โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

'Grab' ขับเคลื่อน 'โลก' สู่เป้าหมาย Carbon Neutral ปี 2040

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 23.59 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 08.46 น.

จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แกร็บ ประเทศไทย
กล่าวในงานสัมมนา “Road to Net Zero 2025: Thailand Green Action” ในหัวข้อ Advancing Towards Green Electricity: ภารกิจการกับพัฒนายั่งยืน จัดโดย ฐานเศรษฐกิจ ว่า Grab ดำเนินธุรกิจใน 8 ประเทศ กว่า 800 เมือง และมีฐานผู้ใช้งานมหาศาลกว่า 40 ล้านคนต่อเดือน ทำให้เล็งเห็นถึงศักยภาพในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมหาศาล แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในแต่ละครั้ง โดยมีเป้าหมายที่ท้าทายในการเป็น Carbon Neutral ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี 2040

4 กลยุทธ์หลัก สู่ Carbon Neutrality 2040

เปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV Adoption)

Grab ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดในยานพาหนะอย่างจริงจัง เริ่มตั้งแต่ปี 2020 ปัจจุบัน Grab มีรถ EV (ทั้ง 2 ล้อและ 4 ล้อ) ใน Ecosystem กว่า 10,000 คันในประเทศไทย Grab ได้ร่วมมือกับ BYD ส่งมอบรถยนต์ EV กว่า 50,000 คันให้กับพาร์ทเนอร์คนขับทั่วภูมิภาค โดยมีโมเดลสนับสนุนที่หลากหลาย ทั้งโครงการ "Drive-to-Own" ที่เปิดโอกาสให้ผ่อนรถ EV แบบรายวันได้โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ และโครงการเช่ามอเตอร์ไซค์ EV ในราคาประหยัด รวมถึงโครงการเช่าแท็กซี่ EV ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงได้อย่างมาก โครงการเหล่านี้ส่งผลให้ Grab สามารถลดการปล่อยคาร์บอนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ถึง 128,000 ตันในปี 2024 และมีผู้ใช้งานกว่า 100,000 คนเลือกใช้ฟีเจอร์ "Prefer EV Ride" ในแอป

สำนักงาน Grab ใช้พลังงานหมุนเวียน 100%

เพื่อลด Carbon Footprint ในการดำเนินงาน Grab ได้หันมาใช้พลังงานหมุนเวียน 100% สำหรับสำนักงานทั้งหมด รวมถึง 3 แห่งในประเทศไทย โดยมีการซื้อ Renewable Energy Certificate (REC) เพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือก

ใช้ Data Tech และ AI

เพื่อธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Grab นำเทคโนโลยีและข้อมูลมาปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ ฟีเจอร์ Group Order (การสั่งอาหารแบบกลุ่ม) ที่ช่วยลดจำนวนรถในการจัดส่ง หรือ Saver Choice (การจัดส่งแบบประหยัด) ที่เป็นการ "พ่วงออเดอร์" ทำให้รถหนึ่งคันสามารถรับและส่งอาหารในเส้นทางที่ใกล้เคียงกันได้ ซึ่งช่วยประหยัดระยะทางได้ถึง 15% และลดการปล่อยคาร์บอนได้ถึง 62,000 ตันจากการพ่วงออเดอร์ 40% ทั่วภูมิภาค

Small Action Big Difference (การมีส่วนร่วมของผู้บริโภค)

Grab กระตุ้นให้ผู้ใช้งานกว่า 40 ล้านคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านฟีเจอร์ง่ายๆ ในแอป เช่น Carbon Offset Donation ที่ผู้ใช้สามารถบริจาคเงินเพียง 1-2 บาทเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอน ซึ่งในปี 2024 มีหลายสิบล้านออเดอร์ที่เลือกบริจาค โดยเงินบริจาคถูกนำไปใช้ในการซื้อ Carbon Credit, การปลูกต้นไม้ (กว่า 360,000 ต้นในไทย), และ Biochar นอกจากนี้ยังมีตัวเลือก ปฏิเสธช้อนส้อมพลาสติก ใน Grab Food ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ใช้งานสูงถึง 85-90% ในประเทศไทย ส่งผลให้ประหยัดชุดช้อนส้อมพลาสติกได้เกือบ 1 พันล้านชุดทั่วภูมิภาค

โดยรวมแล้ว Grab ได้ปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 600,000 ต้นทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 900,000 ตัน พร้อมประหยัดพลาสติกได้เกือบ 1 พันล้านชุด Grab เน้นย้ำว่าแพลตฟอร์มของพวกเขาไม่เพียงสร้างงานและสนับสนุนร้านค้า แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ชวนให้ผู้ใช้งานทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความยั่งยืนในแบบที่ทำได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...