โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แม้แต่'ฝ่ายค้านกัมพูชา' ก็ยังรักชาติกว่า'นักการเมืองไทย'ในเวลานี้

The Better

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 04.12 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 03.16 น. • THE BETTER

ความจริงฝ่ายค้านกัมพูชา ที่นำโดยนายสม รังสี และพลพรรคสงเคราะห์ชาติกัมพูชาของเขา รวมถึงนายลึม กึมยา ที่ถุูกลอบสังหารในเมืองไทย ล้วนแต่เป็นพวก "กินบนเรือนขี้บนหลังคา" ทั้งสิ้น เพราะเคยพึ่งพาอาศัยไทยในการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่แล้วกลับเป็นพวกแรกที่ชูประเด็น "เกาะกูดเป็นของกัมพูชา" และเรียกร้องให้ไทยไปขึ้นศาลโลกเพื่อจะใช้วิธีนั้นแย่งเกาะกูดมาจากไทย

แบบนี้ไม่เรียกว่า "เนรคุณ" ก็คงไม่ได้

แม้ว่าพวกฝ่ายค้านกัมพูชาหันมาแทงข้างหลังไทยแบบนี้ แต่ก็ยัง "รักชาติ" ในแบบของตน จนกระทั่งทำให้คนกัมพูชา "คลั่งอยากได้เกาะกูดขึ้นมา" และทำให้ "กระแสรักชาติ" จุกติดขึ้นในใจผู้คน กลายเป็นการเรียกร้องรัฐบาลให้กดดันไทย และบ้างก็ต่อว่ารัฐบาลว่า "ขายชาติ" เพราะสนิทสนมกับตระกูลชินวัตร

และได้สร้างแรงกระเพื่อมไปถึงรัฐบาลตระกูลฮุนจนนั่งไม่ติด ทำให้รัฐบาลกัมพูชาต้องหันมาปั่นกระแสชาตินิยมบ้าง โดยเริ่มจากการก่อกวนที่ปราสาทตาเมือนธม และตามด้วยการก่อกวนที่ช่องบก ซึ่งทำให้ระแสชาตินิยมในกัมพูชาพุ่งสูงขึ้นมาโดยที่ตระกูลฮุนพยายามโหนกระแสนี้ด้วยการยกตัวเองเป็น "ผู้รักชาติที่แท้จริงยิ่งกว่า" ทำให้กระแส "ผู้รักชาติตัวจริง" ที่ริเริ่มโดยฝ่ายค้านต้องดับไป

คราวนี้ ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลต่างก็มีวาระเดียวกันแล้ว แม้จะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้ แต่ล้วนแต่เห็นช่องทางว่า "หากจะอยู่ในอำนาจจะต้องปั่นกระแสรักชาติ"

ดังนั้น ทั้ง ฮุน เซน และ สม รังสี ที่เป็นเจ้ากรรมนายเวรต่อกัน จึงเดินบนเส้นทางเดียวกัน นั่นคือป่าวประกาศว่าไทยเป็นศัตรู และทำให้คนเขมรรักบ้านเมืองตัวจนถึงขึ้นคลั่งไคล้อย่างหนักแบบไม่ลืมหูลืมตา

ความรักชาติของ "ฮุน" และ "สม" ถือเป็น Toxic nationalism หรือ "ชาตินิยมเป็นที่เป็นพิษ" เพราะปั่นให้คนในประเทศเชื่อว่ามีศัตรูภายนอก เพื่อเบี่ยงเบนความเลวร้ายภายใน และเพื่อจะใช้ชาตินิยมแย่งอำนาจในหมู่ "อีลีต"โดยที่ประชาชนเป็นแค่เบี้ยแต่หมากทางการเมือง

ถือเป็น "ชาตินิยมชั้นเลว"

แต่มันก็ยังเป็นชาตินิยม และในห้วงเวลาที่ไทยกับกัมพูชาเผชิญหน้ากัน ประเทศไทยก็ไม่อาจไม่มีชาตินิยมได้ เพราะนี่คือ "สงครามระหว่างชาตินิยม"

