โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"วิโรจน์" จี้ "นายกฯ อิ๊งค์" ลาออก เชื่อประชาชนจะให้อภัย

PPTV HD 36

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 13.25 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 08.59 น.
ฝ่ายค้านจี้แพทองธารลาออก ชี้พฤติกรรมไม่ต่างจาก “ดีลลับ” ที่ทำไทยเสียเปรียบกัมพูชา
“วิโรจน์” จี้ “นายกฯ อิ๊งค์” ลาออก เชื่อประชาชนจะให้อภัย

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.พรรคประชาชน กล่าวถึงการที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตรนายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับคลิปเสียงหลุดของนายกรัฐมนตรีและฮุนเซนเป็นคลิปจริง ว่า เป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมากเพราะนายกรัฐมนตรีนอกจากจะเป็นประมุขฝ่ายบริหาร แล้วยังดำรงตำแหน่งเป็นผอ.รมน.คือผู้อำนวยการกองรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรด้วยและยังเป็นประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)ด้วยซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งสำคัญในเรื่องของการปกป้องอธิปไตยและดูแลในเรื่องของความมั่นคงของชาติ

ตอนแรกจนเผื่อใจเอาไว้ว่าเป็นคลิปเสียงของนายกแพทองธารจริงหรือไม่ แต่หลังจากที่ติดตามข่าวทางฝั่งฮุน เซน ฮุน มาเนต ก็ยอมรับว่าเป็นคลิปเสียงจริง และสุดท้ายนายกรัฐมนตรีก็ยอมรับว่าเป็นคลิปเสียงจริง แต่เป็นเทคนิคในการเจรจาให้โอนอ่อนผ่อนตาม

ทั้งนี้ ต้องเข้าใจในเรื่องของการเจรจาว่าจะต้องมีเทคนิคในการเอาน้ำเย็นเข้าลูบ หรือชักแม่น้ำทั้งห้า แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นผอ.รมน. เป็นประมุขฝ่ายบริหารเป็นประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ต้องตระหนักเอาไว้ คือสมควรหรือไม่ ที่การเจรจา ไม่มีประโยคไหนเลย ที่ยืนยันในความชอบธรรม และจุดยืนของประเทศไทย ในการปกป้องอธิปไตยของชาติ

ดังนั้น จุดที่น่าลำบากใจและยากที่จะเข้าใจได้ที่สุดคือการดิสเครดิตทีมงานด้วยกัน ที่ผ่านมาตนให้สัมภาษณ์สงวนความเห็น ในลักษณะที่โจมตีต่อว่านายกมาโดยตลอด แม้ว่าจะมีกลิ่นอายของการติติงบ้างแต่ก็จะอยู่ในลักษณะการให้ข้อเสนอแนะกับทางนายกรัฐมนตรีไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดการเส้นเงิน ที่เชื่อมโยง ระหว่างกลุ่มทุนกับตระกูลฮุน กับเครือข่ายนายทุนไทย ที่อาจจะเกี่ยวพันกับการกระทำผิดกฎหมาย และอาชญากรรมที่ส่งผลเสียต่อประเทศและมีคนไทยตกเป็นผู้เสียหายจำนวนมากซึ่งน่าจะเป็นมาตรการกดดันที่มีประสิทธิผล เพื่อจูงใจให้ทางรัฐบาลกัมพูชาหวนกลับเข้ามา ในโต๊ะเจรจาอย่างสมเหตุสมผล เพราะตนตระหนักดีว่าในห้วงเวลานี้เป็นห้วงเวลาที่จะต้องมีเอกภาพในการทำงานร่วมกันการติติงทำได้แต่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะโจมตีกันทางการเมือง

นายวิโรจน์ ยังกล่าวต่อว่าตนในฐานะฝ่ายค้านและในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหารที่พยายามที่จะสนับสนุนรัฐบาลมาโดยตลอดตนรู้สึกตกใจและผิดหวังอย่างมากและคงต้องทำตั้งคำถาม ว่าประชาชนจะไว้วางใจนายกรัฐมนตรีที่ชื่อแพทองธาร ชินวัตร ต่อไปได้อย่างไร กับประโยคที่เรียกฮุน เซน ว่า อังเคิล ตนว่าไม่ใช่ท่าทีของนายกรัฐมนตรี
แล้วยังมีประโยคหนึ่งที่ตนตกใจมาก คือ"ถ้า ฮุน เซน ต้องการอะไรจะจัดการให้" นี่หรือคือการเจรจา ตนฟังจนจบแต่ไม่มีการพูดถึงจุดยืน เป็นการพูดด้วยความสุภาพ แต่จุดยืนของประเทศไทยคำพูดที่พูดถึงเรายึดมั่นใน MOU 43 ก็ไม่มี อาจจะไม่ต้องพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวแต่การยืนยันจุดยืน ว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นอธิปไตยของประเทศไทย และยืนยันที่จะคลี่คลายปัญหาโดยสันติวิธีเราก็สามารถพูดได้ แต่ตนไม่ได้ยินประโยคใดในลักษณะนามทำนองนี้เลย

