โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ททท. ผนึก แอตต้า เจาะ 3 ตลาดศักยภาพจีน เบ่งยอด ‘จีนเที่ยวไทย’ ปี 68 แตะ 5 ล้านคน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 06.45 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 00.36 น.

นำเสนอสินค้าและบริการคุณภาพ พร้อมเปิดเวทีเจรจาธุรกิจกับพันธมิตรจีน หวังขยายตลาด กระชับความร่วมมือ และส่งเสริมการเดินทางระหว่าง “ไทย-จีน” อย่างเป็นรูปธรรม

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า นครฉงชิ่ง ถือเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญของจีนตะวันตกที่มีศักยภาพสูงทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม เหมาะสำหรับกิจกรรมโรดโชว์เพื่อส่งเสริมการขายและสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทยและจีน นอกจากนี้การมีส่วนร่วมของ Zhu Mao รองอธิบดีกรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวนครฉงชิ่ง ยังสะท้อนความร่วมมือระดับรัฐบาล (G2G) ต่อยอดความเข้าใจระดับประชาชน (P2P) ผ่านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมในรูปแบบ “Two-Way Tourism” หรือการแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยว 2 ทางอย่างแท้จริง

ททท. ยังเตรียมโครงการใหญ่ “ไทยแลนด์ ซัมเมอร์ บลาสต์” (Thailand Summer Blast) เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจากจีน โดยร่วมมือกับสายการบินสัญชาติไทยและต่างชาติ จัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) การส่งเสริมโปรโมชันร่วมกัน (Joint Promotion) และส่งเสริมกลุ่มประชุมสัมมนาและซัมเมอร์แคมป์ (Summer Camp) ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลไกขับเคลื่อนธุรกิจของผู้ประกอบการไทยและจีนอย่างมีพลัง

“จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ประเทศไทยยังสามารถเดินทางและท่องเที่ยวได้อย่างปกติ ยกเว้นบริเวณที่มีข้อพิพาทซึ่งอยู่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยว ททท.ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ขณะนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงของภาครัฐได้เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทุกคน”

ททท. เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะไม่เพียงสร้างโอกาสทางธุรกิจ แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนการเดินทางระหว่างไทย-จีนอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมแบบ Two-Way Tourism ย้ำสถานะประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ในใจของนักท่องเที่ยวจีน

“โรดโชว์ครั้งนี้คือก้าวสำคัญในการฉลอง 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน พร้อมขยายผลสู่อนาคตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่เติบโตบนรากฐานของความเข้าใจและความร่วมมืออย่างแท้จริง”

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

ล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานสถิติ “นักท่องเที่ยวต่างชาติ” เดินทางเข้าประเทศไทย ตั้งแต่ 1 ม.ค.-27 ก.ค. 2568 มีจำนวนสะสม 18,983,936 คน ลดลง 6.18% เทียบช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยตลาด “นักท่องเที่ยวจีน” กลับมาเป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวน 2,635,810 คน ตามด้วย มาเลเซีย 2,622,672 คน อินเดีย 1,352,774 คน รัสเซีย 1,105,719 คน และเกาหลีใต้ 881,288 คน

ก่อนหน้านี้ ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. กล่าวว่า ททท.ยังคงตั้งเป้าหมายการทำงานของตลาด “จีนเที่ยวไทย” ปี 2568 ไว้ที่ “5 ล้านคน” จากต้นปีเคยคาดว่าจะทำได้ 6.9 ล้านคน

ตัวเลข 5 ล้านคนถือเป็นเป้าหมายท้าทาย เพราะยอดสะสมนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยช่วงเกือบ 7 เดือนแรก ตั้งแต่ 1 ม.ค.-27 ก.ค. มีจำนวน 2.63 ล้านคน เท่ากับว่า 5 เดือนหลังต้องดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยให้ได้อีกเกือบเท่าตัว ราว 2.4 ล้านคน

แม้ “งบกระตุ้นด้านการท่องเที่ยว” จะใช้กับทุกตลาดทั่วโลก แต่น่าจะส่งผลดีต่อ “ตลาดจีน” เป็นหลัก เพราะมีการนำไปสนับสนุนการทำ “ชาร์เตอร์ไฟลต์” เข้าไทย ล่าสุดฝั่งตลาดจีนมีความสนใจทำการบินกว่า 1,000 เที่ยวบินแล้ว โดย ททท.จะพิจารณาการสนับสนุนว่าสามารถสร้างคุณภาพแก่การท่องเที่ยวได้อย่างไรบ้าง เช่น เส้นทางบินที่เข้ามาเป็นการบินจากเมืองใดสู่เมืองใดของไทย หากบินจากเมืองรองของจีนเข้าสู่เมืองรองของไทย เช่น เชียงราย หรืออู่ตะเภา จะได้รับการพิจารณาเป็นกลุ่มแรก

รวมถึงคุณภาพของแพ็กเกจท่องเที่ยว จะมีการใช้จ่ายในประเทศไทยที่เหมาะสมกับจุดหมายปลายทางจริงๆ และต้องไม่อยู่ในระดับต่ำจนกลายเป็นทัวร์ศูนย์เหรียญ

ขณะเดียวกัน จะมีการนำงบกระตุ้นบางส่วนไปสนับสนุน “เที่ยวบินประจำ” โดยปัจจุบันมีหลายสายการบินในไทยโฟกัสการฟื้นตลาดจีน แต่อัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) อาจยังไม่เพิ่มขึ้น ททท.จะเข้าไปช่วยส่งเสริมตลาดเพื่อดันโหลดแฟคเตอร์ให้สูงขึ้น หรือเพิ่มความถี่เที่ยวบินมากขึ้น รวมถึงเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ ในอนาคต

อีกตลาดศักยภาพที่ ททท.มุ่งส่งเสริมต่อเนื่องคือ “กลุ่มประชุมสัมมนาและเดินทางเพื่อเป็นรางวัล” (MICE) ซัมเมอร์แคมป์ และคาราวาน” โดยมีเงื่อนไขการเดินทางต้องมีขนาดกลุ่มตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป เข้าพัก 4 คืนขึ้นไปต่อทริป จากเฉลี่ยพัก 3 คืนต่อทริป เพื่อให้เกิดการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

“ททท.เชื่อว่าการนำงบกระตุ้นไปส่งเสริมชาร์เตอร์ไฟลต์ เที่ยวบินประจำ และกลุ่มไมซ์ ซัมเมอร์แคมป์ คาราวาน สนับสนุนการทำตลาดบนแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) ประมาณ 20 ราย จะเป็นแรงกระตุ้นการเดินทางที่สำคัญในครึ่งปีหลัง ฟื้นตลาดนักท่องเที่ยวจีนกลับมาดีขึ้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...