ผมได้เขียนสนับสนุนแนวคิดชาตินิยมในไทยมาเกือบสิบปีแล้ว ในช่วงเวลาที่นักคิดนักเขียนรังเกียจชาตินิยม โดยฉพาะฝ่าย "ลิเบอรัล" หรือ "โว๊ค" ซึ่งฝันเฟื่องว่า "โลกควรจะไร้พรมแดน" และ "มนุษย์ทั้งผองเป็นพี่น้องกัน"

แต่ในเวลานี้ สถานการณ์ได้พิสูจน์แล้วว่า กัมพูชาไม่อยากอยู่ร่วมโลกกับไทย คนเขมรถูกปั่นให้รังเกียจไทยโดยไม่หัวคิดพิจารณา และพวกชนชั้นนำทางการเมือง "รักชาติแต่ปาก"

หากไทยจะ "สั่งสอน" กัมพูชาให้ละวาง "ชาตินิยมเป็นที่เป็นพิษ" แล้วสร้างสันติสุขที่แท้จริงและยั่งยืน ไทยจะต้องสามัคคีกันสนับสนุน "ความรักชาติ" และ "ชาตินิยมที่เป็นคุณ" นั่นคือความรักชาติตัวเองโดยไม่จ้องทำลายชาติอื่นหรือต้องการดินแดนของใครเขา เหมือนที่พวก "เขมรต่ำ" กำลังทำอยู่

ผมไม่ได้เรียกร้องให้พรรคการเมืองทุกฝ่ายสามัคคีกัน แต่ควรจะปรับวาระและท่าทีให้คล้ายกันบ้าง เช่น หากฝ่ายอนุรักษ์นิยมออกมาชุมนุมเรียกร้องชาตินิยม ฝ่ายเสรีนิยมหรือพวกก้าวหน้าก็สามารถติติงได้หากฝ่ายอนุรักษ์ฯ ล้ำเส้นกลายเป็น "ชาตินิยมเป็นที่เป็นพิษ" และมี "วาระแอบแฝงทางการเมือง"

ในสภาวะที่ใกล้จะเกิดสงคราม และควรจะมี "รัฐบาลเอกภาพ" ด้วยซ้ำ หน้าที่ของฝ่ายตรงข้ามจึงไม่ควรเป็น "จระเข้ขวางคลอง" แต่ควรเป็น "นายท้ายเรือ" ที่คอยดูว่ากระแสชาตินิยมที่เกิดขึ้นในไทยกำลังหลงทางหรือไม่

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากการชุมนุมแสดงพลังชาตินิยม กลายเป็น "การเรียกร้องรัฐประหาร" ก็ควรจะดึงสติกันไว้ ไม่ใช่ด่าเหมารวมว่าความรักชาติคือบ่อเกิดของปัญหาการเมือง

พูดง่ายๆ ก็คือ แม้จะไม่ชอบชาตินิยม แต่ก็ต้องสนองกับเจตจำนงค์ของประชาชนทั้งประเทศไปก่อนในเวลานี้ โดยใช้ความสามารถของตนในการดึงสติของประชาชนไม่ให้กลายเป็นความ "คลั่ง" จนกระทั่งความขัดแย้งลามปามไปสู่การนองเลือดระหว่างประชาชนสองประเทศ หรือเกิดศึกภายในประเทศเสียเอง

แต่แล้วพวกเขากลับไปประณาม "ความรักชาติ" ของคนอื่นโดยใช้โวหารอันเลื่อนลอย และตำหนิชาตินิยมแบบเท่ๆ ไปงั้นๆ เพียงเพราะแกนหลักอุดมการณ์ของตนนั้นเป็น "ลิเบอรัล" ที่เกลียดความเป็นชาติ จนทำให้กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเวลาเวลาบอกว่า "รักชาติ"

แบบนี้ไม่มีความใจกว้างทางการเมือง ไม่รู้หัวใจของประชาชนในเวลานี้ และยึดมันถือมั่นกับความคิดของตัวเองแม้ว่าประเทศชาติจะเรียกร้องความรักบ้านรักเมือง