ทั้งนี้ เป็นการสะท้อนวิธีคิดของนายกรัฐมนตรีที่ไม่เคยแปรเปลี่ยนไปเลย ตนย้ำเสมอว่าการคลี่คลายข้อพิพาทครั้งนี้จะต้องใช้การสื่อสารทางการเมืองที่มีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็น การผ่านเวทีสากล สหประชาชาติ อาเซียน หรือทูตานุทูต การสื่อสารกับประชาชนของฝั่งตนเอง และรวมถึงการสื่อสารกับประชาชนฝั่งกัมพูชา หรือใช้กลไกกระทรวงการต่างประเทศ แต่นายกรัฐมนตรีไม่รับฟังยังคงมีนิสัยเหมือนเดิม คือใช้การดีล การคุยกันทางลับ และตนยืนยันเสมอว่า ฮุน เซน กับ ฮุน มาเนต คือกลไกสำคัญที่ก่อให้เกิดข้อพิพาทในครั้งนี้ และตนก็เคยย้ำกับนายกรัฐมนตรีแล้วว่าถ้าเป็นมิตรกัน เขาจะไม่ทำกันแบบนี้วันนี้ต้องเอาความเป็นมิตร ความรู้จักกันสัมพันธ์ที่มีวางไว้ข้างหลังไกล ๆ แล้วมองฝั่งตัวเองว่าตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นประธานสมช. เป็นผอ.รมน.ก็ทำหน้าที่ไป แต่นายกรัฐมนตรีก็ไม่รับฟัง

"เรื่องที่เกิดขึ้นตนคิดว่าหมดเวลาของนายกแล้ว ตนไม่อยากจะพูดคำนี้เลย แต่ตนไม่รู้ว่าจะพูดแบกท่านนายกต่อไปอย่างไรแล้ว ที่จะทำให้ประชาชนคนไทยกลับมาให้ความเชื่อมั่นกับนายกรัฐมนตรีที่ชื่อแพทองธาร ชินวัตรให้คลี่คลายปัญหาข้อพิพาทระหว่างไทยกัมพูชาต่อไปจะมั่นใจได้อย่างไรว่าการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีที่ชื่อแพทองธาร จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก
นี่คือคำถาม ที่ฟังแถลงการณ์ของนายกแล้ว แต่ก็ไม่สามารถที่จะคลี่คลาย ข้อวิพากษ์ วิจารณ์ และข้อสงสัยของประชาชนได้ผมว่าทางออกเดียวของนายกรัฐมนตรีตอนนี้คือลาออกจากตำแหน่งเท่านั้น" นายวิโรจน์กล่าว

ส่วนที่มีการพูดพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 นั้น นายวิโรจน์กล่าวว่า ชั่ว ดี ถี่ ห่าง ชอบ ไม่ชอบ คิดตรง คิดต่าง เราอยู่ในทีมเดียวกันแล้ว ตนอยู่ในฐานะฝ่ายค้าน ตนก็ไม่เคยติติงนายกรัฐมนตรี และรองนายกภูมิธรรม เวชยาชัย เลย ก็ให้ข้อเสนอแนะ อาจจะตรงไปตรงมาบ้าง ช่วยจัดการด้วยซ้ำไป ไม่เคยบอกว่าท่านไม่ดีอย่างนั้น ไม่ดีอย่างนี้ ขนาดมีประชาชนจำนวนหนึ่งออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยที่ส่งท่านทูตนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ไปเป็นหัวหน้าทีมเจรจา ตนยังให้ความเห็นว่าแล้วจะมีใครดีไปกว่านายประศาสน์ ที่มีความรู้ความเข้าใจ การเมืองในกัมพูชา ไม่มีอีกแล้ว ไม่ว่าจะมีข้อติติง แต่จะหาผู้ที่เหมาะสมกว่าท่านทูตประศาสน์ไม่ได้ และ ณ วินาทีนี้ตนยังจำได้ว่าตนให้กำลังใจ ในขณะที่ฝั่งกัมพูชาโห่ร้องให้กำลังใจตัวแทนของเขาแต่พวกเราไม่สมควรเลยที่จะมาดิสเครดิตและบั่นทอนกำลังใจของหัวหน้าทีมของเรา

