

  • การส่องกล้องตัดเนื้อเยื่อบริเวณกระเพาะอาหารเพื่อส่งตรวจหาเชื้อทางพยาธิวิทยา
  • การนำชิ้นเนื้อจากกระเพาะอาหารเพาะเชื้อ
  • ตรวจทางลมหายใจด้วยวิธีการ Urea Breath Test การทดสอบยูเรีย โดยให้ผู้ป่วยดื่มสารยูเรียที่มีกัมมันตภาพรังสี เพื่อทดสอบการเชื้อเอชไพโลไร
  • วิธีการเจาะเลือดตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อ
  • เก็บอุจจาระหาเชื้อ

การติดเชื้อเอชไพโลไรมีการถ่ายทอดจากคนสู่คน จากการรับประทานอาหาร เชื้อจะเข้าสู่กระเพาะอาหารและเลื่อนเข้าสู่เซลล์เยื่อบุผิว โดยเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้มีกระบวนการที่สามารถทำให้อยู่รอดในกระเพาะอาหารโดยไม่ถูกขับออกมาได้โดยธรรมชาติตามกลไกของร่างกาย

เชื้อเอชไพโลไร รักษาด้วยการรับประทานยา ด้วยยาลดการหลั่งกรดร่วมกับยาปฏิชีวนะ หลังจากหยุดยาแล้วประมาณ 1 เดือน แพทย์จะนัดตรวจติดตามผล

นอกจากนี้ยังปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกันเชื้อเอชไพโลไร ได้ด้วยการ ดูแลสุขภาพร่างกายให้สะอาดปลอดภัย ล้างมือบ่อยๆรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ ใช้ช้อนกลาง รับประทานทานอาหารมีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารที่สะอาด ปลอดภัย ปราศจากสารปรุงแต่ง แน่นอนว่ารวมถึงการไม่สูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หากตรวจพบเชื้อเอชไพโลไรควรรักษาอย่างต่อเนื่องตามแพทย์แนะนำ

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 3

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...