โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“จตุพร” เชื่อการเมืองไทยถึงจุดเปลี่ยนในอีก 2 เดือนข้างหน้า

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 09.18 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 09.20 น.

วันที่ 2 ก.ค. 68 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ในฐานะแกนนำกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวสำนักข่าววันนิวส์ เกี่ยวกับกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 ให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีชั่วคราว ว่า ในเมื่อพรรคเพื่อไทยโดยนายกรัฐมนตรี ยืนกรานจะไม่ลาออกและไม่ยุบสภา ก็ต้องยอมให้สถานการณ์เป็นผู้พาไป โดยเมื่อมาถึงจุดที่ไม่มีทางเลือก ก็ต้องยอมให้องค์กรอิสระและศาลเข้ามาเป็นผู้ตัดสินใจแทน ซึ่งเชื่อว่าหลังจากนี้ประมาณ 2 เดือน บ้านเมืองจะเดินทางไปถึงจุดเปลี่ยน เนื่องจากในส่วนของนายภูมิธรรม เวชยชัย หากเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแล้ว ก็จะกลับเข้ามาทำหน้าที่เป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีแทนนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ปัจจุบันทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี

แต่ระยะเวลาของนายภูมิธรรมนั้นค่อนข้างสั้น เพราะมีคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีถูกกล่าวหา ว่า แทรกแซงหรือครอบงำหน้าที่และอำนาจของ กกต.โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา คาดว่า ต้นเดือนกันยายนศาลจะมีคำวินิฉัยชี้ขาดออกมาก รวมถึงยังมีคดีเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ที่ห้ามไม่ให้ตัดงบประมาณที่เกี่ยวกับเรื่องของการให้เงินกู้ที่กฎหมายมีการบังคับเอาไว้ เช่นเดียวกับนายทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

คดีทั้งหมดนี้ ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ไม่สบายใจ เพราะในกระดานการเมือง หากคดีไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ย่อมถือว่าสูงสุด เนื่องจากคำพิพากษามีอยู่เพียง 3 แนวทางเท่านั้น คือ 1. สั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งอาจพ้นตำแหน่งทั้งชุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือพ้นตำแหน่งทั้งสภาก็ได้ 2. ตัดสิทธิ์ทางการเมือง และ 3. สั่งให้ร่วมกันชดใช้ความเสียหาย 35,000 ล้านบาท หลังครม.มีมติตัดงบส่วนนี้ เพื่อไปใช้จ่ายในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เติมเงิน 10,000 บาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ต

ขณะที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็มีทั้งคดีชั้น 14 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และคดี ม.112 ที่ศาลอาญารัชดา คาดว่าจะมีคำวินิจฉัยออกมาในช่วงกลางเดือนสิงหาคม ซึ่งยังพอมีเวลาให้นายทักษิณหาทางหนีทีไล่ และช่วงเวลาดังกล่าวก็ใกล้เคียงกับคดีคลิปเสียงสนทนาของนางสาวแพทองธาร กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 45 วัน หรือราวกลางเดือนสิงหาคมนี้ ศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมา

นายจตุพร บอกอีกว่า แทนที่นายกรัฐมนตรีจะนำเวลาในช่วงนี้ไปวางแผนต่อสู้ทางคดีในชั้นศาลรัฐธรรมนูญ แต่กลับดึงดัน และยังใช้วิธีการลักลั่นนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีความคู่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หวังจะเทียบเคียงกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี แต่เป็นคนละกรณีกัน เนื่องจากพลเอกประยุทธ์ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า ครบ 8 ปีแล้วหรือไม่ แต่นางสาวแพทองธารเป็นเรื่องการตรวจสอบคุณธรรม จริยธรรม

นายจตุพร บอกอีกว่า แน่นอนว่า หลังจากนี้พรรคเพื่อไทยก็ต้องพยายามอย่างเต็มที่ที่จะให้รัฐบาลอยู่ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยต่อไป โดยอาจจะให้นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของพรรคเพื่อไทยเข้ามาทำหน้าที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้ ซึ่งผู้เรียกร้องไม่ได้สนใจอยู่แล้วว่าใครจะมาเป็นรัฐมนตรี เพียงแต่ติดใจในพฤติกรรมการกระทำของนายกรัฐมนตรี ดังนั้น ผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่ยังคงมีพฤติกรรมเดิม ๆ และสร้างเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น เรื่องคาสิโน เรื่องให้ต่างชาติเช่าพื้นที่ 99 ปี และเรื่องการเพิ่มระบบเงินตรา ก็สามารถที่จะร้องเรียนอีกได้

ในส่วนของกิจกรรมทางการเมือง นายจตุพรยังคงยืนยันจะเดินหน้าจัดการชุมนุมในช่วงกลางเดือนสิงหาคม แต่สถานที่ยังไม่แน่ชัด เนื่องจากยังต้องรอดูสถานการณ์ต่างๆ ก่อน แต่ย้ำว่า จุดยืนในการชุมนุม ไม่ได้ต้องการให้มีการรัฐประหาร และที่ผ่านมาการยึดอำนาจก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการชุมนุมทางการเมือง แต่เกิดจากการกระทำของรัฐบาล.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...