"ชั่ว ดี ถี่ ห่างอย่างไร ณ วันนี้ ผมได้วางการเมืองลงแล้วและผมเชื่อว่าการเจรจาบนโต๊ะอย่างเป็นทางการจะคลี่คลายได้จากมาตรการที่พุ่งเป้าไปที่กระเป๋าสตางค์ฮุน เซนและฮุน มาเนต จะสามารถจูงใจให้เขากลับมาสู่โต๊ะเจรจาได้แต่นายกไม่เชื่อ และกลับทำในเรื่องที่ไม่สมควร อย่างมากคือการดิสเครดิต พูดลับหลังในทางไม่ดี กับทีมงานคนสำคัญ ไม่ใช่ตำหนิทหารไม่ได้ แต่ตำหนิในวงของเรา ไม่ใช่ว่าตำหนิแม่ทัพภาค 2 ไม่ได้หรือจะเห็นด้วย กับแม่ทัพภาค 2 ทุกเรื่องไม่จำเป็น แต่เราต้องกลับมาคุยในวงประชุมของเรา"นายวิโรจน์กล่าว

นายวิโรจน์ยังกล่าวต่อว่าหลักการง่าย ๆ ไม่ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีแค่บริหารบริษัทหนึ่ง ถ้าในฐานะผู้จัดการไม่พอใจผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเองก็ควรเอาลูกน้องตัวเองไปด่าให้กับคู่ค้าฟังหรือไม่ ก็ต้องมาตำหนิติติงกันภายในบริษัทในห้างร้านของเรา ขนาดการจัดการบริษัทเขายังไม่ทำกันเลย ตนจึงบอกว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีทำตอนนี้มันยากเกินที่จะอธิบายและยากเกินกว่าที่คนไทยจะยอมรับ และให้ความไว้เนื้อเชื่อใจได้แล้ว

เมื่อถามว่าอาจจะเป็นการยุยงของทางฝั่งกัมพูชาให้คนไทยแตกแยกกันเอง ใช่หรือไม่ นายวิโรจน์กล่าวว่า แน่นอน คลิปอันนี้ยืนยันว่าคนปล่อยไม่ใช่ฝั่งไทยแน่ๆ แล้วมีความเป็นไปได้สูงว่าจะปล่อยมาจากทางฮุน เซนหรือฮุน มาเนต แต่คำถามคือถ้าเราเลือกวิธีทางที่ถูกต้องจะมีคลิปแบบนี้เกิดขึ้นหรือ ดังนั้นตนคิดว่า มีความเป็นไปได้ว่า การปล่อยคลิปต่างๆก็อาจจะมาจากทางฝั่งกัมพูชา แต่ถ้าฝั่งเรายึดมั่นการเจรจา อย่างเป็นทางการเป็นหลักทำงานในฐานะทีม อย่างมีเอกภาพก็จะไม่มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้น

"เป็นนายกรัฐมนตรีไปถูกล่อซื้อแบบนี้ได้หรอ ถ้ายึดมั่นการดำเนินการอย่างเป็นทางการไม่ว่าจะกระทรวงการต่างประเทศหรือทางกลไกความมั่นคงผ่านสภาความมั่นคงก็ไม่มีปัญหา หรือผ่านการมอบหมายให้ท่านทูต ก็จะไม่มีเหตุการณ์อะไรแบบนี้เกิดขึ้นหรือใช้กลไกของปปง.ในการสืบเส้นเงิน และใช้มาตรการ ที่ตนให้คำแนะนำไปใช้กลไกของตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจเศรษฐกิจตำรวจไซเบอร์ จะไม่มีอะไรที่หลุดออกมาแบบนี้เลย ใช่ครับอาจจะเป็นแผนการที่ทางฝั่งตรงข้ามจงใจทำลายภาพลักษณ์นายกรัฐมนตรีแต่ เป็นนายกรัฐมนตรีเองใช่หรือไม่ที่เดินไปในหลุมพรางที่เขาขุดเอาไว้และไม่เคยเชื่อกลไกอย่างเป็นทางการ และยังเชื่อในการ ดีลประชุมลับ นี่คือประเทศไทยไม่ใช่ธุรกิจของท่าน ไม่ใช่ทรัพย์สินภายในตระกูลของท่านที่ท่านจะใช้ตั๋ว PN แลกไปแลกมา จึงบอกว่านายกรัฐมนตรีหมดความชอบธรรมแล้ว"นายวิโรจน์กล่าว

