โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อิหร่านทิ้งไพ่สุดท้าย! ปิดช่องแคบฮอร์มุช ดันราคาน้ำมันพุ่ง หนุนหุ้นปิโตรฯ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 13.16 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 00.30 น.

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีความขัดแย้งระหว่างในตะวันออกกลาง ระหว่างประเทศอิสราเอลและอิหร่านกำลังปะทุความรุนแรง

โดยหลังสหรัฐฯ ดำเนิน Operation Midnight Hammer ด้วยการโจมตีเป้าหมายทางด้านนิวเคลียร์ 3 แห่งในอิหร่าน ได้แก่ ฟอร์โดว์ (Fordow), นาทานซ์ (Natanz) และอิสฟาฮาน (Isfahan) ส่งผลให้ความตึงเครียดในตลาดน้ำมันโลกยกระดับขึ้น

ล่าสุดมีข่าวว่าสภาอิหร่านมีมติให้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เนื่องจากน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวราว 20% ของโลกผ่านเส้นทางดังกล่าว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นราว 4-5% ก่อนอ่อนตัวลงเหลือ 2%

"การปะทุของสงครามระหว่างและอิสราเอลในรอบนี้ ดูเหมือนว่าประเทศพันธมิตรอย่างรัสเซีย จีน และซาอุฯ จะดูอ่อนลงมา ไม่ได้มีท่าทีในการแสดงออกถึงการให้ความช่วยเหลือ ทำให้ผู้นำอิหร่านต้องเปิดไพ่ใบสุดท้ายในมือ คือ การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมองว่าจะนำไปสู่การเจรจาในระยะถัดไป"

ทั้งนี้ ยังคงต้องจับตาความยืดเยื้อของสงคราม และแนวทางการตอบโต้ของอิหร่านที่จะกำหนดโทนของการลงทุนในระยะถัดไป สำหรับการลงทุนในกลุ่มหุ้นปิโตรเลียมนั้น มองว่าในสัปดาห์นี้อาจต้องพักรอดูสถานการณ์ไปก่อน ว่าท้ายที่สุดแล้วจะยืดเยื้อต่อไป หรือเจรจากันได้

ประเมินผลต่อกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ เบื้องต้น ดังนี้

  • ราคาน้ำมันขึ้น เป็นบวกกับผู้สำรวจและผลิต รวมถึงโรงกลั่น อาทิ PTTEP, BCP, TOP, SPRC)
  • กระทบต้นทุนของผู้บริโภคน้ำมัน อาทิ สายการบิน, โรงไฟฟ้า (ราคา LNG ขึ้นตามน้ำมันดิบ) อาทิ BA, AAV, BGRIM, GPSC
  • การระงับนำเข้าน้ำมันของเขมร คาดว่าไม่กระทบอย่างมีนัยสำคัญ แต่เป็นปัจจัยถ่วงด้านจิตวิทยาต่อ OR ที่ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเข้ากัมพูชาสูงสุดเป็นอันดับ 1

ส่วนหุ้นแนะนำ PTTEP (ราคาเป้าหมาย 120 บาท) เพราะด้วยราคาน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นในระดับ 75-80 ดอลลาร์/บาร์เรล มีโอกาสส่งผลบวกต่อประมาณการกำไรจากสมมติฐานที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ประเมินราคาน้ำมันแถว 70+/- ดอลลาร์/บาร์เรล ตัดขาดทุน 105 บาท

ราคาน้ำมันดิบพุ่งหนุนปิโตรฯ

บล.เอเซียพลัส ให้มุมมองต่อกลุ่มหุ้นปิโตรเลียมว่า อิหร่านมีโอกาสประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุช หลังรัฐสภาอิหร่านมีมติเอกฉันท์ รอเพียงสภาความมั่นคงอิหร่านอนุมัติ ซึ่งหากปิดจริงคาดจะส่งผล กระทบต่อการส่งออกน้ำมันทั่วโลกถึง 20% เพราะเป็นเส้นทางการส่งออก น้ำมันจากกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง ทำให้ทิศทางราคาน้ำมันมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนค่าขนส่งที่จะปรับตัวสูงขึ้น

ประเมิน การวิเคราะห์ความอ่อนไหว (sensitivity analysis) เบื้องต้นหากสมมติฐานราคาน้ำมันดิบอ้างอิง ดูไบปรับเพิ่มขึ้นทุก 5 ดอลลาร์/บาร์เรล จะส่งผลกระทบต่อ FV ของหุ้นที่ ได้รับผลบวกหลักทั้ง PTTEP และ PTT ราว 5 และ 2 บาท/หุ้น ตามลำดับ

โดยราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นจากภาวะสงครามถือเป็น sentiment เชิงบวกต่อ หุ้นในกลุ่มปิโตรเลียมทั้ง PTTEP, PTT, TOP, PTTGC, IRPC, SPRC, BCP แต่ TOP PICK เลือก PTTEP เนื่องจากได้รับผลบวกโดยตรงสุดของ กลุ่ม โดยมีรายได้แปรผันโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบ

ขณะที่กลุ่มโรงกลั่นจะได้รับผลบวกในเชิง Stock Gain เพราะยังต้องดูค่าการกลั่นเป็นหลัก ว่า ราคาน้ำมันสำเร็จรูปจะปรับตัวขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิหรือไม่ ส่วน PTT นั้น อาจได้รับผลกระทบเชิง กระแสลบจากประเด็นกัมพูชา ตาม OR และ กลุ่มโรงกลั่น แม้ผลการดำเนินงานจะกระทบไม่มีนัยยะก็ตาม

