โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"พลนชชา" เผยคลังเร่งแก้หนี้ครัวเรือน เล็งขยายมาตรการช่วยเหลือหนี้เสียให้คนตั้งตัวใหม่

สยามรัฐ

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 09.13 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 09.13 น.

"พลนชชา" เผยคลังเร่งแก้หนี้ครัวเรือน เล็งขยายมาตรการช่วยเหลือหนี้เสียให้คนตั้งตัวใหม่

วันที่ 19 มิถุนายน 2568 ห้อง Phenix Auditorium Hall อาคาร Phenix ประตูน้ำ สยามรัฐ จัดงานสัมมนาพิเศษหัวข้อ “ โอกาสไทย เวทีไทย เวทีโลก ” วาระครบรอบ 75 ปี หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน โดยมีนายกตพล คงอุดม กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามรัฐ จำกัด เป็นประธานเปิดการสัมมนา

นายพลนชชา จักรเพ็ชร ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า บริบทเศรษฐกิจโลกทีเปลี่ยนแปลงเร็วในของโลกหันมาพึงพาตัวเองมากขึ้น การแข่งขันทางการค้าเสรีลดน้อยลง ประเทศหันมาตั้งกำแพงภาษี สภาะภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งรัฐบาลนี้ได้ให้ความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรม การลงทุนกับอุตสาหกรรมอานาคต เช่น อุตสาหกรรม AI และอุตสหกรรมอีวี อีกทั้งแรงงานไทยทักษะมากขึ้น การท่องเที่ยวได้ผลักเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เป็นการลงทุนขนาดใหญ่ ภาคเกษตรใช้แนวทางการพักหนี้ให้เกษตร และการใช้โอกาสซอฟเพาว์เวอร์ที่ชื่อเสียงให้กับประเทศ

ทั้งนี้ประเทศไทยมีหนี้ครัวเรือนอยู่ประมาณ 16 ล้านล้านบาทหรือคิดเป็น 91% ของจีดีพี แต่ช่วงที่ผ่านมาหลังโครงการคุณสู้เราช่วยไปแล้วทำให้หนี้ครัวเรือนลดลงต่อเนื่องในเดือนม.ค.อยู่ระดับ 88% และในเดือนมี.ค.เหลือ 86% อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังมองว่าจำเป็นที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือเพิ่มอีก จะมีการขยายมาตรการแก้หนี้เฟสใหม่ซึ่งจะช่วยลดหนี้ และเมื่อรวมกับการเติบโตเศรษฐกิจ จะทำให้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีลดเหลือไม่เกิน 80% โดยในส่วนของคุณสู้เราช่วยจะมีการขอ ครม.ปรับปรุงเงื่อนไข ขยายวงเงินลูกหนี้เพิ่มขึ้นเช่น กลุ่มลูกหนี้ที่จ่าย 10% เพื่อตัดหนี้ทั้งก้อน ขยายวงเงินจาก 5,000 บาทเป็น 10,000 บาท

นอกจากนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณากลุ่มที่เป็นหนี้เสีย ซึ่งปัจจุบันไทยมีหนี้เสียกว่า 5.4 ล้านราย แต่จำนวนนี้จะโฟกัสไปในกลุ่มที่มีหนี้ต่ำกว่า 100,000 บาท ซึ่งเป็นสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล โดยกลุ่มนี้มีหนี้อยู่ประมาณ 123,000 ล้านบาท จำนวน 3.4 ล้านคน เพื่อช่วยให้คนกลุ่มนี้สามารถตั้งตัวใหม่ได้ โดยแบ่งเป็นลูกหนี้เอ็นพีแอลธนาคารรัฐ 26,000 ล้านบาท ธนาคารพาณิชย์ 16,000 ล้านบาท และที่เหลือกว่า 80,000 ล้านบาท จะเป็นกลุ่มที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...