Honda ลดลงทุน EV เหลือ 7 ล้านล้านเยน หลังยอดขายแผ่ว หันลุยตลาดไฮบริดเต็มสูบ
Honda ลดลงทุน EV เหลือ 7 ล้านล้านเยนภายในปี 2030 หลังตลาด EV ชะลอตัว หันมาเน้นกลยุทธ์รถยนต์ไฮบริด เตรียมเปิดตัวรถไฮบริดรุ่นใหม่ 13 รุ่นทั่วโลกในช่วงปี 2570-2573
วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 เวลา 13.40 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าHonda Motor เปิดเผยว่าบริษัทได้ปรับลดการลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ลง หลังจากพบว่าอุปสงค์ในตลาดชะลอตัว พร้อมประกาศจะหันมาเน้นเจาะตลาดรถยนต์ไฮบริดที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่หลายรุ่น
โทชิฮิโระ มิเบะ (Toshihiro Mibe) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของHonda แถลงข่าวว่า บริษัทได้ลดแผนการลงทุนด้านการใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า (electrification) และซอฟต์แวร์ ไปจนถึงปีงบประมาณ 2573 จาก 10 ล้านล้านเยน เหลือ 7 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 4.84 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
“จากภาวะตลาดในปัจจุบันที่ชะลอตัว เราคาดว่าสัดส่วนยอดขาย EV ภายในปี 2573 จะต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่เคยวางไว้ที่ 30%” มิเบะกล่าว
พร้อมระบุว่า “ภายในปีนั้น รถยนต์ไฟฟ้าอาจมีสัดส่วนเพียงประมาณ 20% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัท”
Hondaคาดการณ์ว่าภายในปี 2573 บริษัทจะสามารถขายรถไฮบริดได้ระหว่าง 2.2 - 2.3 ล้านคัน แต่ยังไม่ได้เปิดเผยเป้าหมายยอดขายรวมในปีดังกล่าว
ทั้งนี้บริษัทมีแผนจะเปิดตัวรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ 13 รุ่นทั่วโลก ในช่วงสี่ปีตั้งแต่ปี 2027 และจะพัฒนาระบบไฮบริดสำหรับรถรุ่นขนาดใหญ่ ซึ่งมีแผนเปิดตัวในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษนี้
ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม Hondaเพิ่งประกาศเลื่อนแผนลงทุนมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์แคนาดา หรือประมาณ 1.07 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการสร้างฐานการผลิตรถ EV แห่งใหม่ในรัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ออกไปประมาณ 2 ปี ด้วยเหตุผลเดียวกันคืออุปสงค์ที่ชะลอตัว
อย่างไรก็ตาม Hondaยังยืนยันแผนระยะยาวว่าภายในปี 2583 รถยนต์รุ่นใหม่ของบริษัทจะเป็น รถยนต์ไฟฟ้า (Battery EV) และรถยนต์เซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Vehicle) ทั้งหมด
อ้างอิง : reuters.com