เที่ยวจีนบูม ไม่ใช่เพราะโชคช่วย ดอกผลจาก ‘ฟรีวีซ่า’ เงิน 1 หยวน งอกเงย 4.3 เท่า
“เที่ยวจีนง่ายขึ้น-ห้องน้ำไม่ต้องลุ้นเท่าเมื่อก่อน” นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดของการท่องเที่ยวจีน และที่สำคัญ นี่เป็นดอกผลจากมาตรการของรัฐบาล ภายในเวลาไม่ถึง 1,000 วัน จนทำให้การท่องเที่ยวเป็นความหวังใหม่ของเศรษฐกิจจีน เพราะกำลังได้รับความนิยมถึงขีดสุด
วันนี้สำนักข่าวทูเดย์ จะชวนมองความสำเร็จของการท่องเที่ยวจีน ที่มีปัจจัยเริ่มต้นจากการเปิดไพ่ ‘ฟรีวีซ่า’ ปลดล็อกการเดินทางของนักท่องเที่ยว และการวางแผนที่ดำเนินมาเป็นอย่างดี จนบอกได้เลยว่า ความสำเร็จจากการท่องเที่ยวจีน ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย
[แผนการท่องเที่ยว กู้ชาติหลัง ‘โควิด’]
ต้นปี 2023 จีนกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง หลังบังคับใช้มาตรการโควิด-19 เข้มข้น นี่เป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้จีนหันกลับมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
โดยก่อนหน้านั้น รัฐบาลจีนประกาศพัฒนาแผนภาคการท่องเที่ยว ซึ่งมีวาระตั้งแต่ปี 2021-2025 ตั้งเป้าว่าในปี 2025 จีนจะมีระบบที่ทันสมัยสำหรับภาคการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยย้ำเรื่องของการพัฒนาเชิงวัฒนธรรม ควบคู่กับการปรับปรุงภาคการบริการ และทลายกำแพงให้การท่องเที่ยวเปิดกว้างมากขึ้น และวางเป้าหมายที่ใหญ่กว่า ให้ในปี 2035 จีนกลายเป็นมหาอำนาจแห่งการท่องเที่ยวโลกให้ได้
แผนพัฒนาการท่องเที่ยว โดยเฉพาะความพยายามทลายกำแพง เพื่อเปิดกว้างการท่องเที่ยวจีน นำไปสู่การแก้ไขกฎระเบียบเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มีอิสระในการเดินทางมากขึ้น หลายเรื่องลงรายละเอียดไปถึงขั้นเปิดกว้างให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้เอง ผ่านการจองตั๋วเดินทางในประเทศเองได้ หรือแม้กระทั่งการขับรถเที่ยวเองในประเทศจีน
จีนยังใช้วิธีเปิดประตูให้แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ทั้งสร้างเพิ่มและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเดิมที่มีอยู่แล้ว แต่อาจยังไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าถึงมากนัก และวิธีการหนึ่ง ที่จีนเลือกที่จะเปิดศึก คือ ‘ปฏิวัติห้องน้ำ’ อย่างที่รู้กันว่า มาตรฐานห้องน้ำสาธารณะของจีน กลายเป็นความกังวลใหญ่ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จนรัฐบาลต้องประกาศแผนใหญ่ ภายใน 3 ปี ตั้งแต่ 2018 จนคาบเกี่ยวช่วงโควิด ผู้คนต้องได้พบกับห้องน้ำที่สะอาด และเพียงพอ โดยเฉพาะตามสถานที่ท่องเที่ยว และพวกเขาก็ทำได้ ห้องน้ำใหม่เอี่ยมตามมาตรฐานราว 70,000 แห่งเกิดขึ้นจริง พ่วงแอปฯ หาห้องน้ำใกล้ตัวได้
อย่างไรก็ดี ที่สำคัญที่สุด คือการปลดล็อกตั้งแต่ต้นทาง ด้วยมาตรการ ‘ฟรีวีซ่า’ กับหลายประเทศ และแผนอื่นๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มีอิสระในการเดินทางมากขึ้น
มาตรการฟรีวีซ่า ทยอยไฟเขียวตั้งแต่เดือน พ.ย. 2023 เปิดทางให้พลเมืองจากประเทศที่ได้รับฟรีวีซ่า ซึ่งในเวลาต่อมา ไทยได้รับสิทธิฟรีวีซ่า สามารถอยู่ได้ถึง 30 วัน
การเปิดกว้างตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้ผลลัพธ์ดีเกินคาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นประเทศไทย ที่มีแนวโน้มสนใจไปเที่ยวเมืองจีนมากเป็นพิเศษ
ปัจจุบันจีนขยายมาตรการนี้ยังหลายภูมิภาค ครอบคลุมเกือบทั่วโลก โดยล่าสุดเมื่อต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา จีนเพิ่งเดินหน้ามาฟรีวีซ่าไปยังประเทศแถบละตินอเมริกา ได้แก่ พลเมืองจากบราซิล อาร์เจนตินา ชิลี เปรู อุรุกวัย เพื่อเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวจากแถบละตินอเมริกาเข้ามายังจีน
