พิชัย เผย 3 แนวทางเจรจาภาษีทรัมป์ แจงเชิญ ทักษิณ ยันไม่ทำไทยเสียเปรียบ
พิชัย เผย 3 แนวทางเจรจาภาษีสหรัฐฯ แจงเชิญ "ทักษิณ" มาให้คำแนะนำ ยัน ทำเต็มที่ไม่ปล่อยให้ไทยเสียเปรียบ เตรียมสรุปมาตรการ-ผลกระทบรายเซ็กเตอร์ 14 ก.ค.
วันที่ 11 ก.ค. 2568 ที่บ้านพิษณุโลก ภายหลังทีมไทยแลนด์ประชุมร่วมกับทีมที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่อรับมือกรณี นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เผยแพร่จดหมายแจ้งอัตราภาษีนำเข้า ซึ่งไทยถูกเก็บที่ 36% โดยใช้เวลาประชุมนานเกือบ 3 ชั่วโมง
ต่อมาเวลา 10.55 น. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รมว.พาณิชย์ เดินออกมาส่งนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่รถและเดินทางออกจากบ้านพิษณุโลกทันที
จากนั้น นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และรมว.คลัง แถลงผลการประชุมว่า วันนี้ตนได้เชิญทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก รมว.อุตสาหกรรม รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.พาณิชย์ รมว.ต่างประเทศ มาพูดคุยกรณีได้รับจดหมายจากสหรัฐอเมริกา
ย้ำว่าการส่งจดหมายดังกล่าวเป็นการเลื่อนเวลาให้เรา ยังไม่ได้เจรจาถึงที่สุด วันนี้จึงมีการทบทวน เพราะยังมีเวลาถึงวันที่ 1 ส.ค. เพื่อจะได้ข้อยุติกับสหรัฐ ซึ่งมองว่าจะเป็นข้อยุติแบบกว้างๆ และยังต้องคุยกันอีกนาน
โดยเมื่อวานนี้ (10 ก.ค.) ได้เรียกประชุมสภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าไทย รวมถึงบริษัทใหญ่ๆ ถึงผลกระทบและมาตรการรองรับ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การทำงานระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐเดินไปได้อย่างเรียบร้อย จึงเป็นที่มาในการประชุมวันนี้มานั่งคุยกัน เพื่อดูว่าหากเกิดผลกระทบจะแก้ปัญหาได้อย่างไร
โดยได้ข้อสรุป 3 แนวทางในการเจรจากับสหรัฐฯ คือ 1.การนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ จะต้องไม่ให้ผู้ผลิตภายในประเทศได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเกษตรกรและอุตสาหกรรมรายย่อย
2.การนำเข้าสินค้าจะต้องดูแลให้ทั่วถึง ไม่ให้เกิดเรื่องที่ไม่เหมาะสม และถือเป็นโอกาสในการทบทวนตัวเองให้สินค้าได้รับการกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพทั้งขาเข้าและขาออก และ 3.มาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีของสหรัฐ โดยมีการกำหนดมาตรการกว้างๆ เอาไว้แล้ว
เมื่อถามกรณีที่มีนายทักษิณมาร่วมประชุมวันนี้ด้วย นายพิชัย กล่าวว่า ตนเป็นผู้เชิญนายทักษิณร่วมประชุม เนื่องจากเห็นว่านายทักษิณมีความรู้ความเข้าใจในประเด็นดังกล่าวเป็นอย่างดี และสามารถให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานได้
"ยืนยันว่ารัฐบาลไทยกำลังเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด ทั้งในด้านการชี้แจงและการเจรจากับทางการสหรัฐฯ โดยมาตรการของไทยสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนในทุกมิติ และหวังว่าจะไม่ให้ประเทศไทยต้องเสียเปรียบ" นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย กล่าวด้วยว่า จากข้อมูลที่ได้ สหรัฐฯ แบ่งหมวดหมู่สินค้าที่จะเก็บภาษีออกเป็น 2-3 ประเภทใหญ่ๆ เช่น สินค้าทั่วไปเริ่มต้นที่อัตราภาษี 10% โดยบางประเทศ เช่น เวียดนาม อาจถูกเก็บเพิ่มเป็น 20% ส่วนสินค้าในหมวดอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
อีกประเภทหนึ่งคือสินค้าผ่านทาง ที่มาจากการนำเข้าก่อนนำมาประกอบหรือเพิ่มมูลค่าด้วยการใส่โลคอลคอนเทนต์ ทั้งนี้ เชื่อว่าประเทศไทยมีระบบการควบคุมและตรวจสอบอย่างเข้มงวด ซึ่งรัฐบาลมั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการได้ดี เมื่อเทียบกับบางประเทศที่อาจมีสัดส่วนสินค้าลักษณะนี้สูงกว่า ซึ่งอาจทำให้ถูกจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่า
“หากมองในภาพรวมแล้ว เชื่อว่าผลกระทบที่ไทยจะได้รับจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ไม่น่าจะรุนแรงมาก” นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย กล่าวว่า ทั้งนี้ จะสรุปข้อมูลที่ได้ประชุมกัน รวมถึงที่ได้หารือกับภาคเอกชน ในวันจันทร์ที่ 14 ก.ค.นี้ ว่ามีข้อเสนอใดที่จะต้องปรับปรุงเพื่อยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมอีกหรือไม่ จากเดิมที่เคยเสนอสหรัฐฯ ไปแล้วเมื่อวันที่ 6 ก.ค. และจะหาโอกาสพูดคุยทางออนไลน์กับผู้ปฏิบัติงานในภาคสนามว่ามีประเด็นใดที่ต้องการให้เสริมเพิ่มเติมอีกหรือไม่ เพื่อทำความเข้าใจกันก่อนและปรับปรุงข้อเสนออีกเล็กน้อย หากจำเป็นก็พร้อมจะเดินทางไปเจรจาด้วยตนเอง
นายพิชัย กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม การประชุมในวันนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดตัวเลขเป้าหมายอัตราภาษีที่แน่นอน เพราะหากไทยถูกเก็บภาษีสูงกว่า 20% เช่น 25% ก็อาจทำให้ไทยเสียเปรียบประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนาม ซึ่งรัฐบาลจะพยายามไม่ให้เกิดสถานการณ์เช่นนั้น
เมื่อถามถึงประเภทสินค้าที่สหรัฐฯ ให้ความสนใจนำเข้าจากไทย นายพิชัย กล่าวว่า สหรัฐฯ ให้ความสนใจในสินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้าเกษตร แม้จะมีมูลค่าไม่สูงมากนัก แต่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก จึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากฝ่ายสหรัฐฯ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิชัย เผย 3 แนวทางเจรจาภาษีทรัมป์ แจงเชิญ ทักษิณ ยันไม่ทำไทยเสียเปรียบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th