โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตอบโต้“กัมพูชา”จ่อปิดด่านเพิ่ม

สยามรัฐ

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 22.24 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 22.24 น.

“แม่ทัพภาคที่ 2” จ่อปิดอีก 2 ด่านที่เหลือ ด่านช่องสะงำ” จ.ศรีสะเกษ และ “ด่านช่องจอม” จ.สุรินทร์ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ด้าน “ทบ.” แจงปิดด่าน “ช่องสายตะกู” จ.บุรีรัมย์ เพื่อความปลอดภัยปชช. ส่วน “บัวแก้ว” ประกาศเตือนคนไทยหลีกเลี่ยงเดินทางไปกัมพูชา ขณะที่ “พท.” ยันรบ.แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ยึดกรอบการทูต-ความมั่นคงอย่างรอบคอบ วอนปชช.ตรวจสอบข่าวก่อนลงสื่อออนไลน์

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพบก ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ตามที่กองทัพบกได้ดำเนินมาตรการควบคุมการเปิด-ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตลอดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.68 ที่ผ่านมา ในพื้นที่รับผิดชอบ ของกองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว และพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี จ.บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงนั้น

ต่อมา วานนี้ 21 มิถุนายน 2568 กองทัพภาคที่ 2 ได้มีการประกาศปิดจุดผ่อนปรนทางการค้าช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 21 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดรับ กับสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน ทั้งนี้ ด้วยปัจจุบันมีความหลากหลายของข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบหรือสร้างความบิดเบือนในสังคม

กองทัพบกขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยสามารถติดตามผ่านเว็บไซต์ของกองทัพบก www.rta.mi.th หรือทาง Facebook “กองทัพบก Royal Thai Army” และ “ทีมโฆษกกองทัพบก” ได้ตลอดเวลา

ทั้งนี้มีรายงานว่าสาเหตุหนึ่งที่กองทัพบกต้องปิดจุดผ่อนปรนสายตะกู นี้คาด ว่า หลังจากพบ ทหารเขมร เคลื่อนไหว หลังแนวชายแดน สุรินทร์-บุรีรัมย์ คาดหวังผล ที่ปราสาทตาควาย สุรินทร์ หลัง นำนักท่องเที่ยวชาวเขมร ขึ้นมามากขึ้นๆ และ ขึ้นมาร้องเพลงแสดงสัญลักษณ์ ที่ประสาทตาควาย ก่อนหน้านี้

ต่อมา เมื่อเวลา 09.00น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) ได้เตรียมลงนามปิดด่านช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ และด่านช่องจอม จ.สุรินทร์ เนื่องจาก ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สั่งปิดถาวร 2 ด่าน คือ ช่องจอม - จุ๊กโกกี ทันที หลังไทยปิดด่านช่องสายตะกู เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ประกาศผ่านบัญชีเฟสบุ๊คว่า "ประกาศแจ้งเตือนคนไทย กรณีสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา"

ประกาศดังกล่าวระบุว่า ตามที่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชา กระทรวงการต่างประเทศขอให้พี่น้องชาวไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางหากไม่มีความจำเป็นยิ่งยวด และสำหรับคนไทยที่อยู่ในกัมพูชาขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการดำรงชีวิตและหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ชุมนุมและพื้นที่เสี่ยงอื่น ๆ รวมทั้งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานเอกอัครราชทูต/สถานกงสุลใหญ่ ในกรณีต้องการความช่วยเหลือหรือเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ หมายเลขฉุกเฉิน (+ 855 975 749 682) สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเสียมราฐ (+ 855 86 608 999) Call Center กรมการกงสุล (02 572 8442 ตลอด 24 ชม.) หรือผ่านแอปพลิเคชัน Thai Consular

ส่วนที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ส่วนของข้อพิพาทแนวชายแดนและความสัมพันธ์กับกัมพูชา รัฐบาลตระหนักถึงความละเอียดอ่อนของสถานการณ์ และดำเนินการภายใต้กรอบการทูตและความมั่นคงอย่างรอบคอบ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน และความสงบเรียบร้อยของพี่น้องประชาชน ดังนั้นการแสดงออกของ อดีตผู้นำประเทศกัมพูชาเป็นพฤติกรรมที่ผ่านมาถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมส่งผลกระทบต่อบรรยากาศของความร่วมมือของระดับทวิภาคีของทั้งสองประเทศ รัฐบาลไทยจึงต้องดำเนินมาตรการตอบโต้ที่ชัดเจน แต่ยังคนยึดหลักสงบและสันติเป็นที่ตั้ง โดยมาตรการต่างๆที่รัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้วเช่น เช่นการควบคุมเปิดปิดจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทยกลุ่มบูชาตามกรอบของมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีการยื่นหนังสือประท้วงต่อเอกอัครราชทูตกัมพูชาปรำจำกัมพูชาประจำประเทศไทย และเชิญเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชาให้กลับมาประชุมเพื่อที่จะหารือข้อราชการต่างๆ และตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต และได้มีการควบคุมนักท่องเที่ยว และแรงงานไทยที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมในฝั่งกัมพูชา โดยเฉพาะในธุรกิจกาสิโน การพนันออนไลน์ และมีการเพิ่มความเข้มงวดของการนำเข้าสินค้าบางรายการ เช่นมันสำปะหลัง กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบแล้ว

น.ส.ขัตติยา กล่าวว่า มาตรการเหล่านี้ จะจัดลำดับขั้นตามความเหมาะสม เพื่อที่จะรักษา ดุลยภาพของ 2 ประเทศไว้ได้และเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในระยะยาวด้วย จึงขอเน้นย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้มีความประสงค์ที่จะให้สถานการณ์บานปลายแต่อย่างใด แต่จำเป็นต้อง ดำเนินนโยบายที่จำเป็นเพื่อจะปกป้องอธิปไตย และศักดิ์ศรีของประเทศไทย ซึ่งในช่วงเวลานี้ขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่านช่วยกันตรวจสอบรวมถึงส่งต่อข้อมูลด้วยความระมัดระวังโดยเฉพาะข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ที่ถูกเผยแพร่ ในช่องทางโซเชียลมีเดีย หรือสื่อออนไลน์ ซึ่งอาจผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศโดยไม่เจตนา ทางเราก็จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจะดำเนินการต่างๆด้วยความรับรอบคอบ เพื่อความมั่นคงของประเทศ แล้วพี่น้องประชาชน

"ขอย้ำว่ารัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย จะยังคงยืนหยัดทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างสุดความสามารถ รวมทั้งจะรักษาความต่อเนื่องของฝ่ายบริหารต่อไป และจะไม่ปล่อยให้ข่าวลือหรือข้อมูลที่ผิดพลาดจากความเป็นจริงนั้นมาเป็นอุปสรรคในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชน"น.ส.ขัตติยา กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...