โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มท.2 ห่วง น้ำท่วมน่าน ฝนตกหนัก 1 ชั่วโมง น้ำขึ้น 30 ซม. เร่งสูบน้ำ เฝ้าระวังสูงสุด

Khaosod

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 08.19 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 07.19 น.
มท.2 ห่วง น้ำท่วมน่าน ฝนตกหนัก 1 ชั่วโมง น้ำขึ้น 30 ซม. เร่งสูบน้ำ เฝ้าระวังสูงสุด

มท.2 รับกังวล จ.น่าน เหตุฝนหนัก 1 ชั่วโมง น้ำขึ้น 30 ซม. สั่ง ปภ.-กรมชลฯ เร่งสูบน้ำป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจ กำชับหลักการรักษาชีวิตประชาชน-ความปลอดภัย จนท.ผู้ปฏิบัติงาน

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 23 ก.ค.2568 ที่กระทรวงมหาดไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์พายุ “วิภา” ว่า จากการประชุมและได้รับรายงานโดยตรงจากพื้นที่ภาคเหนือ ในหลายๆ จังหวัดด้วยกัน เช่น จ.น่าน ตอนนี้ให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ เตรียมความพร้อมรับมือขนของขึ้นที่สูง เพื่อไม่ให้ได้รับความเสียหาย รวมถึงพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์ที่ทางหน่วยงานราชการจัดเตรียมไว้ให้

โดยขอความร่วมมือเพื่อให้ทุกคนได้รับความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยมณฑลทหารบกที่ 38 ได้นำกำลังลงพื้นที่จ.น่าน เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยผู้ว่าฯ ได้จัดเตรียมเรื่องของระบบการทำงานทุกระบบ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน

ขอย้ำเตือนว่าขณะนี้น้ำที่กำลังจะเข้าสู่พื้นที่เศรษฐกิจ จ.น่าน มีปริมาณที่ 1 ชั่วโมง ประมาณ 30 เซนติเมตร ถือว่าเป็นปริมาณที่สูง ตนได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) นำเครื่องสูบน้ำลงพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อบรรเทาน้ำที่จะเข้าสู่ในพื้นที่ส่วนกลางให้มีระดับน้อยลงมากที่สุด อย่างไรก็ตาม น้ำมาแน่นอน จึงอยากให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือ

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า ในส่วน จ.พะเยา ได้ประชุมผ่าน Zoom ในพื้นที่จริง พบว่าในบางอำเภอยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่องและน้ำอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง แม้จะยังไม่สูง แต่ต้องเตรียมพร้อม และมีความเป็นไปได้หากมีฝนตกต่อเนื่องก็จะมีปริมาณน้ำที่สูงขึ้นได้อีก

ส่วนจ.เชียงใหม่และเชียงราย ทางพื้นที่ได้เตรียมความพร้อมรับมือไว้อยู่แล้ว อย่างน้อยการเตรียมการที่ดีขึ้น เชื่อว่าอาจจะระบายน้ำได้อย่างรวดเร็ว โดยกรมชลประทานได้เตรียมพร้อมในเรื่องของเขื่อนเพื่อให้หมาะสมกับน้ำที่จะมา มั่นใจว่าประชาชนจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวต่อว่า ภาพรวมและการพยากรณ์น้ำในช่วงของ 3-5 วันนี้ ได้ฟังรายงานจากกรมชลประทาน ในเรื่องของน้ำเหนือที่จะไหลสู่ลำน้ำต่างๆ ได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เตรียมพร้อมหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางที่อาจมีน้ำท่วมพื้นผิวจราจร อีกทั้งเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยให้มีความรวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์ในเรื่องของหลักการรักษาชีวิตเป็นเรื่องสำคัญลำดับแรกที่ต้องดำเนินการ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ต้องได้รับความปลอดภัยเช่นกัน

สำหรับการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกปริมาณมาก และพื้นที่สำคัญที่เคยเกิดน้ำท่วมขังอยู่แล้ว ขอให้ทางจังหวัดได้เข้าไปป้องกันไม่ให้น้ำท่วมเข้าสู่พื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพบว่ามีฝนตกต่อเนื่อง ซึ่งต้องป้องกันเรื่องดินโคลนถล่มเพราะดินอุ้มน้ำหลายวัน มีความชุ่มฉ่ำมาก อาจเกิดดินโคลนถล่มได้ และให้จังหวัดที่มีความเสี่ยงอพยพประชาชนออกมาโดยเร็ว เพราะดินโคลนถล่มคาดการณ์ได้ยาก แต่ถ้ารู้ว่ามีจุดไหนที่เสี่ยงอยู่แล้ว ทางเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปในจุดนั้นได้ทันที

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า ขณะที่การทำงานครั้งนี้บูรณาการกับหลายหน่วยงานเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ หลายจังหวัด มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดและอำเภอ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินในท้องถิ่น เพื่อควบคุมสั่งการ อำนวยการให้การระดมกำลังเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และดูแลในเรื่องของการดำรงชีพ ตั้งโรงครัว แจกถุงยังชีพ และดูแลสภาพจิตใจประชาชนให้ดีที่สุด

สั่งการให้บุคลากร ลงไปดูแลไม่ให้เกิดปัญหาอาชญากรรมและการป้องกันการลักขโมย ที่จะซ้ำเติมผู้ประสบภัยต้องไม่เกิดขึ้น ถ้ามีการปิดเส้นทางในเรื่องของถนน จะมีการแจ้งประชาชนก่อน เพื่อไม่ให้ประชาชนติดอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ถ้าหากพบว่าบางพื้นที่มีความเสี่ยงที่น้ำจะเข้าสูง สามารถตัดไฟได้เลย เพื่อป้องกันปัญหาไฟรั่วหรือไฟดูด โดยเฉพาะเขตพื้นที่ชุมชนหรือพื้นที่การศึกษา

