โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ช็อกโลกไซเบอร์ ข้อมูลจีน รั่วครั้งใหญ่สุด แอปแชต-บัญชี กว่า 4 พันล้านรายการ

Thaiger

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 11.35 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 13.00 น. • Thaiger ข่าวไทย

พบข้อมูลคนจีนรั่วไหลครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 4 พันล้านรายการ ทั้งข้อมูลส่วนตัว การเงิน WeChat และ Alipay ถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีรหัสผ่าน เสี่ยงถูกโจรกรรมข้อมูลครั้งใหญ่

วงการความปลอดภัยไซเบอร์ต้องสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อทีมนักวิจัยได้ค้นพบการรั่วไหลของข้อมูลที่อาจเรียกได้ว่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศจีน โดยเป็นฐานข้อมูลขนาดมหึมาถึง 631 GB ซึ่งบรรจุข้อมูลส่วนบุคคลกว่า 4 พันล้านรายการ ถูกปล่อยทิ้งไว้บนโลกออนไลน์โดยไม่มีรหัสผ่านป้องกัน ข้อมูลที่หลุดออกมานี้มีความละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง

ครอบคลุมตั้งแต่ข้อมูลทางการเงิน บัญชี WeChat และ Alipay ไปจนถึงข้อมูลพฤติกรรมของพลเมืองจีนหลายร้อยล้านคน ซึ่งเปิดช่องทางให้ผู้ไม่หวังดีสามารถนำข้อมูลไปใช้ในทางที่เลวร้ายได้อย่างง่ายดาย

ภาพจาก: Cybernews

บ็อบ ดยาเชนโก นักวิจัยความปลอดภัยไซเบอร์ชื่อดัง ร่วมกับทีมวิจัยจาก Cybernews ได้ค้นพบฐานข้อมูลขนาดใหญ่นี้ถูกเปิดทิ้งไว้โดยไม่มีการป้องกันใด ๆ และเชื่อว่านี่อาจเป็น ศูนย์กลางการรวบรวมข้อมูล ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างจงใจเพื่อวัตถุประสงค์ในการสอดแนม การสร้างโปรไฟล์พฤติกรรม เศรษฐกิจ และสังคมของพลเมืองจีนเกือบทุกคน

แม้ว่าฐานข้อมูลที่ถูกเปิดไว้ จะถูกปิดลงอย่างรวดเร็วหลังจากถูกค้นพบ ทำให้ไม่สามารถระบุเจ้าของที่แท้จริงได้ แต่ข้อมูลที่ทีมวิจัยตรวจสอบได้เพียงส่วนหนึ่งก็ได้เผยให้เห็นถึงความน่าสะพรึงกลัวของข้อมูลที่รั่วไหลออกมาดังนี้

  • ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน WeChat กว่า 805 ล้านรายการ
  • ข้อมูลที่อยู่กว่า 780 ล้านรายการ
  • ข้อมูลทางการเงิน เช่น หมายเลขบัตร วันเกิด ชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ กว่า 630 ล้านรายการ
  • ฐานข้อมูลยืนยันตัวตน สำหรับประชาชนจีน เช่น เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ และชื่อผู้ใช้งาน กว่า 610 ล้านรายการ
  • ข้อมูลบัตรและโทเค็นของแอปพลิเคชัน Alipay กว่า 300 ล้านรายการ

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลอื่นอีกกว่า 353 ล้านรายการที่เกี่ยวกับข้อมูลการพนัน การจดทะเบียนยานพาหนะ ข้อมูลการจ้างงาน กองทุนบำเหน็จบำนาญ และประกันภัย รวมถึงฐานข้อมูลที่คาดว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกับไต้หวันด้วย

ทีมนักวิจัย เตือนว่า หากข้อมูลทั้งหมดนี้ตกไปอยู่ในมือของกลุ่มแฮกเกอร์ อาชญากรข้ามชาติ หรือแม้แต่หน่วยข่าวกรองของรัฐบาลบางประเทศ ก็อาจถูกนำไปใช้ในทางที่เลวร้ายได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การฟิชชิ่งเพื่อขโมยข้อมูล การแบล็กเมล์ การฉ้อโกงทางการเงิน ไปจนถึงการโจรกรรมตัวตนเพื่อเปิดบัญชีผิดกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทยได้ เนื่องจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวนมากก็ใช้ข้อมูลที่รั่วไหลในลักษณะนี้เพื่อหลอกลวงคนไทย

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดจากทีมนักวิจัย คือ บุคคลที่อาจได้รับผลกระทบจากการรั่วไหลครั้งนี้ แทบไม่มีทางป้องกันตัวเองได้โดยตรง เนื่องจากไม่ทราบว่าใครคือเจ้าของฐานข้อมูล และไม่มีช่องทางแจ้งเตือนไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ที่มา: Cybernews

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...