โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศบ.ทก. ชี้ กัมพูชาละเลยเก็บศพทหาร ละเมิดศักดิ์ศรีเกียรติยศ-ขัดหลักศาสนา หวั่นโรคระบาด – เข้ม ห้ามบินโดรนทุกกรณี ขอประชาชนเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแส

สวพ.FM91

อัพเดต 04 ส.ค. 2568 เวลา 08.30 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2568 เวลา 08.30 น.

วันนี้ (4 ส.ค. 68) พลเรือตรีสุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา หรือ ศบ.ทก. โดยสถานภาพรวมชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายยังคงวางกำลังในพื้นที่มั่นของตนเอง ไม่มีการเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ ซึ่งมีรายงานว่าทางฝั่งกัมพูชาได้ดัดแปลงที่มั่นและเพิ่มเติมกำลังในพื้นที่หลัก ประกอบด้วย ปราสาทตาเมือนธม, ปราสาทตาควาย, ช่องโดนเอาว์, ช่องอานม้า, ช่องตาเฒ่า, เขาสัตตะโสม และภูผี โดยเพิ่มกำลังเข้ามาทดแทนกำลังที่สูญเสียในแต่ละพื้นที่ ทำให้บ่งชี้ได้ว่าฝั้งกัมพูชาได้รับการสูญเสียเป็นจำนวนมาก

พลเรือตรีสุรสันต์ กล่าวถึงการปฏิบัติเชลยศึก อย่างที่ทราบกันว่า ปัจจุบันเราควบคุมตัวเชลยศึก 20 นายและส่งกลับไปแล้ว 2 นาย ที่บาดเจ็บและป่วยทางจิต คงเหลือ 18 นาย ที่อยู่ในควบคุมตัวของฝ่ายไทย และปรากฎ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชา ได้ส่งคำร้องไปยัง สำนักข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ หรือ OHCHR โดยกล่าวหาว่าฝ่ายไทยควบคุมตัวทหารกัมพูชาผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ถือเป็นความพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง ฝ่ายไทยขอประณาม เรื่องบิดเบือนข้อมูลข่าวสารของกัมพูชา ทั้งนี้อยากชี้แจงว่าทหารกัมพูชาที่ถูกคุมตัวทั้งหมด ถือว่าเป็นเชลยศึก ซึ่งมีคำจำกัดความว่า เป็นผู้สังกัดในกองทัพภาคีคู่พิพาท ซึ่งไทยและกัมพูชาถือเป็นประเทศภาคีอนุสัญญาเจนีวา ที่มี ผลบังคับใช้ในประเทศที่มีสงคราม หรือในภาวะขัดกันด้วยอาวุธ ทั้งหมดเป็นเงื่อนไขที่เราปฏิบัติตัวต่อผู้ที่ถูกควบคุมตัวในฐานะเชลยศึก และไทยได้ปฏิบัติด้วยการเคลื่อนย้ายเชลยศึกออกจากพื้นที่เสี่ยงทันที พร้อมจัดแพทย์ตรวจร่างกาย จัดหาอาหาร น้ำดื่ม และเสื้อผ้า อย่างเหมาะสมและเพียงพอ ทั้งนี้เมื่อ สภาวะการขัดกันของอาวุธ หรือการรบสิ้นสุดลง นาทีของประเทศที่คุมเชลยศึกก็จะปล่อยตัวกลับประเทศ แต่ปัจจุบันสถานะยังไม่สิ้นสุด เพราะแค่การหยุดยิงยังไม่ถือว่าเป็นการสิ้นสุดสภาวะการขัดกันของอาวุธ

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ไทยมีหนังสือแจ้งไปยัง OHCHR เพื่อประท้วงต่อข้อกล่าวหาของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของกัมพูชา ที่กล่าวหาไทย ละเมิดต่อการปฏิบัติตัวต่อเชลยศึก และเพื่อแสดงความโปร่งใส รวมถึงเผยแพร่ข้อเท็จจริงให้กับประชาคมโลกทราบ ในสัปดาห์นี้ฝ่ายไทยได้เชิญผู้แทนคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ หรือ ICRC และ OHCHR ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวด้วย

