“แบงก์ชาติสวิส” หั่นดอกเบี้ยเหลือ 0% เสี่ยงกลับสู่ยุคดอกเบี้ยติดลบ รับมือเงินเฟ้อติดลบ
"แบงก์ชาติสวิส" หั่นดอกเบี้ยอีก 0.25% เหลือ 0% รับมือภาวะเงินเฟ้อติดลบ-ฟรังก์แข็งขึ้นต่อเนื่อง ตลาดเริ่มจับตาว่า SNB อาจกลับไปใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบอีกครั้ง
วันที่ 19 มิถุนายน 2568 เวลา 14.37 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ (SNB) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 0.25% สู่ระดับ 0% สร้างความกังวลต่อความเป็นไปได้ที่จะกลับไปสู่ภาวะดอกเบี้ยติดลบอีกครั้ง
การตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยก่อนหน้าการประกาศ ตลาดให้น้ำหนักความน่าจะเป็น 81% กับการลดดอกเบี้ย 0.25% และอีก 19% กับการลดแรงถึง 0.50%
แถลงการณ์จากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า “แรงกดดันเงินเฟ้อปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า การผ่อนคลายนโยบายการเงินในวันนี้ของ SNB จึงเป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์เงินเฟ้อที่ลดลง”
SNB ระบุเพิ่มเติมว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับนโยบายการเงินอีกหากจำเป็น เพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบที่สอดคล้องกับเสถียรภาพของราคาในระยะกลาง
ข้อมูลล่าสุดในเดือนพฤษภาคมแสดงว่า ราคาผู้บริโภค (CPI) ของสวิตเซอร์แลนด์ ลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งแปลว่าสวิตเซอร์แลนด์เข้าสู่ภาวะเงินฝืดอย่างเป็นทางการ ขณะที่เงินเฟ้อต่ำไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับสวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากเคยเผชิญภาวะเงินฝืดมาแล้วหลายครั้งในช่วงปี 2553-2563
สาเหตุหลักมาจากความแข็งแกร่งของสกุลเงิน “ฟรังก์สวิส” ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นสกุลเงินปลอดภัย (safe haven)
เนื่องจากค่าเงินแข็งเป็นต้นเหตุหลักของภาวะเงินเฟ้อต่ำ ธนาคารกลางจึงใช้การลดดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือในการ “ชะลอ” หรือ “กด” ค่าเงินฟรังก์ อย่างไรก็ตาม หลังการประกาศลดดอกเบี้ย เงินฟรังก์กลับยังคงแข็งแกร่ง โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแทบไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับฟรังก์
เอเดรียน เพรตเตจอห์น นักเศรษฐศาสตร์ยุโรปจาก Capital Economics ระบุว่า เขาคาดว่า SNB จะ ลดดอกเบี้ยต่อไปถึงระดับ -0.25% ภายในปีนี้ และอาจลดต่ำสุดได้ถึง -0.75% ซึ่งเคยเป็นระดับต่ำสุดในยุคปี 2010s
เขาอธิบายว่า การลดดอกเบี้ยช่วยทำให้ค่าเงินอ่อนลง ต้นทุนกู้ยืมลดลง และกระตุ้นการลงทุนแต่ก็มีผลข้างเคียงหลายประการ โดยเฉพาะต่อผู้ฝากเงิน ที่อาจไม่ได้รับผลตอบแทนใดเลย หรืออาจเสียค่าธรรมเนียม รวมถึงธนาคารพาณิชย์ ที่ได้ผลตอบแทนน้อยลงจากการปล่อยกู้
ทางด้านเดอ มงต์เปอลิเยร์จาก ING เสริมว่า หากดำเนินนโยบายดอกเบี้ยติดลบนานเกินไป อาจบิดเบือนกลไกตลาดการเงิน กดดันกำไรของธนาคาร และสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว
อ้างอิง : www.cnbc.com