ทั้งนี้ หากกรณีสงครามจบลง สถานการณ์กลับมาสู่ภาวะปกติ ราคาหุ้นของกลุ่มปิโตรเลียมอาจจะมีการปรับฐานได้ เพราะยังมีแรงกดดัน รออยู่ทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวในช่วงที่เหลือของปี และการปรับเพิ่ม กำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่ม OPEC+

หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุช…

บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่า แนวโน้มราคาพลังงานระยะสั้นจะปรับเพิ่มสูงขึ้นจากความเสี่ยงที่สงครามจะยืดเยื้อ และมีโอกาสที่จะขยายวงกว้าง โดยฝ่ายวิจัยเชื่อว่ามีโอกาสที่สงครามจะยืดเยื้อ และมีความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจจะโจมตีอิสราเอลต่อไป และอาจรวมถึงฐานทัพของสหรัฐฯ ในประเทศตะวันออกกลางอื่นๆ ซึ่งมีอย่างน้อย 19 แห่ง และมีทหารประจำการอยู่ 4.00-5.00 หมื่นนาย

นอกจากนี้ ฝ่ายวิจัยเห็นถึงความเสี่ยงขาขึ้นที่เป็นไปได้ที่อิหร่านจะพยายามปิดทางเดินเรือผ่าน Strait of Hormuz เชื่อว่าอาจจะส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นสูงกว่า 100.0 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้ในระยะสั้นถึงกลาง ในเบื้องต้นฝ่ายวิจัยยังประมาณการสมมตฐานราค่าน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยของทางฝ่ายไว้ที่ 70.0 ดอลลาร์/บาร์เรล

กดดันสินทรัพย์เสี่ยง

บล.ไอร่า ระบุว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่คาดตลาดจะมีความกังวลมากขึ้นหลังสหรัฐฯ เข้าร่วมการโจมตีอิหร่าน กระตุ้นความกังวลความรุนแรงตะวันออกกลางอาจทวีความรุนแรงขึ้น แต่มองว่าสงครามดังกล่าวจะยังไม่ขยายเป็นวงกว้าง เป็นเพียง Noise รบกวนตลาดในระยะสั้น และคาดจะส่งผลให้ราคาทิศทางราคาสินทรัพย์เสี่ยง และน้ำมันผันผวนในระยะสั้น

โบรกโหวต PTTEP ตัวเก็งหลัก

บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ระบุว่า จากกรณีการเกิดสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน โดยที่มีสหรัฐฯ เข้ามาร่วมวงด้วยล่าสุดนั้น ยิ่งกดดันในภาวะสงครามตะวันออกกลางมีความตึกเครียดเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่น่าจะทำให้สินทรัพย์เสี่ยงผันผวนสูง

ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent MTD ปรับตัวขึ้น 21% เนื่องจากตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น หลังจากสหรัฐได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศต่อสถานที่นิวเคลียร์สำคัญของอิหร่าน โดยฝั่งอิหร่านกำลังพิจารณาด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ คิดเป็น 20% ของปริมาณการค้าพลังงานโลก หนุนราคาน้ำมันอีกครั้ง

จากปัจจัยราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น มองว่าเป็น Sentimant เชิงบวกต่อ PTTEP โดยคาดการเติบโตของปริมาณการขาย PTTEP ในปี 68/69 ที่ +3.7% และ 6.7% ตามลำดับ หลังจากการแหล่งเอราวัณผ่านช่วง ramp up ในปีที่ผ่านมา และโครงการเพิ่มเติมที่ซื้อเข้ามา เป็นปัจจัยหนุน

แม้ว่าทางฝ่ายคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ Brent ปี 68/69 ที่ราว 67-68 ดอลลาร์/บาร์เรล ปรับตัวลงจากปี 67 ที่ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่ ณ ราคาปัจจุบัน คิดเป็น PE68 ที่ 7.2 เท่า (-0.7SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี) โดยประเมินราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 132.00 บาท

บล.ฟิลลิป ระบุว่า สงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่เพิ่มระดับมากขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันยังมีโอกาสปรับขึ้น จากล่าสุดที่อิหร่านมีแนวโน้มจะโต้กลับสหรัฐฯ โดยมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการช่องแคบฮอร์มุช ที่อยู่ชายฝั่งทางใต้ของอิหร่าน และเป็นจุดขนส่งน้ำมันสำคัญ

แม้จะยังไม่มีการปิดจริงแต่ เนื่องจากสัดส่วนการขนส่งน้ำมันที่มีนัยสำคัญพอสมควร ทางฝ่ายคาดว่าอาจเกิดแรงกดดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในระยะสั้น จากปัจจัยที่กระทบด้านอุปทานข้างต้น มองว่าจะเป็นแรงหนุนราคาหุ้น PTTEP ได้ต่อเนื่อง

รวมไปถึงจะเป็นผลบวกต่อผลประกอบการในช่วงที่เหลือของปีตามการปรับเพิ่มของราคาน้ำมัน โดยสำหรับการลงทุนระยะยาว เนื่องจากคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 68 ประมาณ 6-7% จึงยังคงคำแนะนำซื้อ (ราคาพื้นฐาน 140.00 บาท) และสำหรับระยะสั้นมองว่าสามารถเทรดเก็งกำไรตามแนวโน้มราคาน้ำมันได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...