โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เที่ยวจีนบูม ไม่ใช่เพราะโชคช่วย ดอกผลจาก ‘ฟรีวีซ่า’ เงิน 1 หยวน งอกเงย 4.3 เท่า

TODAY

อัพเดต 04 มิ.ย. 2568 เวลา 17.57 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 04.00 น. • workpointTODAY

“เที่ยวจีนง่ายขึ้น-ห้องน้ำไม่ต้องลุ้นเท่าเมื่อก่อน” นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมมากที่สุดของการท่องเที่ยวจีน และที่สำคัญ นี่เป็นดอกผลจากมาตรการของรัฐบาล ภายในเวลาไม่ถึง 1,000 วัน จนทำให้การท่องเที่ยวเป็นความหวังใหม่ของเศรษฐกิจจีน เพราะกำลังได้รับความนิยมถึงขีดสุด

วันนี้สำนักข่าวทูเดย์ จะชวนมองความสำเร็จของการท่องเที่ยวจีน ที่มีปัจจัยเริ่มต้นจากการเปิดไพ่ ‘ฟรีวีซ่า’ ปลดล็อกการเดินทางของนักท่องเที่ยว และการวางแผนที่ดำเนินมาเป็นอย่างดี จนบอกได้เลยว่า ความสำเร็จจากการท่องเที่ยวจีน ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย

[แผนการท่องเที่ยว กู้ชาติหลัง ‘โควิด’]

ต้นปี 2023 จีนกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง หลังบังคับใช้มาตรการโควิด-19 เข้มข้น นี่เป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้จีนหันกลับมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

โดยก่อนหน้านั้น รัฐบาลจีนประกาศพัฒนาแผนภาคการท่องเที่ยว ซึ่งมีวาระตั้งแต่ปี 2021-2025 ตั้งเป้าว่าในปี 2025 จีนจะมีระบบที่ทันสมัยสำหรับภาคการท่องเที่ยวมากขึ้น โดยย้ำเรื่องของการพัฒนาเชิงวัฒนธรรม ควบคู่กับการปรับปรุงภาคการบริการ และทลายกำแพงให้การท่องเที่ยวเปิดกว้างมากขึ้น และวางเป้าหมายที่ใหญ่กว่า ให้ในปี 2035 จีนกลายเป็นมหาอำนาจแห่งการท่องเที่ยวโลกให้ได้

แผนพัฒนาการท่องเที่ยว โดยเฉพาะความพยายามทลายกำแพง เพื่อเปิดกว้างการท่องเที่ยวจีน นำไปสู่การแก้ไขกฎระเบียบเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มีอิสระในการเดินทางมากขึ้น หลายเรื่องลงรายละเอียดไปถึงขั้นเปิดกว้างให้นักท่องเที่ยวเดินทางได้เอง ผ่านการจองตั๋วเดินทางในประเทศเองได้ หรือแม้กระทั่งการขับรถเที่ยวเองในประเทศจีน

จีนยังใช้วิธีเปิดประตูให้แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ทั้งสร้างเพิ่มและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเดิมที่มีอยู่แล้ว แต่อาจยังไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าถึงมากนัก และวิธีการหนึ่ง ที่จีนเลือกที่จะเปิดศึก คือ ‘ปฏิวัติห้องน้ำ’ อย่างที่รู้กันว่า มาตรฐานห้องน้ำสาธารณะของจีน กลายเป็นความกังวลใหญ่ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

จนรัฐบาลต้องประกาศแผนใหญ่ ภายใน 3 ปี ตั้งแต่ 2018 จนคาบเกี่ยวช่วงโควิด ผู้คนต้องได้พบกับห้องน้ำที่สะอาด และเพียงพอ โดยเฉพาะตามสถานที่ท่องเที่ยว และพวกเขาก็ทำได้ ห้องน้ำใหม่เอี่ยมตามมาตรฐานราว 70,000 แห่งเกิดขึ้นจริง พ่วงแอปฯ หาห้องน้ำใกล้ตัวได้

อย่างไรก็ดี ที่สำคัญที่สุด คือการปลดล็อกตั้งแต่ต้นทาง ด้วยมาตรการ ‘ฟรีวีซ่า’ กับหลายประเทศ และแผนอื่นๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มีอิสระในการเดินทางมากขึ้น

มาตรการฟรีวีซ่า ทยอยไฟเขียวตั้งแต่เดือน พ.ย. 2023 เปิดทางให้พลเมืองจากประเทศที่ได้รับฟรีวีซ่า ซึ่งในเวลาต่อมา ไทยได้รับสิทธิฟรีวีซ่า สามารถอยู่ได้ถึง 30 วัน

การเปิดกว้างตั้งแต่เริ่มต้น ทำให้ผลลัพธ์ดีเกินคาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่นประเทศไทย ที่มีแนวโน้มสนใจไปเที่ยวเมืองจีนมากเป็นพิเศษ