ส่วนประเด็นเรื่องศพของทหารกัมพูชา พลเรือตรีสุรสันต์ สังเกตได้ว่า รัฐบาลและกองทัพบกกัมพูชาเพิกเฉยและละเลยต่อศพทหารของตนเอง ซึ่งประเทศไทยยึดหลักมนุษยธรรมเสมอมา แม้ไทยจะเป็นฝ่ายถูกกระทำ ก็อย่างเคารพชีวิตและศักดิ์ศรีของมนุษย์ไม่ว่าผู้นั้นจะสังกัดชาติใด โดยที่ผ่านมาไทยเล็งเห็นการปฏิบัติต่อศพของทางฝ่ายกัมพูชา ละเมิดหลักมนุษยธรรมสากลขั้นพื้นฐาน ในการทอดทิ้งร่างผู้เสียชีวิตโดยเฉพาะทหารของตนเอง และละเมิดกฎหมาย มนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจนตามอนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 1 และ 4 ว่าด้วยการเก็บรักษาและเคารพร่างผู้เสียชีวิตจากการสู้รบ

ส่วนการละเมิดเพิกเฉยของกัมพูชา ต่อเกียรติยศของทหารกัมพูชาเอง คือการไม่ดำเนินการใดๆ ต่อร่างทหารที่เสียชีวิต สะท้อนการละเลยศักดิ์ศรีความเป็นทหารของตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้า และอาจจะสร้างผลกระทบต่อขวัญได้กำลังใจของทหารกัมพูชาที่ยังมีชีวิตอยู่ นอกจากนี้ ยังขัดต่อหลักศาสนาและวัฒนธรรมของกัมพูชา ที่นับถือเป็นศาสนาพุทธ การที่ไม่จัดการศพของทหารตนเอง ถือเป็นการละเมิดหลักศาสนาขนบธรรมเนียมอันศักดิ์สิทธิ์ ของประเทศแต่ละฝ่าย ขณะเดียวกันยังกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขลักษณะข้ามแดน ซึ่งการปล่อยศพไว้โดยไม่เก็บกู้ ส่งผลต่อสุขลักษณะในพื้นที่ อาจจะเป็นความเดือดร้อนที่ลุกลามข้ามพรมแดน นอกเหนือจากเรื่องของกลิ่น ยังเป็นเรื่องของความสกปรก และมีโอกาสที่จะแพร่เชื้อโรคต่างในพื้นที่ มันเป็นอันตรายต่อประชาชน และผู้ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน จึงขอวิงวอนไปยังฝ่ายกัมพูชาเรื่องการเคารพสิทธิพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ โดยเฉพาะทหารที่เสียสละสู้รบ

ทั้งนี้ขอความร่วมมือประชาชน งด ผลิต หรือเผยแพร่ข่าวปลอม ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เกิดความตื่นตระหนกต่อประชาชนในพื้นที่

พลเรือตรีสุรสันต์กล่าวอีกว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พบว่ามีการตรวจพบการบินโดรนที่ผิดกฎหมายอย่างมาก ซึ่งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยออกประกาศห้ามบินโดรน ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม- 15 สิงหาคม 2568 ผู้ฝ่าฝืนจะต้องจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขอเชิญ ประชาชน ทหารผ่านศึก นักศึกษาวิชาทหาร อาศัยความรู้ความสามารถที่ได้ร่ำเรียนมาช่วยกันตรวจสอบตรวจตรา โดยเฉพาะในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 และ 2 สอดส่องว่ามีผู้ประสงค์ร้ายหรือมีพฤติกรรมดังกล่าวหรือไม่หากตรวจพบขอให้แจ้งไปยัง ศูนย์ต่อต้านโดรน หรือ แจ้งเหตุที่สถานีตำรวจ หน่วยงานทหาร และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่

สำหรับมาตรการเชิงรุก สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะลงพื้นที่ตรวจสอบการครองครองโดรนทั่วประเทศ โดยจะตรวจสอบจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับใบอนุญาตบิน ข้อมูลผู้ขออนุญาตใช้ความถี่ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสถานีจะนำข้อมูลไปตรวจสอบโดรน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะขอความร่วมมือ ผู้ที่ใช้โดรน ถ้ายึดถือและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งได้ดำเนินการแล้วในบางพื้นที่ และพบว่ามีผู้ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบบางส่วน จึงได้ตักเตือนไปแล้ว และต่อจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบังคับกฎหมายอย่างจริงจังและเด็ดขาด ซึ่งปัจจุบันไม่มีการอนุญาตให้บินโดรนใด ทั่วประเทศ ทั้งโดรนเชิงพาณิชย์หรือการเกษตร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...