โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

CPF แนะ รัฐอุ้มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารไทย ทั้งระยะสั้น-ยาว รับมือผลกระทบภาษีทรัมป์ หนุนแก้อุปสรรคการค้า สถานการณ์ไทย-กัมพูชาไม่มีผลกระทบมาก

BTimes

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 14.47 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 07.47 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

นายผกายเนติ์ เล่งอี้ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าได้หารือกับนายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ถึงแนวทางการปรับตัวของอุตสาหกรรมอาหารไทยต่อสถานการณ์กีดกันทางการค้า โดยเฉพาะผลกระทบภาษีสหรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนผู้ส่งออกไทยทั้งในด้านการลดอุปสรรคทางการค้า การเจรจาการค้าเสรี และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้า

นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า ความมั่นคงทางอาหารเป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้นจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการระบาดของโรคต่าง ๆ เช่น COVID-19 ส่งผลให้ซัพพลายเชนอาหารเปลี่ยนแปลงไป แต่ประเทศไทยยังคงได้เปรียบจากทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ประเทศมีศักยภาพด้านความมั่นคงทางอาหารในระดับโลก ในส่วนของผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ นายประสิทธิ์ชี้แจงว่า ธุรกิจของซีพีเอฟได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากมีการลงทุนในสหรัฐอเมริกามานานกว่า 10 ปี และมีฐานการผลิตในประเทศอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากภาษีนำเข้าวัตถุดิบบางรายการ

รัฐบาลควรเข้ามาช่วยเหลือภาคเอกชนโดยเฉพาะผลกระทบระยะสั้น เช่น ภาษีที่เพิ่มขึ้น 10-20% ซึ่งควรมีมาตรการสนับสนุน อาทิ สินเชื่อพิเศษหรือเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ขณะเดียวกันภาครัฐก็ควรมีแผนระยะยาวในการลดต้นทุนการผลิตของภาคเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร โดยอาจใช้กลไกการลงทุนจากภาคเอกชนหรือหน่วยงานร่วมทุน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งประเทศไทยควรส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงและขยายตลาด โดยมองว่าการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่เข้มแข็งในประเทศปลายทางเป็นสิ่งจำเป็น พร้อมเสนอให้ภาครัฐมีบทบาทในการช่วยเจรจาหาพันธมิตรที่เหมาะสมและสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดต่างประเทศ

ในปีนี้ผลการดำเนินงานของซีพีเอฟยังแข็งแกร่ง คาดว่าไตรมาส 2 ยังมีผลการดำเนินงานที่ดี แม้ว่าราคาหมูจะอ่อนลงตามฤดูกาลที่เข้าหน้าฝน แต่ก็ยังอยู่ในระดับราคาที่สูงกว่าที่บริษัทเคยคิดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ การดำเนินงานในต่างประเทศ ยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย และบางประเทศดีเกินกว่าที่คาดไว้ เหตุการณ์ในประเทศเวียดนามได้คลี่คลายลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ส่วนความไม่เข้าใจกันระหว่างประเทศกัมพูชากับประเทศไทยนั้น ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบในเชิงลบกับผลการดำเนินงานในประเทศกัมพูชาของบริษัทแต่อย่างใด และบริษัทได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด บริษัทเชื่อว่าด้วยความมุ่งมั่นในการนำระบบงานต่างๆ เข้ามาพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนามาตรฐานการเลี้ยงสัตว์ให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพสูงสุด จะทำให้บริษัทมีต้นทุนที่ดี สามารถแข่งขันในตลาดได้ รวมทั้งการพัฒนาไปสู่นวัตกรรมความยั่งยืน จะทำให้บริษัทสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนได้อย่างเหมาะสม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...