โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ช่วงล่าง Toyota พัฒนาการที่มาพร้อมตำนานในอดีต

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 17.01 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 02.00 น.
ภาพไฮไลต์

รถยนต์ของ Toyota ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แน่นอนว่าจะต้งมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันหยุดนิ่ง ในอดีต เรารู้กันดีว่า Toyota สร้างรถยนต์ที่เน้นความน่าเชื่อถือและความสะดวกสบาย มีราคาพอรับได้ ระบบกันสะเทือนหรือช่วงล่างพื้นฐาน ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ขับขี่ได้อย่างนุ่มนวล โดยเฉพาะในสภาพการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ช่วงล่างของสามห่วงในอดีต จึงมีการยึดเกาะแค่กลางๆ เข้าโค้งไม่ค่อยดีนัก (โดยเฉพาะกระบะและเอสยูวี รวมถึงรถขับหน้าบางรุ่นในยุค 80-90
การมุ่งเน้นด้านวิศวกรรม ปรับเปลี่ยนโครงสร้างและระบบรองรับ เพื่อทำให้รถขับดีขึ้นและสามารถแข่งขันในตลาดได้ Toyota มีชื่อเสียงยาวนานในด้านวิศวกรรม คุณภาพ และความทน ส่วนประกอบช่วงล่างในรถยนต์รุ่นใหม่ถูกทดสอบอย่างเข้มข้นหนักหน่วงในทุกรูปแบบก่อนเข้าสู่ไลน์ผลิต เพื่อปรับให้ช่วงล่างมี ประสิทธิภาพดี ใช้งานระยะยาวโดยมีปัญหาเรื่องชิ้นส่วนไม่มากนัก

ทศวรรษ 1970 Toyota มีแนวคิดที่จะทำระบบกันสะเทือนหน้าและหลังร่วมกัน ขึ้นอยู่กับรุ่นรถ เช่น Corolla /Corona ใช้ช่วงล่างหน้าแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และระบบกันสะเทือนหลังแบบแหนบหรือสปริงขดพร้อมเพลาแข็ง ส่วนกระบะ Hilux ใช้ระบบดับเบิ้ลวิชโบน ปีกนกคู่/สปริงขดด้านหน้าและเพลาแข็ง/สปริงขดด้านหลัง บางรุ่นอย่าง Landcruiser ยังใช้สปริงขดด้านหลังเหมือนกัน แต่ตอนหลังก็มีการปรับให้เป็นแบบ Kinetic Dynamic Suspension System (KDSS) ระบบกันสะเทือนไดนามิกคิเนติก (KDSS) เป็นระบบที่ควบคุมด้วยไฮดรอลิก เพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ทั้งบนถนนและเส้นทางออฟโรด ทำได้ด้วยการปรับเหล็กกันโคลง เพื่อปรับการควบคุมรถและการเคลื่อนไหวของล้อ KDSS เป็นระบบแบบกลไก ใช้กระบอกไฮดรอลิกและของเหลวในการเชื่อมต่อเหล็กกันโคลงด้านหน้าและด้านหลัง สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ ปรับให้เข้ากับสภาพการขับขี่ที่แตกต่างกันได้อย่างสมดุล

ระบบ KDSS ทำงานอย่างไร
บนไฮเวย์ หรือถนนเรียบ
เมื่อขับขี่บนพื้นผิวเรียบ KDSS ปรับให้เหล็กกันโคลงมีความแข็งขึ้น ลดอาการโคลงของตัวรถและเพิ่มเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง
เส้นทางออฟโรด
บนพื้นที่ขรุขระ KDSS จะทำให้เหล็กกันโคลงแยกออกจากกัน ทำให้ล้อแต่ละล้อเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระมากขึ้น เพิ่มการเคลื่อนไหวของล้อให้อยู่ในเกณฑ์สูงสุด เพื่อการยึดเกาะถนน

