โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SCB EIC คาด กนง. ลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง สู่ระดับ 1.25% ภายในสิ้นปีนี้

The Bangkok Insight

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 09.53 น. • The Bangkok Insight

SCB EIC คาด กนง. ลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง สู่ระดับ 1.25% ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อให้นโยบายการเงินผ่อนคลายขึ้น

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้งในปีนี้สู่ระดับ 1.25% ภายในสิ้นปี 2568 เพื่อให้นโยบายการเงินผ่อนคลายขึ้น สอดรับกับเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอลงตั้งแต่ครึ่งหลังของปี และต่อเนื่องไปจนถึงปี 2569 อีกทั้ง เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นทั้งจากสงครามการค้า ความเปราะบางของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองในระยะข้างหน้าด้วย

โดยหากพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริง จะพบว่าอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของไทยอยู่ที่ราว 1% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีค่าเฉลี่ยใกล้เคียง 0% เท่านั้น ดังนั้น ระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบัน อาจยังผ่อนคลายไม่เพียงพอตามที่ กนง. ประเมิน

นอกจากนี้ กนง. ได้ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 69 ว่าจะชะลอลงกว่าปีนี้ โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 1.7% จาก 2.3% ในปีนี้ อีกทั้งนโยบายการเงินต้องใช้ระยะเวลาในการส่งผ่าน ดังนั้น อาจเป็นเหตุผลให้ กนง.พิจารณาลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมในปีนี้ เพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่จะชะลอลงในปีหน้า

"ในระยะข้างหน้า อัตราดอกเบี้ยนโยบายไทยจะยังเป็นขาลง เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจ และเอื้อต่อกระบวนการลดระดับหนี้ (Deleveraging) ของครัวเรือน" SCB EIC ระบุ

ส่วนปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน-สหรัฐนั้น SCB EIC มองว่า อาจสร้างความไม่แน่นอนต่อทิศทางการปรับลดดอกเบี้ยในระยะสั้นได้ หากสถานการณ์รุนแรงจนทำให้ราคาโภคภัณฑ์สูงขึ้น เงินเฟ้อไทยเร่งตัวสูงเกินกรอบเป้าหมาย ซึ่งอาจจะชะลอการตัดสินใจลดดอกเบี้ยของ กนง.

อนึ่ง ที่ประชุม กนง.วานนี้ (25 มิ.ย.) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.75% ต่อปี ด้วยคะแนนเสียง 6 ต่อ 1 เสียง โดยมองว่าการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่ผ่านมา สามารถรองรับความเสี่ยงได้ดีระดับหนึ่ง นโยบายการเงินควรอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า และให้ความสำคัญเรื่องจังหวะเวลากับประสิทธิผลของการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

พร้อมเห็นว่า ความไม่แน่นอนที่อยู่ในระดับสูงในปัจจุบัน ประกอบกับ Policy space ที่มีจำกัด ทำให้การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้เหมาะสมกับแนวโน้มที่เศรษฐกิจจะชะลอลง และจะเผชิญความเสี่ยงสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...