เมื่อถามว่าตอนนี้บิดาของนายกรัฐมนตรีควรมีบทบาทอย่างไร นายวิโรจน์ กล่าวว่าไม่ต้องมีบทบาท ตั้งแต่ที่พูดเรื่องพื้นที่เตะตะกร้อก็ไม่สมควรอย่างมาก ตอนนั้นต้นยังแอบให้ความเห็นในเชิงบวกว่าหายเข้ากลีบเมฆไปดีแล้ว เพราะความเห็นไม่เป็นคุณต่อการเจรจา การให้สัมภาษณ์ว่าให้เอาพื้นที่ไปเตะตะกร้อ ก็ต้องเข้าใจถึงการตัดสินใจของทางฝั่งกัมพูชา ถ้าเกิดเขาโอนอ่อนผ่อนตามเขาก็มีศักดิ์ศรีของเขา เรากำลังหยิบยืมเงื่อนไขที่เขาก็ยาก ที่จะรับได้และไม่เป็นผลดี และบิดาของนายกรัฐมนตรีมีอำนาจอะไร คิดว่าวินาทีนี้ไม่มีประโยชน์แล้ว ตอนนี้สิ่งที่เป็นประโยชน์ที่สุดที่นายกรัฐมนตรีจะทำให้ประเทศได้คือการแถลงลาออก

ส่วนประเมินสถานการณ์ที่เปราะบางและนายกรัฐมนตรียังไม่ลาออก จะมีการ ทำรัฐประหารหรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า รัฐประหารไม่มีอยู่แล้ว และจะยิ่งเข้าทางฮุนเซนและฮุนมาเนต ที่จะทำลายความชอบธรรมของรัฐบาลไทย คนย้ำได้หลายเวทีว่าความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความชอบธรรม หากไม่มีความชอบธรรมอีกฝ่ายหนึ่งจะเล่นบทเหยื่อและตีฆ้องร้องเปล่าไปในเวทีโลก เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในเวทีนานาชาติ ความชอบธรรมจึงสำคัญที่สุดหากมีการทำรัฐประหารในช่วงนี้ ก็ไม่ต้องเจรจากันแล้วแค่เดินสายอธิบายในนานาประเทศ ถึงการดำรงอยู่ของรัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหาร สถานภาพของรัฐบาลก็อยู่ยากมาก ๆ

เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะเป็นเหตุชนวนให้ประชาชนลงถนนไล่รัฐบาลหรือไม่ นายวิโรจน์ ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ตนกังวล สิ่งที่ดีที่สุดที่นายกรัฐมนตรีจะทำให้ประเทศได้ตอนนี้คือการลาออก

" และอยากบอกไปถึงนายกรัฐมนตรีจริงๆว่าหากไตร่ตรองหรือนั่งเงียบๆเงียบๆคนเดียว ถ้าท่านเป็นประชาชนคนหนึ่ง ยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วเจอนายกที่มีคลิปเสียงหลุดออกมาแบบนี้ แล้วท่านยังจะไว้วางใจคนแบบนี้ ไปเจรจาเพื่อคลี่คลายข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาได้หรือ เราจะไว้วางใจได้อย่างไร ว่าคนคนนี้จะเจรจาเพื่อผลประโยชน์สูงสุดและผลประโยชน์อันชอบธรรมของประเทศและประชาชนของเรา เรื่องนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด คิดว่านายกรัฐมนตรีควรไตร่ตรองดูการลาออกของท่านจะเป็นการแสดงความรับผิดชอบที่ประชาชนจะให้อภัยและประเทศชาติจะเดินหน้าต่อได้ คิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดตอนนี้ " นายวิโรจน์กล่าว

เมื่อถามว่ามีอะไรฝากถึงกองทัพโดยเฉพาะแม่ทัพภาคที่ 2 หรือไม่ นายวิโรจน์ กล่าวว่า ให้ปฏิบัติตามหน้าที่ตามกรอบรัฐธรรมนูญ และย้ำเสมอว่าคลิปเสียงที่เกิดขึ้น หากมองลึกๆเขาต้องการบ่อนทำลายเอกภาพของประเทศ ตนรู้ชั่วดี พอใจไม่พอใจ ณ วันนี้ ต้องนับหนึ่งถึงล้าน เอาหน้าที่เป็นหลัก สิ่งที่ฮุนเซนแล้วฮุนมาเนตอยากได้เราต้องไม่ให้ น้ำขุ่นอยู่ในน้ำใสอยู่นอก ส่วนเข้าใจความเจ็บปวดกับความไม่พอใจแต่เราให้สิ่งที่เขาต้องการไม่ได้จริง ๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“นายกฯ อิ๊งค์” ประชุมทีมเศรษฐกิจ สีหน้าเครียด บรรยากาศอึมครึม

นายกฯ แจงคลิปเสียงคุย“ฮุน เซน”ย้ำเป็นการเจรจา ซัดกลับหวังกระตุ้นคะแนนนิยม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "วิโรจน์" จี้ "นายกฯ อิ๊งค์" ลาออก เชื่อประชาชนจะให้อภัย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...