ยุค 1970 -1980 Toyota ปรับแต่งระบบกันสะเทือนเพื่อความสะดวกสบายและเสถียรภาพของการควบคุมซึ่งรถบางรุ่นก็ทำได้ดี แต่บางรุ่นก็ยังตามหลังคู่แข่ง การปรับแต่งที่เริ่มให้ความสำคัญกับความสปอร์ต ทำให้รถบางรุ่นมีช่วงล่างที่แข็งกระด้างขึ้น (ในกลุ่มรถสปอร์ต) แต่แลกด้วยการยึดเกาะโดยเฉพาะเมื่อขับเข้าโค้ง

ความหลากหลายของรุ่นทำให้ช่วงล่างมีค่าการปรับตั้งที่แตกต่างกันมาก Toyota มีรถยนต์หลากหลายรุ่น ตั้งแต่ซีดานไปจนถึง SUV จากแผนงานแชร์ส่วนแบ่งทางการตลาดให้ได้มากที่สุด โดยแต่ละรุ่นมีระบบกันสะเทือนที่ปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานเฉพาะของยานยนต์แต่ละประเภท ความหลากหลาย ทำให้วิศวกรสามารถปรับช่วงล่างให้เหมาะกับความสบาย ความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรด หรือความสปอร์ต ขึ้นอยู่กับรูปแบบของรถ

ปัจจุบัน ระบบกันสะเทือนในยานยนต์รุ่นใหม่ของ Toyota ถูกปรับตั้งให้ขับขี่ได้นุ่มนวลและเงียบขึ้น เกาะถนนมากกว่าเดิม รวมถึงควบคุมรถได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นเก่า โช้คอัพและสปริง ถูกปรับเซ็ตด้วยค่ากลางๆ ที่ครอบคลุมการใช้งานอย่างหลากหลายไปตามรูปแบบของรถ การถือกำเนิดของแพลตฟอร์ม Toyota New Generation Architecture (TNGA) และเทคนิคใหม่ๆของระบบรองรับที่เกิดขึ้นในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ มีส่วนช่วยให้วิศวกรของแบรนด์สามห่วงปรับแต่งชิ้นส่วนช่วงล่างได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น ระบบต่างๆ เช่น ระบบกันสะเทือนไดนามิกคิเนติก (KDSS) ในรถยนต์บางรุ่นที่กล่าวไปแล้ว ยังเพิ่มความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดและการขับขี่บนถนนปกติ

เพิ่มความสบายในการขับขี่:
ช่วงล่างใหม่ ดูดซับแรงกระแทกและควบคุมรถบนถนนที่ไม่เรียบได้ดีขึ้น ทำให้ขับขี่สบายขึ้น

ควบคุมรถได้ดีขึ้น:
แพลตฟอร์ม TNGA ที่มีความแข็งแกร่งในการให้ตัว ช่วยให้ช่างปรับแต่งช่วงล่างได้อย่างสอดคล้องกับการยึดเกาะและความสบาย รวมถึงยังเพิ่มความคล่องตัวและวงเลี้ยวที่แคบลง

ความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรด:
ช่วงล่างในยานยนต์อเนกประสงค์คันโตยุคใหม่ของ Toyota มีพัฒนาการที่รุดหน้า ช่วยรักษาเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง พร้อมทั้งช่วยให้ล้อหมุนได้ดีขึ้นขณะขับขี่แบบออฟโรด

