"กุสุมาลวตี" ยัน ไม่ไกล่เกลี่ย หลัง ”ภท.“ ขอเจรจา ปม ฮั้ว สว.-เขากระโดง เหน็บ ภท.คงคิดว่าโอกาสชนะยาก
"กุสุมาลวตี" ยัน ไม่ไกล่เกลี่ย หลัง ”ภท.“ ขอเจรจา ปม ฮั้ว สว.-เขากระโดง เหน็บ ภท.คงคิดว่าโอกาสชนะยาก จึงขอไกล่เกลี่ย เชื่อ คณะอนุกรรมการไต่สวนมีมูลยุบพรรค ย้ำ ขอสู้ในชั้นศาลเพื่อประโยชน์ของ ปชช.
วันที่ 14 ก.ค. 68 ที่ศาลอาญารัชดาภิเษก นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท อดีตผู้สมัคร สว. ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าไต่สวนมูลฟ้องนัดแรกในคดีที่พรรคภูมิใจไทยเป็นโจทก์ยื่นฟ้องตนเองในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ในกรณีการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และประเด็นพื้นที่เขากระโดง
นางกุสุมาลวตี กล่าวว่า วันนี้ตนเองมาตามนัด แต่ฝั่งโจทก์คือพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูลหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย ไม่มา แต่ส่งทนายความมาแทน ซึ่งทนายความโจทก์ได้แจ้งความประสงค์ขอไกล่เกลี่ย แต่ตนเองปฏิเสธไม่ไกล่เกลี่ย เนื่องจากต้องการให้ข้อเท็จจริงประจักษ์ออกมา รวมถึงคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ก็ได้สรุปออกมาแล้วก็แสดงว่าสิ่งที่ตนเองได้ร้องยุบพรรคภูมิใจไทยนั้นมีมูลมีความเป็นไปได้
โดย นายชาติอาทิตย์ ทัณฑะรักษ์ ทนายความของนางกุสุมาลวตี กล่าวว่า กระบวนการในศาลวันนี้ฝ่ายโจทย์ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหามีหน้าที่นำหลักฐานมาแสดงต่อศาลว่าคดีที่ฟ้องนั้น เป็นการกล่าวหาใส่ร้ายพรรคการเมือง หรือแจ้งความเท็จกับหมิ่นประมาทมีพยานหลักฐานเป็นอย่างไร
นายชาติอาทิตย์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นกระบวนการในศาลกรณีที่ราษฎรฟ้องกันเองจะให้แนวทางว่ามีการไกล่เกลี่ยกันได้หรือไม่ ซึ่งทนายความของฝ่ายโจทก์มีความเห็นว่าอยากให้มีการไกล่เกลี่ย แต่นางกุสุมาลวตีมองว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์ของประชาชน เพราะฉะนั้นอยากให้มีการชี้ขาดโดยชัดเจนเลยว่า การกระทำที่นางกุสุมาลวดีทำไปนั้นเป็นความจริง ไม่ใช่การใส่ร้ายพรรคการเมือง หรือเป็นการหมิ่นประมาทจึงต้องมีการพิสูจน์ให้ชัดเจน และเมื่อฝ่ายโจทก์ไม่มา ศาลจึงเลื่อนนัดไต่สวนมูลฟ้องเป็นวันที่ 18 ส.ค. 68 เวลา 09.00 น.
ทั้งนี้ถามว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นโจทย์ยื่นฟ้อง เพราะเหตุใดจึงขอไกล่เกลี่ย นางกุสุมาลวตี กล่าวว่า ฝั่งพรรคภูมิใจไทยเป็นคนฟ้องเราก็จริงแต่ฝั่งพรรคภูมิใจไทยก็คิดว่าพรรคก็มีพยานหลักฐานที่ผ่าน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่โดนเรียกทั้งหมด 7 ชุดนั้น ก็เข้าเนื้อพรรคทั้งหมด พรรคภูมิใจไทยคงคิดว่าโอกาสที่จะชนะเรานั้นมันยากจึงมีการขอไกล่เกลี่ย แต่ตนเองต้องการให้ข้อเท็จจริงนั้นปรากฏอยู่ในกระบวนการยุติธรรม และสามารถที่จะใช้อำนาจศาลในการขอเอกสารทั้งหมดนำมาแถลงในศาลเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง