โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“แมร์ทซ์” พบ “ทรัมป์” ดันเจรจาค้าสหรัฐ–อียู จับตาท่าทีเยอรมนีต่อสงครามยูเครน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 16.42 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 09.42 น.

“แมร์ทซ์” พบ “ทรัมป์” ดันเจรจาค้าสหรัฐ–อียู หวังฟื้นสัมพันธ์ ดันข้อตกลงการค้า พร้อมย้ำจุดยืนหนุนยูเครนและเพิ่มงบกลาโหมตามข้อเสนอ NATO

วันที่ 5 มิถุนายน 2568 เวลา 16.06 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ฟรีดริช แมร์ทซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี มีกำหนดพบกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ในวันนี้ (5 มิ.ย.68) โดยมีประเด็นให้หารือกันมากมายในช่วงเวลาที่เกิดข้อพิพาททางการค้าและสงครามยังคงดำเนินอยู่ในยุโรป

โดยตลอดทั้งสองสมัยที่ดำรงตำแหน่ง ทรัมป์ได้จุดชนวนความตึงเครียดระหว่างพันธมิตรดั้งเดิมอย่างสหรัฐกับสหภาพยุโรป โยฮันน์ วาเดอฟูล รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี กล่าวในการบรรยายเกี่ยวกับความสัมพันธ์เยอรมนี–สหรัฐ เมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า “บรรยากาศในตอนนี้ตึงเครียดกว่าที่เคยเป็นมานาน”

ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวมักใช้ถ้อยคำไม่เป็นมิตรต่อเยอรมนี เช่นเดียวกับที่ฝ่ายเยอรมนีก็ไม่ต่างกันนัก อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำทั้งสองประเทศมีสัญญาณดีขึ้น โดยมีรายงานว่าทั้งคู่เริ่มเรียกชื่อกันด้วยชื่อจริงแล้วหลังจากสนทนาทางโทรศัพท์หลายครั้ง การสร้างสัมพันธ์ต่อเนื่องจะเป็นภารกิจสำคัญของแมร์ทซ์ในการเยือนกรุงวอชิงตัน

ฟรีดริช แมร์ทซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี สร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับทรัมป์ จอร์น เฟลค ผู้อำนวยการอาวุโสแห่งศูนย์ยุโรป สภาแอตแลนติก กล่าวว่า “สิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ สำหรับแมร์ทซ์คือการสร้างสัมพันธ์ที่ราบรื่นกับทรัมป์”

พร้อมยังเสริมว่ามุมมองอนุรักษ์นิยมของแมร์ทซ์ในประเด็นผู้อพยพ ความเชื่อมโยงกับธุรกิจสหรัฐ (แมร์ทซ์เคยเป็นผู้บริหารของ BlackRock) รวมถึงภาพลักษณ์ของเขาในฐานะคนนอกระบบที่ไม่ค่อยถูกคาดหวังแต่สามารถชนะเลือกตั้งด้วยคำมั่นจะฟื้นฟูเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศล้วนสามารถดึงดูดความสนใจและความสัมพันธ์จากทรัมป์ได้

โดยประเด็นหลักในการหารือมีดังนี้

1. การค้า

เยอรมนีพึ่งพาการส่งออกอย่างสูง และสหรัฐเป็นประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนี นั่นทำให้เยอรมนีอ่อนไหวต่อวาระการค้าของทรัมป์อย่างมาก เพนนี นาส หัวหน้าหน่วยงานด้านการแข่งขันเชิงกลยุทธ์ของพันธมิตรเยอรมันแห่งกองทุนมาร์แชลล์ ระบุว่า ภาษีศุลกากรในภาคส่วนเฉพาะ เช่น รถยนต์และเหล็กกล้า กระทบต่ออุตสาหกรรมหลักของเยอรมนีโดยตรง

เพนนี นาส เสริมว่า“แมร์ทซ์ต้องการเจรจาว่ามีช่องทางใดในการปรับลดภาษีเหล่านี้หรือไม่ เช่น การทำข้อตกลงระหว่างสหรัฐกับอียูในการลดภาษีอุตสาหกรรมทั้งหมดเป็นศูนย์”

ฟรานซิสกา พัลมัส นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสแห่ง Capital Economics กล่าวเพิ่มเติมว่า ทรัมป์เรียกเก็บภาษีตอบโต้แบบเท่าเทียม (reciprocal tariffs) ซึ่งรวมถึงสหภาพยุโรปไว้ด้วย โดยแมร์ทซ์น่าจะผลักดันแนวทางค้าเสรี และเสนอข้อเสนอของอียูที่เรียกร้องข้อตกลงภาษีศูนย์-ต่อ-ศูนย์ เป็นผลลัพธ์ในอุดมคติ

2. การสนับสนุนยูเครน

ประเด็นสงครามรัสเซีย–ยูเครนก็จะเป็นอีกหัวข้อสำคัญ โดยเฉพาะหลังจากทรัมป์สนทนาทางโทรศัพท์กับปูตินเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผู้นำยุโรปหลายรายพยายามกดดันให้ทรัมป์เพิ่มแรงกดดันต่อปูติน และแมร์ทซ์ก็คาดว่าจะดำเนินแนวทางเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสแห่ง Capital Economics ระบุว่า แมร์ทซ์น่าจะย้ำจุดยืนของเยอรมนีในการสนับสนุนยูเครนอย่างแข็งขัน และสนับสนุนให้ยุโรปมีบทบาทในกระบวนการเจรจาสันติภาพ

ประเด็นที่อาจถูกพูดถึงเพิ่มเติม ได้แก่ การสนับสนุนของสหรัฐต่อทหารยุโรป การบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตร และการแบ่งปันข้อมูล

3. การใช้จ่ายด้านกลาโหมใน NATO

ประเด็นความร่วมมือด้านกลาโหม โดยเฉพาะบทบาทของเยอรมนีใน NATO ก็จะถูกพูดถึงแน่นอน ทรัมป์เรียกร้องให้ประเทศสมาชิก NATO เพิ่มงบกลาโหมให้สูงถึง 5% ของ GDP ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการต่อต้าน

เฟลคชี้ว่า “แมร์ทซ์จะพยายามแสดงให้เห็นว่าเยอรมนีไม่ได้เป็นผู้ตามในด้านงบกลาโหมอีกต่อไป” โดยอ้างถึงการปฏิรูปการคลังของเยอรมนีที่เปิดทางให้เพิ่มงบ และการสนับสนุนเป้าหมาย 5% ของทรัมป์

พัลมัสระบุว่า แมร์ทซ์อาจใช้โอกาสนี้ในการประกาศเป้าหมายงบกลาโหมที่เฉพาะเจาะจงด้วย

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...