ส่วนประเทศที่มีมาตรการฟรีวีซ่ากับจีนไปแล้ว จีนก็ไม่หยุดขยายมาตรการ โดยล่าสุด โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน เปิดเผยเตรียมออก ‘วีซ่าอาเซียน’ ให้กับ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน และติมอร์-เลสเต ซึ่งมีสถานะเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์อาเซียน โดยวีซ่าอาเซียนนี้ จะออกให้กับบุคลากรทางธุรกิจที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดจาก 11 ประเทศข้างต้น รวมถึงคู่สมรสและบุตรของพวกเขา ซึ่งจะเอื้อให้สามารถเดินทางเข้าจีนได้หลายครั้งภายใน 5 ปี และพำนักได้ไม่เกิน 180 วัน
อย่างไรก็ดี ไม่ว่ามาตรการฟรีวีซ่าจะทำให้การเที่ยวง่ายขึ้น แต่จีนก็ยังคงคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในการเข้าประเทศ ด้วยการตรวจเช็กเอกสารแสดงตัว และแผนการเดินทาง เนื่องจากในบางเมืองของจีนก็ยังคงจำกัดให้ต้องขอวีซ่าก่อนการเดินทาง และควบคุมในช่วงการเข้าพักของนักท่องเที่ยว นี่อาจดูเป็นข้อจำกัดที่ลดความสะดวกสบาย แต่คิดอีกแง่นี่ก็นับเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤต จากการหลบเลี่ยงพำนักระยะยาว รวมถึงกลายเป็นพื้นที่ก่ออาชญากรรมใหม่ อย่างที่เมืองไทยประสบอยู่
[เที่ยวจีน 1 ปี 132 ล้านคน เงิน 1 หยวน งอกเงย 4.3 เท่า]
เมื่อปีที่แล้ว (2024) ทางการจีนประกาศตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศจีนว่าสูงถึง 132 ล้านคน สร้างเม็ดเงินกว่า 3 ล้านล้านบาท ในขณะที่ประเทศไทย กำลังติดหล่มจำนวนและเม็ดเงินการท่องเที่ยว ที่นอกจากจะยังไม่ฟื้นไปเท่ายุคก่อนโควิดแล้ว ยังมีแนวโน้มนักท่องเที่ยวลดลงด้วย
สวนทางกับประเทศจีน ตัวเลขการท่องเที่ยวเมื่อปีที่แล้ว กลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิดแล้ว คือมีจำนวนนักท่องเที่ยวคิดเป็น 97.2% และเม็ดเงินที่ได้ก็แตะ 93.5% เมื่อเทียบกับปี 2019 ขณะที่ในไตรมาสแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวจีนแล้ว 35.02 ล้านคน เพิ่มขึ้น 19.6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
ทางการจีนยอมรับว่า การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวจีน มาจากมาตรการฟรีวีซ่า และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมของการท่องเที่ยวในจีนใหม่
หลักฐานหนึ่งที่สะท้อนว่า จีนกำลังทำให้การเที่ยวในประเทศง่ายขึ้น คือสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางด้วยรถไฟ ที่มีเครือข่ายกระจายครอบคลุมประเทศจีน ที่ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ มีท่องเที่ยวชาวต่างชาติใช้รถไฟ 5,687,000 คน ขยายตัวมากขึ้น 32.1%
สำหรับจีนแล้ว การท่องเที่ยวคืออนาคต และเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เพราะการท่องเที่ยวจะช่วยพยุงภาคบริการอื่นๆ ให้เติบโตทั้งองคาพยพ ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมโรงแรม ร้านอาหาร หรือตั๋วเดินทาง
หลิว ซื่อจุน รองประธานและเลขาธิการ the World Tourism Alliance ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศจีน ประเมินว่า เงินทุกๆ 1 หยวนที่มาจากการท่องเที่ยว สามารถงอกเงยเป็นมูลค่า 4.3 หยวน ผ่านการหมุนเวียนไปยังภาคธุรกิจอื่นๆ เขาอธิบายว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เติบโต ทำให้อุตสาหกรรมอื่นๆ มีช่องออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นี่คือแนวโน้มที่ดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจจของจีน
สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) ประเมินว่าในปี 2035 ซึ่งเป็นปีที่จีนวางเป้าหมายเป็นมหาอำนาจการท่องเที่ยวโลก จีนจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวถึง 122 ล้านล้านบาท ครองสัดส่วนจีดีพีประเทศถึง 14% และจะสร้างงานให้คนในประเทศกว่า 100 ล้านตำแหน่ง เพิ่มขึ้นเกือบ 20 ล้านตำแหน่งในทศวรรษหน้า