โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้จัก 3 ภาษีที่ดินก่อนลงทุนซื้อขาย ลดความเสี่ยงค่าใช้จ่าย

INN News

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 13.53 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 06.38 น. • INN News

ในยุคที่ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพ หรือต่างจังหวัด การลงทุนที่ดินกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักลงทุนทุกระดับ ตั้งแต่นักลงทุนรายใหญ่ที่มองหาที่ดินขนาดใหญ่เพื่อพัฒนาโครงการ ไปจนถึงนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการหาโอกาสเก็งกำไรจากการซื้อขาย อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ผู้ถือครอง และนักลงทุนที่ดินไม่ควรมองข้าม คือเรื่องของภาษีที่ดิน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในการถือครอง และผลตอบแทนจากการลงทุน การทำความเข้าใจภาษีที่ดินแต่ละประเภทจะช่วยให้คุณวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และป้องกันค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดในอนาคต

1. ภาษีที่ดินสำหรับทำเกษตรกรรม

ที่ดินสำหรับทำเกษตรกรรมเป็นประเภทที่ดินที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีมากที่สุด เนื่องจากรัฐบาลต้องการส่งเสริมภาคการเกษตรของประเทศ หากเจ้าของที่ดินเป็นบุคคลธรรมดา และที่ดินมีมูลค่าต่ำกว่า 50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นภาษีที่ดินทั้งหมด ส่วนกรณีที่เจ้าของเป็นนิติบุคคล และที่ดินมีมูลค่าไม่เกิน 75 ล้านบาท จะต้องจ่ายภาษีในอัตรา 0.01% เท่านั้น อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นตามมูลค่าที่ดิน โดยมีอัตราสูงสุดไม่เกิน 0.15% ทั้งนี้ ที่ดินต้องใช้ในการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ หรือประมง เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์นี้ นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีมาตรการพิเศษช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงวิกฤต โดยการลดภาษีที่ดินลง 90% ซึ่งช่วยบรรเทาภาระให้กับเกษตรกรอย่างมีนัยสำคัญ

2. ภาษีที่ดินรกร้าง

ที่ดินรกร้างจัดเป็นประเภทที่มีภาระภาษีสูงที่สุด เพื่อกระตุ้นให้เจ้าของนำที่ดินมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยมีอัตราภาษีเริ่มต้นที่ 0.3% สำหรับที่ดินที่มีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 0.7% หากมูลค่าเกิน 5,000 ล้านบาท ข้อสำคัญคือ อัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นอีก 0.3% ทุก 3 ปี แต่รวมแล้วไม่เกิน 3% ความแตกต่างระหว่างที่ดินรกร้างกับที่ดินเกษตรกรรมอยู่ที่การใช้ประโยชน์จริง หากนำที่ดินรกร้างมาปลูกพืชผลทางการเกษตรตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เช่น ไม้ดอก ไม้ประดับ ผักผลไม้ ในปริมาณที่เหมาะสมต่อพื้นที่ ก็สามารถเปลี่ยนสถานะไปเป็นที่ดินเกษตรกรรม และได้รับอัตราภาษีที่ต่ำกว่าได้

3. ภาษีที่ดินประเภทบ้านที่อยู่อาศัย

ภาษีที่ดินสำหรับบ้านที่อยู่อาศัยมีการจัดเก็บที่แตกต่างกันตามลักษณะการใช้งาน และการถือครอง โดยแบ่งออกเป็นหลายกรณี ดังนี้

  • บ้านหลังแรกที่เจ้าของอาศัยจริง :หากมีมูลค่า 0-50 ล้านบาท จะได้รับการยกเว้นภาษี ส่วนที่มีมูลค่า 50-75 ล้านบาท เสียภาษี 0.03% และสูงสุดไม่เกิน 0.10% สำหรับบ้านที่มีมูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป
  • บ้านที่เจ้าของมีชื่อในทะเบียนบ้าน :เช่น คอนโดหรืออาคารชุด หากมูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท จะได้รับยกเว้นภาษี แต่หากเกิน 10 ล้านบาท จะมีการคิดภาษีตามมูลค่า โดยสูงสุดไม่เกิน 0.10% สำหรับบ้านที่มีมูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป
  • บ้านเพื่อการลงทุนหรือเก็งกำไร : หากมีมากกว่า 1 หลัง จะต้องเสียภาษีเริ่มต้นที่ 0.02% สำหรับมูลค่า 0-10 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นตามมูลค่า โดยสูงสุดไม่เกิน 0.10%

การลงทุนในที่ดิน และอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้จบเพียงแค่การซื้อขาย ผู้ที่สนใจศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษี และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการขายที่ดิน รวมถึงภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าธรรมเนียมการโอน สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากบทความ “รู้จักภาษีซื้อขายที่ดิน ภาษีที่ต้องจ่ายเมื่อทำการขายที่ดิน” ซึ่งจะช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมทางการเงินสำหรับการขายที่ดินได้อย่างครบถ้วน

การเข้าใจภาษีที่ดินทั้ง 3 ประเภทนี้เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับนักลงทุน และเจ้าของที่ดิน เพราะจะช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุน และการจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีที่ดินอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ทันท่วงที ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว

ที่มา : Krungsri The COACH

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...