ทำความเข้าใจ ‘โครงสร้างราคาน้ำมันขายปลีก’ 1 ลิตร มีค่าใช้จ่ายอะไรแฝงอยู่บ้าง?
The Bangkok Insight
อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 01.03 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 01.03 น. • The Bangkok Insightในการกำหนดราคาน้ำมันขายปลีกนั้น แม้จะมีปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันดิบก็ตาม แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดราคาด้วย
สำหรับในประเทศไทยนั้น มีคนจำนวนไม่น้อยที่มักตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมน้ำมันเชื้อเพลิงต่าง ๆ ถึงมีราคาผันผวน โดยเฉพาะหากนำไปเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านบางราย
ดังนั้น ลองมาทำความเข้าใจกันว่า ในน้ำมันทุก 1 ลิตรนั้น โครงสร้างของราคาขายปลีก ประกอบด้วยอะไรบ้าง และอะไรที่เป็นตัวกำหนดการขึ้นลงของราคา
โครงสร้างราคาน้ำมันประเทศไทย
ต้นทุนเนื้อน้ำมัน 60-70%
อ้างอิงตามราคาตลาดในภูมิภาค สำหรับภูมิภาคอาเซียน จะอ้างอิงตามราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการซื้อ - ขาย น้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชีย โดยราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์นี้ไม่ใช่ราคาที่ประกาศโดยประเทศสิงคโปร์ หรือ โรงกลั่นสิงคโปร์ แต่เป็นราคาที่ผู้ค้าจากทั่วทุกมุมของเอเชียเข้ามาตกลงซื้อ - ขาย ผ่านตลาดกลางแห่งนี้
ภาษี และกองทุน 25-30% ประกอบด้วย
ภาษีสรรพสามิต จัดเก็บโดยกระทรวงการคลัง ตาม พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ซึ่งจัดเก็บภาษีแตกต่างกันตามชนิดน้ำมัน
เงินที่เก็บได้ จะจัดส่งให้กับกระทรวงการคลัง เพื่อนำไปเป็นงบประมาณของประเทศ และสำหรับใช้จ่ายในกระทรวง และหน่วยงาน
การบริหารจัดการหนี้ภาครัฐ การป้องกันประเทศ รักษาความสงบภายใน การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมสงเคราะห์ ดูแลสิ่งแวดล้อม เคหะและชุมชน การสาธารณสุข การศึกษา ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และนันทนาการ
ภาษีบำรุงเทศบาล จัดเก็บโดย กรมสรรพสามิต ในอัตรา 10% ของภาษีสรรพสามิต และจัดส่งให้กระทรวงมหาดไทย เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น เช่น เทศบาล ตามที่หน่วยงานท้องถิ่นนั้นประกาศกำหนด
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็นภาษีการบริโภคที่จัดเก็บเมื่อมีการขายน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศโดยกรมสรรพากร ประกอบด้วย ภาษีมูลค่าเพิ่มจากราคา ณ โรงกลั่น และ ภาษีมูลค่าเพิ่มจากค่าการตลาด
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จัดเก็บตามประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไม่ให้เกิดความผันผวน ในกรณีที่เกิดวิกฤติราคาพลังงาน
กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จัดเก็บตามประกาศคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนพลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงาน
ค่าการตลาด 5%
เป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ใช้ในการขายน้ำมันที่สถานีบริการ ซึ่งยังไม่ใช่กำไรสุทธิ อาทิ ค่าพนักงาน ค่าน้ำไฟ ค่าส่วนลดโปรโมชั่น ฯ ของเจ้าของสถานีบริการและผู้ค้าน้ำมัน
ทั้งนี้ โครงสร้างราคาน้ำมันอาจเปลี่ยนแปลงได้เป็นรายวัน เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการผลิตน้ำมันนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
เช่น ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก การปรับอัตรากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การอุดหนุนชดเชยโดยภาครัฐ และภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามราคาขายส่ง-ปลีก
แต่ละประเทศกำหนดราคาน้ำมันขายปลีกไม่เท่ากัน
ราคาขายน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละประเทศต่างกัน เนื่องจากการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการน้ำมันภายในประเทศ โดยแต่ละประเทศมีมาตรการภาษี และระบบการเก็บเงินเข้ากองทุน หรืออุดหนุนราคาพลังงานที่แตกต่างกัน รวมถึงเกรดน้ำมันที่มีความแตกต่างกันด้วย
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียน และอีกหลายประเทศที่เป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจของโลกพบว่า ราคาน้ำมันในประเทศไทย อยู่ในระดับกลาง ๆ โดยในบางครั้งจะมีการอุดหนุนราคาน้ำมัน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกไม่ให้ผันผวนเกินไป
อย่างไรก็ดี การอุดหนุนราคาน้ำมันเป็นนโยบายที่ไม่ยั่งยืน เป็นภาระต่องบประมาณของประเทศ
ตัวอย่างเช่น มาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิต และส่งออกน้ำมัน ก็ยังไม่สามารถอุดหนุนราคาน้ำมันได้ตลอด โดยเมื่อปีที่แล้ว มาเลเซียตัดสินใจลดการอุดหนุนราคาน้ำมันเบนซิน เพราะเจอกับการขาดดุลงบประมาณ ที่พุ่งแตะ 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สงครามตะวันออกกลางบานปลาย ราคาน้ำมันพุ่ง โอกาส PTTEP
- กบน. ตรึงราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มรอบที่ 5 ลดเก็บเงินเข้ากองทุนอีก 30 สต./ลิตร
- ไขข้อสงสัย! ทำไม 'ราคาน้ำมันไทย' ต้องขึ้นลงตามตลาดโลก
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg