‘อุ๊งอิ๊ง’ เดือด! บอกประเทศเรามีศักดิ์ศรี ไม่ยอมให้ใครข่มขู่ใส่ร้าย พร้อมตั้งทีมตอบโต้!
The Bangkok Insight
อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 06.02 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 05.46 น. • The Bangkok Insight"นายกฯ อุ๊งอิ๊ง" เดือด! บอกประเทศเรามีศักดิ์ศรี ไม่ยอมให้ใครข่มขู่ใส่ร้าย ย้ำต้องการสันติภาพ พร้อมตั้ง "ทีมไทยแลนด์" เตรียมข้อมูลปกป้อง ตั้งรับ ตอบโต้
ที่บ้านพิษณุโลก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง โดยระบุถึงการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ครั้งที่ 6 ถือว่าเป็นผลสำเร็จที่ยอมรับกรอบ JBC ทั้งนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อติดตามสถานการณ์โดยมี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นำทีมติดตามข้อมูลข่าวสารทั้งหมด
"ส่วนเรื่องศาลโลก ไทยยืนยันไม่ยอมรับศาลโลก ตั้งทีมทำงาน เราจะปกป้องและตั้งรับอย่างไร หรือตอบโต้อย่างไรบ้าง เราต้องมีกรอบในการทำงานนี้ เราศึกษากฎหมาย ประวัติความเป็นมาและข้อมูลครบหมดแล้ว" นายกรัฐมนตรี กล่าว
เมื่อถามว่าฮุนเซนประกาศปิดด่าน นางสาวแพทองธาร กล่าววา จริง ๆ แล้วเรื่องปิดด่านเราไม่ได้ปิดด่าน เรากำหนดเวลาเปิด-ปิด ไทยได้ทราบจากเพจกลาโหมของกัมพชา เรามีการตกลงกันแล้วทั้งในเรื่องการปรับลดกำลัง แต่ทางเพจของกลาโหมกัมพูชาบอกว่าจะไม่ปรับกำลัง เราจึงกำหนดเวลาเปิด-ปิดด่าน ทางกัมพูชาก็กำหนดเวลาเช่นกัน
"เราคุยกันกับนายกฯ กัมพูชาเมื่อ 28 พ.ค. เราตกลงร่วมกันว่าเราต้องการสันติภาพ ไม่ต้องการความขัดแข้ง ไม่ให้เสียเลือดเนื้อ เห็นตรงกันและคุยกันมาเรื่อย ๆ คุยในกรอบทวิภาคี ตามกลไกของประเทศ มีแน่นอนเรื่องการคุยหลังไมค์ แต่สิ่งที่สื่อสารทางโซเชียล นอกกรอบ ไม่เป็นทางการทำให้เกิดความวุ่นวาย ทั้งสิ่งที่คุยกันหลังไมค์และคุยอย่างเป็นทางการ คิดว่าการสื่อสารแบบนี้ทำให้เกิดผลลบกับทั้งสองประเทศ" นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สิ่งที่กัมพูชาโพสต์ เราต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของคนไทยและกัมพูชาด้วย การปิดด่านส่งผลกระทบต่อไทยและกัมพูชาทั้งสองประเทศ เรามีความห่วงใยอยู่แล้ว ทั้งการค้าขาย ส่งผลไม้ผัก เราถึงไม่ปิดด่าน เราปรับเวลาเข้าออก และได้แจ้งกัมพูชาว่าจะประชุมในวันนี้เพื่อรายงานผลว่าเราจะดำเนินการอย่างไรต่อไป และได้ส่งข้อความถึงนายกฯ ให้เสนอประชุม RBC ระดับกองทัพว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ และเห็นข้อความที่โพสต์เป็นการสื่อสารที่ไม่อยู่ในกรอบ
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเรียกประชุมทูตที่อยู่ในไทยทั้งหมดบ่ายวันนี้ และได้คุยกับทูตกัมพูชาตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนว่าเราต้องการอะไร แต่สิ่งเราอาจจะทำน้อยกว่าเขา นั่นคือการสื่อสารออกสาธารณะ เพราะเราเคารพกรอบของทวิภาคี ว่าสิ่งที่คุยควรเป็นสิ่งที่เป็ฯทางการ ต้องยึดกรอบวิภาคีเป็นสำคัญ เมื่อไม่เป็นทางการ เราบอกว่าเราไม่เคยยั่วยุหรือพูดให้เกิดการปะทะใด ๆ ให้เกิดทั้งในหรือนอกประเทศ
"เราเป็นนายกฯ แล้วเกิดการปะทะกันรุนแรง ตรงชายแดน ตนต้องรับรู้อยู่แล้ว เมื่อเกิดการปะทะ เราต้องรู้จากทหารด้วย ไม่ใช่จู่ ๆ จะตัดไฟได้เลย การปล่อยข่าวหรือประโยคอะไรที่ไม่เป็นทางการ ส่งผลกระทบ ย้ำว่าไม่เกิดผลดีกับทั้งสองประเทศ
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า คนไทย ประเทศไทย นายกรัฐมนตรี กองทัพ เห็นตรงกันในทุกส่วน กองทัพคิดเหมือนเราว่าจะต้องปกป้องอธิปไตย แต่ทำอย่างไร ให้ยืดการปะทะ ให้ออกไป ให้ไม่เกิดขึ้น แต่รักษาทั้งรัฐบาลและกองทัพ ไม่เคยตีกัน กองทัพและรัฐบาล คุยกันทุกเรื่อง ให้เกียรติกองทัพ เดินอย่างไร ปรึกษากัน
"ขอย้ำว่า รัฐบาลกับกองทัพไม่มีปัญหากัน ขอให้ทุกคนช่วยกัน สนับสนุกองทัพแลรัฐบาลให้เป็นหนึ่งเดียวกัน รักษาอธิปไตยไว้ พูดใน message ว่าไทยเป็นปึกแผ่น จะไม่ยอมให้ใครมากลั่นแกล้ง ให้ใครมาใส่ร้าย มาขู่ เราเป็นประเทศที่มีศักดิ์ศรี แข็งแรง เช่นกัน วันนี้ถ้าไม่เคารพกฏกติกา ก็จะไม่ได้รับการยอมรับทั่วโลก" นายกรัฐมนตรี กล่าว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘นายกฯ อุ๊งอิ๊ง’ เข้าบ้านพิษณุโลก เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง
- กต.แจ้งแถลงข่าว ‘ไทย-กัมพูชา’ บ่ายนี้
- จับตาวันนี้! นายกฯ เรียกถกปม JBC – สมช. ประชุม หลังกัมพูชาตัดสัญญาณเน็ต-ไฟฟ้า
ติดตามเราได้ที่