ปัจจุบันจีนขยายมาตรการนี้ยังหลายภูมิภาค ครอบคลุมเกือบทั่วโลก โดยล่าสุดเมื่อต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา จีนเพิ่งเดินหน้ามาฟรีวีซ่าไปยังประเทศแถบละตินอเมริกา ได้แก่ พลเมืองจากบราซิล อาร์เจนตินา ชิลี เปรู อุรุกวัย เพื่อเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวจากแถบละตินอเมริกาเข้ามายังจีน

ส่วนประเทศที่มีมาตรการฟรีวีซ่ากับจีนไปแล้ว จีนก็ไม่หยุดขยายมาตรการ โดยล่าสุด โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน เปิดเผยเตรียมออก ‘วีซ่าอาเซียน’ ให้กับ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน และติมอร์-เลสเต ซึ่งมีสถานะเป็นประเทศผู้สังเกตการณ์อาเซียน โดยวีซ่าอาเซียนนี้ จะออกให้กับบุคลากรทางธุรกิจที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดจาก 11 ประเทศข้างต้น รวมถึงคู่สมรสและบุตรของพวกเขา ซึ่งจะเอื้อให้สามารถเดินทางเข้าจีนได้หลายครั้งภายใน 5 ปี และพำนักได้ไม่เกิน 180 วัน

อย่างไรก็ดี ไม่ว่ามาตรการฟรีวีซ่าจะทำให้การเที่ยวง่ายขึ้น แต่จีนก็ยังคงคุมความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในการเข้าประเทศ ด้วยการตรวจเช็กเอกสารแสดงตัว และแผนการเดินทาง เนื่องจากในบางเมืองของจีนก็ยังคงจำกัดให้ต้องขอวีซ่าก่อนการเดินทาง และควบคุมในช่วงการเข้าพักของนักท่องเที่ยว นี่อาจดูเป็นข้อจำกัดที่ลดความสะดวกสบาย แต่คิดอีกแง่นี่ก็นับเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤต จากการหลบเลี่ยงพำนักระยะยาว รวมถึงกลายเป็นพื้นที่ก่ออาชญากรรมใหม่ อย่างที่เมืองไทยประสบอยู่

[เที่ยวจีน 1 ปี 132 ล้านคน เงิน 1 หยวน งอกเงย 4.3 เท่า]

เมื่อปีที่แล้ว (2024) ทางการจีนประกาศตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศจีนว่าสูงถึง 132 ล้านคน สร้างเม็ดเงินกว่า 3 ล้านล้านบาท ในขณะที่ประเทศไทย กำลังติดหล่มจำนวนและเม็ดเงินการท่องเที่ยว ที่นอกจากจะยังไม่ฟื้นไปเท่ายุคก่อนโควิดแล้ว ยังมีแนวโน้มนักท่องเที่ยวลดลงด้วย

สวนทางกับประเทศจีน ตัวเลขการท่องเที่ยวเมื่อปีที่แล้ว กลับมาใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิดแล้ว คือมีจำนวนนักท่องเที่ยวคิดเป็น 97.2% และเม็ดเงินที่ได้ก็แตะ 93.5% เมื่อเทียบกับปี 2019 ขณะที่ในไตรมาสแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวจีนแล้ว 35.02 ล้านคน เพิ่มขึ้น 19.6% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ทางการจีนยอมรับว่า การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวจีน มาจากมาตรการฟรีวีซ่า และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมของการท่องเที่ยวในจีนใหม่

หลักฐานหนึ่งที่สะท้อนว่า จีนกำลังทำให้การเที่ยวในประเทศง่ายขึ้น คือสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางด้วยรถไฟ ที่มีเครือข่ายกระจายครอบคลุมประเทศจีน ที่ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ มีท่องเที่ยวชาวต่างชาติใช้รถไฟ 5,687,000 คน ขยายตัวมากขึ้น 32.1%

สำหรับจีนแล้ว การท่องเที่ยวคืออนาคต และเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เพราะการท่องเที่ยวจะช่วยพยุงภาคบริการอื่นๆ ให้เติบโตทั้งองคาพยพ ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมโรงแรม ร้านอาหาร หรือตั๋วเดินทาง

หลิว ซื่อจุน รองประธานและเลขาธิการ the World Tourism Alliance ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศจีน ประเมินว่า เงินทุกๆ 1 หยวนที่มาจากการท่องเที่ยว สามารถงอกเงยเป็นมูลค่า 4.3 หยวน ผ่านการหมุนเวียนไปยังภาคธุรกิจอื่นๆ เขาอธิบายว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เติบโต ทำให้อุตสาหกรรมอื่นๆ มีช่องออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นี่คือแนวโน้มที่ดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจจของจีน

สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) ประเมินว่าในปี 2035 ซึ่งเป็นปีที่จีนวางเป้าหมายเป็นมหาอำนาจการท่องเที่ยวโลก จีนจะสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวถึง 122 ล้านล้านบาท ครองสัดส่วนจีดีพีประเทศถึง 14% และจะสร้างงานให้คนในประเทศกว่า 100 ล้านตำแหน่ง เพิ่มขึ้นเกือบ 20 ล้านตำแหน่งในทศวรรษหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...