Adaptive Variable Suspension (AVS)
ใช้โช้คอัพไฟฟ้า ปรับการทำงาน (ระยะของการยืดและยุบ) ไปตามสภาพถนน พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้การตอบสนองดีขึ้น ระบบบังคับเลี้ยว ใช้พวงมาลัยไฟฟ้าแปรผันอัตโนมัติไปตามโหมดการขับเคลื่อนและความเร็ว ให้การควบคุมพวงมาลัยที่ตอบสนองได้อย่างตรงไปตรงมา ช่วงล่าง Adaptive เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำและยังคงนุ่มนวล เป็นผลมาจากการนำ Performance Dampers ที่ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยซับแรงสั่นสะเทือนจากทั้งด้านหน้าและด้านหลังมาใช้ ช่วยในการควบคุมรถเป็นไปอย่างธรรมชาติ ระบบช่วงล่างแปรผัน (Adaptive Variable Suspension : AVS) ปรับระดับความนุ่มนวล เพิ่มความสปอร์ตได้ 650 ระดับ โดยอัตโนมัติ ตอบสนองต่อการควบคุมของผู้ขับขี่และสภาพพื้นผิวถนนอย่างเหมาะสม ประจำการอยู่ใน Lexus F Sport และ Toyota บางรุ่น

แม็คเฟอร์สันสตรัท
ระบบกันสะเทือนแบบแม็คเฟอร์สันสตรัทนี้มักจะใช้กับล้อหน้าของรถได้หลายรุ่น ลักษณะเป็นโช๊คอัพยาว มีแกนเพลาล้อติดอยู่กับปลายล่างของโช๊คอัพ และมีเอเฟรมยึดส่วนล่างของโช๊คอัพนี้กีบแชสซีส์ของรถ โช๊คอัพระบบแม็คเฟอร์สันสตรัท มีราคาค่อนข้างสูง โดยมากมักนิยมซ่อมมากกว่าเปลี่ยน แต่กรณีที่ความเสียหายเกิดขึ้นที่แกนเพลาล้อ ส่วนที่เป็นชิ้นส่วนของโช๊คอัพ จำเป็นต้องเปลี่ยนโช๊คอัพทั้งตัว

ปีกนกคู่
ระบบกันสะเทือนแบบปีกนกคู่ (Double wishbone) จะมีเหล็กรูปคล้ายปีกนก 2 ชิ้น ยึดซ้อนกันระหว่างคอยล์สปริง และโช๊คอัพ และปลายของเหล็กปีกนกทั้ง 2 ชิ้นก็ยึกกับแชสซีส์ของรถ โช๊คอัพของรถที่ใช้ระบบปีกนกคู่มักซ่อมไม่ได้ ถ้าเสียจำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งชิ้น ให้เปลี่ยนพร้อมกันทั้ง ซ้าย-ขวา เพื่อให้โช๊คอัพมีการทำงานที่สมดุลกัน

ทอร์ชั่นบีม
ช่วงล่าง ทอร์ชั่นบีม (Torsion beam) หรือ ระบบช่วงล่างแบบคานเหล็ก ของ Toyota เป็นระบบช่วงล่างที่มีการออกแบบพัฒนามาให้ตรงและเหมาะสมต่อการใช้งาน ตามจุดประสงค์ของรถยนต์แต่ละประเภท ช่วงล่างแบบคานเหล็ก (Torsion beam) เป็นช่วงล่างที่มีลักษณะเป็นแกนเหล็กตรง ออกแบบปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยในบริเวณของห้องผู้โดยสาร โดยเฉพาะในส่วนของด้านหลังที่มีการออกแบบให้ส่วนของแกนกลางหักไปยังล้อ มีลักษณะเป็นรูปตัว U คว่ำ ส่วนล้อของรถจะไปอยู่ที่บริเวณตรงปลายของตัว U ทั้ง 2 ข้าง สามารถแยกโช้คและสปิงออกจากกันได้ ด้วยแกนเหล็กที่ยึดล้อทั้ง 2 ข้าง ทำให้ระบบช่วงล่างนี้เป็นแบบกึ่ง-อิสระ

