นิกเกอิ ปิดตลาดลบ 76.68 จุด แรงขายหุ้น Fast Retailing กังวล Uniqlo กำไรลด
ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (11 ก.ค.) โดยแรงซื้อหุ้นกลุ่มส่งออกที่ได้อานิสงส์จากการอ่อนค่าของเงินเยน ได้ถูกหักล้างด้วยแรงขายหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ในตลาดอย่าง ฟาสต์ รีเทลลิ่ง (Fast Retailing) เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการทำกำไรที่ลดลงของแบรนด์ยูนิโคล่ (Uniqlo) ในญี่ปุ่น
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 39,569.68 จุด ลดลง 76.68 จุด หรือ -0.19%
หุ้นที่ปรับตัวขึ้นในวันนี้นำโดยกลุ่มขนส่งทางทะเล รวมถึงกลุ่มกระดาษและเยื่อกระดาษ ขณะที่หุ้นลบนำตลาดได้แก่กลุ่มพลังงานไฟฟ้าและก๊าซ รวมถึงกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก
ตลาดได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มยานยนต์ที่เน้นการส่งออก ซึ่งได้อานิสงส์จากเงินเยนที่อ่อนค่าลง ขณะเดียวกัน หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ก็ปรับตัวขึ้นตามหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯ หลังการเปิดเผยตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด
อย่างไรก็ตาม ดัชนีนิกเกอิถูกกดดันจากแรงขายหุ้นฟาสต์ รีเทลลิ่ง หลังจากบริษัทเจ้าของแบรนด์ยูนิโคล่รายนี้เปิดเผยผลประกอบการเมื่อวานนี้
ราคาหุ้นฟาสต์ รีเทลลิ่งร่วงลง 6.9% ปิดที่ระดับ 43,500 เยน หลังรายงานว่าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจยูนิโคล่ในญี่ปุ่นในช่วงเดือนมี.ค.ถึงพ.ค. ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ากำไรสุทธิรวมในช่วง 9 เดือนถึงสิ้นเดือนพ.ค.เพิ่มขึ้น 8.4% ก็ตาม
มาซาฮิโระ ยามากูจิ หัวหน้าฝ่ายวิจัยการลงทุนของ SMBC Trust Bank กล่าวว่า "เนื่องจากการลดลงของอัตรากำไรเป็นปัจจัยลบอย่างยิ่งต่อผลประกอบการของบริษัท บรรดานักลงทุนจึงมีปฏิกิริยาตอบสนองในเชิงกังวล"
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดแทบไม่ขยับในวันนี้ (11 ก.ค.) ขณะที่นักลงทุนรอดูการเปิดเผยข้อมูลการค้าของจีนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจภายในประเทศ
ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดตลาดที่ระดับ 3,510.18 จุด เพิ่มขึ้น 0.50 จุด หรือ +0.01%
หุ้นบวกนำโดยหุ้นกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์และโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก ขณะที่หุ้นลบ ได้แก่ หุ้นกลุ่มธนาคารและบริษัทเกม
สำนักงานศุลกากรจีนมีกำหนดเปิดเผยยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าประจำเดือนมิ.ย. ในวันเสาร์นี้ (12 ก.ค.) โดยนักลงทุนจับตาข้อมูลดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและการค้าของจีน หลังจากสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการภาษีศุลกากรกับบรรดาประเทศคู่ค้า
ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดบวกในวันนี้ (11 ก.ค.) หลังจากที่ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของจีนร่วงลงมากที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี ซึ่งสะท้อนว่าจีนมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับภาวะเงินฝืด ส่งผลให้นักลงทุนมีความหวังว่าจีนอาจประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม
ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 24,139.57 จุด เพิ่มขึ้น 111.20 จุด หรือ +0.46%
หุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นประกอบด้วยหุ้น Wuxi Biologics พุ่ง 4.1%, หุ้น HKEX ทะยาน 3.4%, หุ้น AIA Group เพิ่มขึ้น 2.8%, หุ้น SMIC เพิ่มขึ้น 2.6% และหุ้น Meituan บวก 2.3%
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานเมื่อวันพุธ (9 ก.ค.) ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนราคาสินค้าที่หน้าประตูโรงงาน ร่วงลง 3.6% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 3.2%
ดัชนี PPI เดือนมิ.ย. ปรับตัวลงมากที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี และลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 33 เนื่องจากการทำสงครามราคาที่รุนแรงได้บั่นทอนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนซึ่งได้รับผลกระทบอยู่แล้วจากอุปสงค์ผู้บริโภคที่อ่อนแอลง
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดลบในวันนี้ (11 ก.ค.) เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นเพื่อทำกำไร หลังตลาดปรับตัวขึ้น 4 วันติดต่อกัน
ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 3,175.77 จุด ลดลง 7.46 จุด หรือ -0.23%
หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมการบินปรับตัวลง โดยหุ้น Hanwha Aerospace ร่วง 5.51% และหุ้น Korea Aerospace Industries (KAI) ลดลง 0.92%
ขณะที่หุ้น HD Korea Shipbuilding & Offshore Engineering ลบ 2.43%