โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาผู้บริโภคยื่นฟ้อง กสทช. เพิกถอนหลักเกณฑ์ประมูลคลื่น

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 27 พ.ค. 2568 เวลา 15.55 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 08.55 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ศาลปกครอง 27 พ.ค.- สภาผู้บริโภคยื่นฟ้อง กสทช. ต่อศาลปกครอง ขอเพิกถอนหลักเกณฑ์ประมูลคลื่น กสทช. หวั่นเปิดทางผูกขาด – รัฐสูญเสียรายได้ – ผู้บริโภคเสียประโยชน์ หลังตลาดเหลือผู้เล่นหลักเพียงสองราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาผู้บริโภค นำโดย น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภคนายอิฐบูรณ์ อ้นวงษารองเลขาธิการสำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค เดินทางมายื่นฟ้อง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ต่อศาลปกครองกลาง เพื่อขอให้ศาลพิพากษาสั่งเพิกถอนประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลย่าน 850 MHz 1500 MHz 2100 MHz และ 2300 MHz เฉพาะในส่วนของ MHz 2100 MHz และ 2300 MHz และประกาศสำนักงาน กสทช. เรื่อง การขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 850 MHz 1500 MHz 2100 MHz และ 2300 MHz ลงวันที่ 29 เมษายน 2568 เฉพาะในส่วนของ MHz 2100 MHz และ 2300 MHz

รวมทั้งให้ กสทช. สำนักงาน กสทช. และ เลขาธิการ กสทช.ดำเนินการแก้ไขประกาศฯทั้งสองฉบับในส่วนของการกำหนดราคาขั้นต่ำในการประมูลคลื่น MHz 2100 MHz และ 2300 MHz ให้มีความเหมาะสมและมีหลักเกณฑ์ในการคิดราคาขั้นต่ำไม่ต่ำกว่าสัญญาเช่าตลื่นความถี่ในอดีต และต้องเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันประมูลคลื่นความถี่อย่างเป็นธรรม ไม่ให้การผูกขาดคลื่นความถี่ นอกจาก สภาผู้บริโภคยังยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาไต่สวนฉุกเฉินออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ให้มีการระงับการบังคับตามประกาศทั้งสองฉบับดังกล่าวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคดีถึงที่สุด

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กล่าวว่า การมายื่นฟ้องขอระงับการประมูลคลื่นความถี่ สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล ย่าน2100 MHz และ 2300 MHz ในวันนี้ สภาผู้บริโภคไม่ได้มีเจตนาต้องการล้มการประมูลที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 29มิ.ย.2568นี้ แต่ต้องการให้ กสทช.กลับไปแก้ไขปรับปรุงหลักเกณฑ์การประมูลใหม่ ให้เอื้อต่อการแข่งขันที่เป็นธรรม เปิดทางให้ผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาด และมีกลไกควบคุมคุณภาพบริการหลังประมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับบริการโทรคมนาคมที่มีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม ขณะที่ตลาดโทรคมนาคมในประเทศไทยขณะนี้เหลือผู้ประกอบการหลักเพียง 2 รายใหญ่คือ AIS และ TRUE ทำให้การแข่งขันลดลงอย่างมาก แต่ประกาศของ กสทช. กลับไม่มีมาตรการที่เพียงพอในการรองรับความเสี่ยงจากโครงสร้างตลาดที่ผูกขาด ที่ผ่านมาสภาผู้บริโภค ได้ยื่นหนังสือถึง กสทช. คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร และนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ทบทวนกระบวนการจัดประมูล แต่ไม่ได้รับการตอบสนองใด ๆ ทำให้เห็นว่าการปล่อยให้การประมูลดำเนินต่อไปโดยไม่มีการแก้ไข อาจสร้างความเสียหายต่อรัฐและผู้บริโภคในระยะยาว จึงต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาลปกครองเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

สถานการณ์ตลาดปัจจุบันหลังการควบรวมกิจการ ทำให้ TRUE และ AIS ครองส่วนแบ่งตลาดรวมกันกว่า 97.29% โดยไม่มีคู่แข่งรายใดสามารถต่อกรได้ อีกทั้งในการประมูลครั้งนี้ยังคาดว่าจะไม่มีผู้เข้าร่วมรายใหม่ โดยเฉพาะเมื่อ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) ซึ่งเป็นกิจการของรัฐ ไม่พร้อมเข้าร่วมประมูลตามที่เคยประกาศไว้ และไม่มีอุปกรณ์โครงข่ายรองรับการใช้งานคลื่น 2100 MHz และ 2300 MHz ขณะเดียวกัน TRUE และ AIS ต่างมีอุปกรณ์โครงข่ายรองรับคลื่นที่ตนถือสิทธิ์อยู่ ส่งผลให้โอกาสในการแข่งขันแทบไม่มี และเปิดทางให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่ครองตลาดโดยไร้คู่แข่ง

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังไม่มีมติอนุมัติให้ NT เข้าร่วมประมูล และ NT เองก็ยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ ในการเตรียมตัวเข้าร่วมแข่งขัน ทั้งที่การประมูลจะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ ทำให้โอกาสของ NT ในการถือครองคลื่นใช้งานในอนาคตริบหรี่ลง ลดโอกาสในการคงอยู่ของผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่ไม่ใช่ทุนขนาดใหญ่ และการกำหนดราคาขั้นต่ำของการประมูลไว้อย่างต่ำผิดปกติเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้จากการเช่าคลื่นความถี่ในอดีตทำฝห้รัฐสูญเสียรายได้ ผู้บริโภคเสียประโยชน์ประชาชนทั่วประเทศได้รับผลกระทบไร้ทางเลือกในการใช้บริการคลื่นความถี่ที่เป็นธรรม .-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...