แบบนี้ก็เข้าทางพวกกัมพูเชี่ยนสิครับ

ดังนั้น พวกเขมรต่ำจึงนั่งหัวเราะแล้วเย้ยว่า "คนไทยทะเลาะกันเอง" ซึ่งเป็นเรื่องจริง เพราะประเทศไทยนั้น "นักการเมืองสนใจแต่การครองอำนาจ" มีแต่ประชาชนคนเดินดินที่คอยเรียกร้องให้เกิดเอกภาพด้วยชาตินิยม

ผมไม่ได้พูดถึงรัฐบาล เพราะป่วยการจะพูดถึง ทั้งพรรคหลัก พรรคร่วม ล้วนแต่เอาอำนาจไว้ก่อน ความรักชาติไว้ทีหลัง นี่คือเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนครั้งแรกๆ ว่า "ประเทศไทยไม่มีเอกภาพ" เพราะนักการเมืองไม่สนองตอบความรักชาติของประชาชน

สถานะของการเมืองไทยในเวลานี้จึงเลวยิ่งกว่าการเมืองเขมรเสียอีก ที่ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลที่จ้องจะฆ่ากันมาตลอด กลับสนองวาระของและกัน แม้จะไม่ตั้งใจก็ตาม

ชาตินิยมที่เป็นพิษของกัมพูชา จึงกลายเป็นคุณต่อกัมพูชาใน "ช่วงสงคราม"

ในขณะที่ความรักชาติของคนไทยที่มากมายอย่างไม่เคยมีมาก่อน กลับถูกนักการเมืองบดขยี้ด้วยฝ่าเท้า ด้วยความเจ็บช้ำน้ำใจของผู้คน จนกระทั่งต้อง "เรียกร้องให้ทหารออกมาปกป้องชาติ" พูดง่ายๆ คือ "ทำรัฐประหาร"

แม้กองทัพจะยังไม่มีวี่แววทำรัฐประหาร แต่ทหารได้กลายเป็นความหวังของประชาชนไป เพราะหมดอาลัยตายอยากกับพวกพรรคการเมืองที่รวมหัวกัน "เสวยอำนาจ" กันต่อไป

ในขณะที่ฝ่ายค้าน แทนที่จะรู้จักช่วงชิงกระแสชาตินิยมอันเป็นคุณและยังไม่กลายเป็นความคลั่ง กลับทำลายโอกาสนั้นเสีย โดยประณามความรักชาติของคนไทยโดยไร้หัวคิดเพียงเพื่อจะถนอมรักษา "อุดมการณ์" ของตนเอง และเพราะ "กลัวทหารจนขึ้นสมอง" นี่ยิ่งเท่ากับบดขยี้ความรักชาติไทยด้วยฝ่าเท้าอีกเช่นกัน

โดยมิได้สำเหนียกเลยว่า เพราะการทิ้งให้ประชาชนรักชาติกันเพียงลำพังนี่แหละที่ทำให้ประชาชนต้องเรียกร้องให้ทหารออกมา ทั้งๆ ที่ฝ่ายการเมืองควรจะเป็นผู้ที่สนองตอบเสียงเรียกร้องและความอัดอั้นของประชาชนที่สุด

นี่และผมถึงบอกว่า แม้แต่ฝ่ายค้านกัมพูชาก็ยังรักบ้านเมืองของเขากว่านักการเมืองไทย แม้ว่ามันจะรักกันอย่างปลอมๆ แต่ก็ยังไม่ได้เมินเฉยและปิดปาก "เสียงประชาชน" เหมือนในไทย

หรือว่าไม่จริง?

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo
1 -
นายสม รังสี ฝ่ายค้านกัมพูชาที่กำลังลี้ภัยและหัวหน้าพรรคสังเคราะห์ชาติกัมพูชา (CNRP) ถ่ายรูประหว่างการประชุมที่บ้านของเขาในปารีส เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2023 (ภาพโดย JOEL SAGET / AFP)
2 - ฮุน เซน ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภาและพลเอกระดับห้าดาว กำลังพูดคุยกับทหารระหว่างการเยือนกองกำลังติดอาวุธที่ประจำการอยู่ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทยในจังหวัดพระวิหาร (ภาพถ่ายโดย POOL / AFP)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...