ข้อดีของช่วงล่างทอร์ชั่นบีม (Torsion beam) ในรถ Toyota (ราคาไม่แพง) คือ น้ำหนักเบา มีจุดยึดน้อย ขนาดเล็ก ต้นทุนต่ำกว่าช่วงล่างหลังแบบอื่น ทอร์ชั่นหรือคานแข็ง ช่วยให้พื้นที่ใช้สอยในห้องผู้โดยสารภายกว้างขึ้น มีความแข็งแรงทนทาน ไม่มีอุปกรณ์ติดตั้งเสริมเยอะแยะรุงรัง เมื่อมีน้ำหนักของผู้โดยสารหรือมีการบรรทุกของที่มีน้ำหนักยังสามารถที่จะทรงตัวได้ดี ซึ่งข้อดีเหล่านี้สามารถที่จะเห็นตัวอย่างได้ชัดๆ จาก รถบ้านมือสองของ Toyota ที่มีระบบช่วงล่างแบบทอร์ชั่นบีม แต่ช่วงล่างทอร์ชั่นบีม มีข้อเสียหรือข้อจำกัดอยู่ตรงที่ไม่สามารถใช้กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และช่วงล่างแบบทอร์ชั่นบีมไม่ได้เป็นช่วงล่างอิสระอย่างแท้จริง คือจริงๆแล้วมันเป็นช่วงล่างแบบกึ่งอิสระ

แหนบขวาง
พบในรถรุ่นเก่า ระบบนี้ใช้ตับแหนบ วางขวางขนานกับด้านหน้าของรถ ปลายแต่ละข้างของแหนบจับอยู่กับแกนใต้ปีกนกเดี่ยวตัวล่าง หรือ เอเฟรมบนปีนกจะเป็นที่ตั้งของโช๊คอัพแบบเทเลสโคปิดส่วนล่าง โช๊คอัพส่วนบนยึดติดกับด้านบนของซุ้มล้อ ภายในบังโคลนหน้า มักจะต้องอัดจารบีตามข้อต่อต่างๆ ตามระยะเวลา

แหนบ
มีใช้กับรถที่จำเป็นต้องบรรทุกของที่มีน้ำหนัก มีการยุบตัวของรถสูง เช่นรถบรรทุก รถกระบะ ส่วนการตรวจสอบ ดูแลรักษา ให้ตรวจสอบความแน่นของน็อตรัดหูยึดแหนบ น็อตและยางหูแหนบทั้งสองปลายลูกยางรับแรงกระแทก ที่ยึดกับตัวถังหรือเสื้อเพลาซึ่งจะต้องยึดไว้อย่างมั่นคงปลายของแหนบ

แหนบจุดที่ต่อกับแชสซีส์ของรถยนต์อาจมีหรือไม่มีเหล็กปะกับเป็นหูแหนบ แต่จะต้องมีบู๊ชยางอยู่ภายในวงกลมปลายแหนบ เพื่อกันการเสียดสีของแหนบกับน็อตยึด และตรวจบู๊ชยางว่าอยู่ในสภาพเรียบร้อยหรือไม่ หากมีเสียงออดแอดดังขึ้น ให้ใช้น้ำมันหล่อลื่นพ่นไปที่แหนบเพื่อลดเสียงและการเสียดสีได้

“สะดือแหนบ” คือน๊อตยาวที่ยึดกลางแหนบทุกตัวเข้าด้วยกัน หากหลวมหรือขาด รถจะวิ่งเซ หรือเอียงไปข้างหนึ่งโดยปกติแล้ว ใช้ประแจบล็อกสอดข้างใต้แผงยึดแหนบกับเพลาเข้าไปขันให้แน่นได้
โช๊คอัพของระบบนี้ก็เหมือนระบบอื่นที่ต้องคอยดูแลให้ก็เหมือนระบบอื่นที่ต้องคอยดูแล ให้ยางหูโช๊คอัพอยู่ในสภาพดี และตัวโช๊คอัพไม่มีรอยรั่วซึม.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ช่วงล่าง Toyota พัฒนาการที่มาพร้อมตำนานในอดีต

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...