โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

คำพูดสุดท้ายของ “คุณหมอเศรษฐี” ก่อนจากไปเพราะมะเร็ง เปลี่ยนชีวิตหลายคนตลอดกาล

sanook.com

เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 15.16 น. • Sanook
เรื่องราวสุดสะเทือนใจนี้เป็นของ ดร.ริชาร์ด ศัลยแพทย์ผู้ประสบความสำเร็จทั้งชื่อเสียงและทรัพย์สิน แต่สุดท้ายกลับถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้ายเมื่ออายุเพียง 40 ปี

คำพูดสุดท้ายของ “คุณหมอเศรษฐี” ก่อนเสียชีวิต เปลี่ยนมุมมองชีวิตของใครหลายคนไปตลอดกาล “น่าเศร้าที่บางครั้ง เราต้องเผชิญหน้าความตาย…ถึงจะเข้าใจความหมายของการมีชีวิตอยู่จริงๆ”

เรื่องราวสุดสะเทือนใจนี้เป็นของดร.ริชาร์ด เตียว เคียง เซียง (Richard Teo Keng Siang) ศัลยแพทย์ตกแต่งชาวสิงคโปร์ ผู้ประสบความสำเร็จทั้งชื่อเสียงและทรัพย์สิน แต่สุดท้ายกลับถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้ายเมื่ออายุเพียง 40 ปี ก่อนจะเสียชีวิตในเดือนตุลาคม ปี 2012 แต่ก่อนจากโลกนี้ไป เขาได้ฝากบทเรียนล้ำค่าที่เปลี่ยนชีวิตของใครหลายคน… รวมถึงนิยามใหม่ของคำว่า "ความสุข"

หมอริชาร์ดเคยเป็นภาพแทนของ “ความสำเร็จในฝัน” เขาเรียนเก่ง แข่งขันสูง เปลี่ยนสายงานจากจักษุแพทย์มาทำศัลยกรรมความงามเพื่อรายได้ที่มากกว่า และก็ได้ผล เขากลายเป็นเศรษฐีภายในไม่กี่ปี มีรถซูเปอร์คาร์ถึง 4 คัน บ้านหรู ใช้ชีวิตในแวดวงคนดัง และทานอาหารจากร้านระดับมิชลิน “ผมคิดว่ารถเฟอร์รารี่ บ้านหลังโต หรือชื่อเสียงจะทำให้ผมมีความสุข…แต่มันกลับไม่ทำให้ผมหัวเราะได้แม้แต่น้อย”

จุดเปลี่ยนที่ไม่มีใครคาดคิด ในวันที่ 11 มีนาคม 2011 วันเดียวกับเหตุการณ์สึนามิที่ญี่ปุ่น เขาถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย และเหลือชีวิตอยู่เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น ข่าวร้ายนี้ทำให้เขาเสียศูนย์อย่างหนัก เขาไม่เข้าใจว่าทำไมโรคนี้ถึงเกิดขึ้นกับเขา เพราะในครอบครัวไม่เคยมีประวัติเป็นมะเร็งเลยแม้แต่คนเดียว

เมื่อเงินไม่สามารถซื้อ “ชีวิต” ได้ ท่ามกลางความเจ็บปวดจากโรคร้าย หมอริชาร์ดเริ่มเข้าใจว่า สิ่งที่มีค่าในชีวิต ไม่ใช่เงินทองหรือทรัพย์สิน…แต่คือ ‘คนที่อยู่เคียงข้าง’ เราในวันที่เราอ่อนแอที่สุด “สิ่งที่ทำให้ผมยิ้มได้ตลอด 10 เดือนที่ผ่านมาไม่ใช่เฟอร์รารี่ ไม่ใช่อาหารหรู…แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่ผมรัก คนที่อยู่กับผมในวันที่ผมร้องไห้และไม่เหลืออะไรเลย”

คำสารภาพจากคุณหมอผู้เคยมอง“คนไข้เป็นรายได้” เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “เมื่อก่อนผมไม่เคยเข้าใจผู้ป่วยเลย จนกระทั่ง…ผมกลายเป็นผู้ป่วยเอง” และ “ผมเคยเห็นคนไข้เป็นแค่แหล่งรายได้ พยายามกอบโกยให้ได้มากที่สุด แต่ตอนนี้ผมอยากเป็นหมอที่รักษาด้วยหัวใจ ไม่ใช่เพื่อผลกำไร”

และเขาได้เคยพูดในงานสัมมนาสำหรับนักศึกษาแพทย์ว่า “อย่าให้ความสำเร็จและเงินทองทำให้คุณลืมว่าทำไมถึงเลือกเป็นหมอ คนไข้ไม่ใช่ตัวเลข หรือ ‘กำไร’…แต่คือมนุษย์ผู้ต้องการความเมตตา”

รวมทั้งคำเตือนสุดท้ายจากคนที่กำลังจะลาจากว่า “ตอนที่ผมรู้ว่าตัวเองจะตาย ผมละทิ้งทุกอย่างและเริ่มโฟกัสแค่สิ่งสำคัญจริงๆ ในชีวิต… น่าเศร้าที่เรามักจะเรียนรู้วิธีมีชีวิตอยู่ ก็ต่อเมื่อเราใกล้ความตาย”

10 กว่าปีผ่านไป เรื่องราวของหมอริชาร์ดยังคงถูกถ่ายทอดต่อ ทั้งในแวดวงแพทย์ และในหมู่คนทั่วไปที่กำลังตามหาความสุขท่ามกลางชีวิตที่เร่งรีบ ภรรยาของเขาเคยกล่าวไว้ว่า “ฉันภูมิใจในตัวเขามาก เขาคือครูที่ดีที่สุดที่พระเจ้ามอบให้กับฉัน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...