ในส่วนของพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลาย ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ไปสำรวจความเสียหาย และช่วยเหลือประชาชนในการทำความสะอาดบ้านเรือนเพื่อบรรเทาความเสียหาย

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวอีกว่า สำหรับการรายงานสถานการณ์ ให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดรายงานสถานการณ์อุทกภัยและดินโคลถล่ม ผลกระทบและการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ในทุกวันเวลา 09.00 น. ซึ่งจะประชุมสรุปสถานการณ์ในแต่ละวัน เพื่อประเมินเพิ่มกำลังในแต่ละพื้นที่ให้ทันต่อสถานการณ์มากที่สุด

ส่วนทางผู้ว่าฯ ได้ส่งเซลล์บรอดแคสต์ ส่งข้อความผ่านศูนย์กระจายข่าวในระดับพื้นที่และจังหวัดให้ประชาชนได้ทราบ และขอความร่วมมือสื่อมวลชนกระจายข่าวสาร ยอมรับว่าพื้นที่ที่กังวล คือจ.น่านที่มีน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากน้ำที่เสริมเข้ามา จึงอยากให้ประชาชนเฝ้าระวังสูงสุด

สำหรับเซลล์บรอดคาสต์ใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และส่งแจ้งเตือนประชาชนไปแล้วตั้งแต่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จำนวน 56 ครั้ง แบ่งเป็น แผ่นดินไหว 2 ครั้ง อุทกภัย 45 ครั้ง ดินโคลนถล่ม 9 ครั้ง

ในช่วงของวันที่ 20 ก.ค.สถานการณ์พายุวิภา ส่งแจ้งเตือนไปแล้ว 24 ครั้ง อุทกภัย 15 ครั้ง ดินโคถล่ม 9 ครั้ง ส่วนวันที่ 22 ก.ค.ส่งแจ้งเตือนเพิ่มเติม 12 ครั้งในเรื่องของอุทกภัย

ศูนย์เตือนภัยของกระทรวงมหาดไทยทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ส่งสัญญาณเตือนภัยรวมถึงส่งข้อความเตือน ในช่วงเวลาเกิดเหตุจริงทุกช่วงเวลา และแจ้งเตือนเตรียมพร้อมเส้นทางน้ำที่จะมาถึงแต่ละพื้นที่ ส่วนดินโคลนถล่มจุดเสี่ยงต่างๆ ได้ประกาศออกไปตามพื้นที่ต่างๆ ก่อนหน้านี้ มีการขนย้ายและอพยพประชาชนออกมาจากพื้นที่เสี่ยงแล้ว โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยทหารที่สนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนพาไปอยู่ศูนย์อพยพ

เมื่อถามว่าการเดินทางจ.น่าน เข้ามาตัวเมือง บางจุดเส้นทางเริ่มสัญจรลำบาก ทางกระทรวงมหาดไทยได้ประสานกับกระทรวงคมนาคม ในเรื่องการเดินทางโดยเฉพาะสายการบินบ้างหรือไม่ น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า ผู้ว่าฯน่านรายงานว่ายังมีถนนบางส่วนที่กระทบ แต่ในเรื่องการบินหรือการเดินทางยังดำเนินการได้ตามปกติ

คาดการณ์ว่าถ้ามีถนนหลายเส้นที่เกิดผลกระทบกับผู้เดินทาง อาจต้องแจ้งให้ทราบเพื่อเตรียมการเผื่อเวลาเดินทาง และอยากให้ประชาชนในพื้นที่ ติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการ และประสานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้เตรียมยานพาหนะช่วยเหลือพื้นที่ที่ถูกตัดขาด

เมื่อถามว่าสถานการณ์วันที่ 23 -25 ก.ค. ตามกรมอุตุนิยมวิทยามีความกังวลในช่วงวันใดเป็นพิเศษหรือไม่ น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวว่า วันนี้น่าจะหนักที่สุด มีความกังวลมากที่สุด ประกอบกับปริมาณฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องตลอดในพื้นที่โดยเฉพาะจ.น่าน แม้ตอนนี้ระดับของพายุวิภาจะลดความรุนแรงลง แต่ในพื้นที่จะต้องเตรียมความพร้อม และต้องเฝ้าระวังสูงสุด หากทิศทางหรือความรุนแรงของพายุเกิดการเปลี่ยนแปลง

ในพื้นที่จ.เชียงราย ที่ประชาชนมีความกังวลในเรื่องของสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกและพื้นที่ในอ.แม่สาย ขอยืนยันว่าตอนนี้อ.แม่สาย ได้รับผลกระทบน้อยมากเช่นเดียวกับสารปนเปื้อนของแม่น้ำกก ที่ปริมาณฝนตกลงมาทำให้สารปนเปื้อนค่อนข้างเจือจาง ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ตนเตรียมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์พายุวิภา ในพื้นที่จ.เชียงรายและน่าน เพื่อรับฟังรายงานเพิ่มเติมจากในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือให้กำลังใจชาวบ้านในพื้นที่ที่เดือดร้อนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มท.2 ห่วง น้ำท่วมน่าน ฝนตกหนัก 1 ชั่วโมง น้ำขึ้น 30 ซม. เร่งสูบน้ำ เฝ้าระวังสูงสุด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...