โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บริษัทญี่ปุ่นกว่า 70% มองผลกระทบภาษีสหรัฐฯ เป็นไปตามคาด-ชี้ยังไม่จำเป็นต้องปรับแผนลงทุน

efinanceThai

เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 03.32 น.

บริษัทญี่ปุ่นกว่า 70% มองผลกระทบภาษีสหรัฐฯ เป็นไปตามคาด-ชี้ยังไม่จำเป็นต้องปรับแผนลงทุน

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 มิ.ย. 68 10:32 น.

ผลสำรวจของรอยเตอร์เผยว่า บริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่มองผลกระทบทางธุรกิจจากภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ อยู่ในระดับที่คาดการณ์ไว้ และยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแผนการลงทุน

สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษี 10% สำหรับสินค้าจากประเทศส่วนใหญ่ พร้อมทั้งเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมสำหรับคู่ค้าสำคัญหลายรายรวมถึงญี่ปุ่น ซึ่งอาจเผชิญภาษี 24% ตั้งแต่เดือนก.ค. หากไม่สามารถเจรจาข้อตกลงได้ นอกจากนี้ยังมีภาษี 25% สำหรับรถยนต์ ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างปัญหาอย่างยิ่งสำหรับญี่ปุ่น ซึ่งส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐฯ เป็นจำนวนมาก

ประมาณ 71% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ผลกระทบจากภาษีของสหรัฐฯ อยู่ในขอบเขตที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรก และ 84% ระบุว่าพวกเขายังคงวางแผนการลงทุนสำหรับปีงบการเงินปัจจุบัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะเริ่มตั้งแต่เดือนเม.ย.-มี.ค. ปีถัดไป

ด้านผู้จัดการจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรรายหนึ่งให้ความเห็นว่า “ท้ายที่สุดแล้ว รัฐบาลทรัมป์จะหมดวาระในอีก 4 ปี หากเราไม่ดำเนินการลงทุนระยะยาว เราจะเสียเปรียบในการแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย” โดยการสำรวจนี้จัดทำโดย Nikkei Research ให้กับรอยเตอร์ ระหว่างวันที่ 4-13 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยมีบริษัท 220 แห่งจาก 504 แห่ง เข้าร่วมการตอบผลสำรวจโดยไม่ระบุชื่อ

ขณะเดียวกัน 4 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสอบถาม หรือคิดเป็น 40% ไม่เห็นด้วยกับมาตรการลดหย่อนภาษีใด ๆ ในขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามที่เหลือระบุว่า ควรมีการลดหย่อนในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง โดยการลดภาษีเพื่อช่วยประชาชนรับมือกับราคาที่สูงขึ้น ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญก่อนการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาของญี่ปุ่น ที่มีกำหนดจัดขึ้นในเดือนก.ค. ปัจจุบันภาษี 10% ถูกนำไปใช้กับสินค้าและบริการส่วนใหญ่ โดยภาษีสำหรับอาหารและหนังสือพิมพ์อยู่ที่ 8%

พรรคฝ่ายค้านที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น อย่างพรรค Constitutional Democratic Party (CDP) เสนอให้ลดภาษีอาหาร จาก 8% เป็น 0% เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งนายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรค Liberal Democratic Party (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ได้คัดค้านการลดภาษีดังกล่าว เนื่องจากรายได้จากการจัดเก็บภาษีส่วนนี้ นำไปใช้เป็นเงินทุนสำหรับระบบประกันสังคม

ด้านตัวแทนจากบริษัทผู้ผลิตโลหะและเครื่องจักรกล่าวว่า “พรรคฝ่ายค้านไม่รู้ว่า ภาษีจากการขายมีไว้เพื่ออะไร มันเป็นภาษีที่ควรจะขึ้นด้วยซ้ำ” โดยผู้จัดการบริษัทขนส่งรายหนึ่งเห็นด้วยกับการลดภาษีขายชั่วคราวแบบถ้วนหน้า “เพื่อต่อสู้กับเงินเฟ้อและกระตุ้นการบริโภค”

ประมาณ 63% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรพึ่งพาการออกพันธบัตร เพื่อชดเชยรายได้ที่ขาดหายไปหากมีการลดภาษีจากการขาย ในขณะที่ 37% เห็นด้วย

ทั้งนี้ ผู้จัดการบริษัทเคมีภัณฑ์รายหนึ่งกล่าวว่า “ประชากรสูงวัยจะเพิ่มขึ้นอีก และค่าใช้จ่ายประกันสังคมก็จะสูงขึ้น เราไม่ควรหันไปพึ่งการลดภาษีหรือการออกพันธบัตรรัฐบาลอย่างไม่รอบคอบ”

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นมีสัดส่วนประชากรที่อายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป อยู่ที่ 3 ใน 10 คน และเป็นประเทศที่มีการขยายตัวของสังคมสูงวัยมากที่สุดในโลก

ที่มา Reuters

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...